Blognone

Syndicate content
Blognone is Thai, Slashdot-liked, tech news site.
Updated: 1 hour 6 min ago

Arena of Valor เปิดให้เล่นแบบ Closed Beta บน Nintendo Switch ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

Fri, 22/06/2018 - 10:05

หลังจากที่ Tencent ได้ประกาศว่าจะนำเกม Arena of Valor (หรือที่รู้จักในบ้านเราว่า RoV ลงเครื่อง Nintendo Switch ไปเมื่อปีก่อน ในตอนนี้ความฝันของเหล่าชาว MOBA มือถือน่าจะใกล้ความจริงขึ้นเรื่อยๆ เพราะ Arena of Valor ได้ประกาศว่าจะเปิดให้เล่นแบบ Closed Beta กันแล้วในวันที่ 28 มิถุนายน 2018 นี้

Arena of Valor ได้ปล่อยคลิปทีเซอร์ออกมาบนช่อง Youtube ของตัวเอง โดยเน้นไปที่เรื่องของภาพกราฟฟิกที่สวยงามขึ้น การควบคุมที่ง่ายขึ้นด้วยจอยสติ๊กของ Nintendo Switch เปิดให้เล่นบน Nintendo eShop และ การได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน Asian Games 2018

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมทดสอบใน Closed Beta ได้ ที่นี่

ที่มา: Youtube: Arena of Valor

Topics: RoVNintendo SwitchTencentMOBAArena of Valor
Categories: IT News

Google Assistant รองรับการสนทนาต่อเนื่อง ไม่ต้องพูด Ok Google ทุกประโยคอีกแล้ว

Fri, 22/06/2018 - 09:58

กูเกิลอัพเดต Google Assistant ให้สนทนาต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพูดคำว่า Hey Google หรือ Ok Google ทุกประโยคอีกแล้ว

ฟีเจอร์นี้เรียกว่า Continued Conversation ซึ่งกูเกิลโชว์ในงาน Google I/O 2018 มาก่อนแล้ว ผู้ใช้จำเป็นต้องตั้งค่าเปิดใช้ Continued Conversation ในแอพก่อนจึงจะใช้งานได้ ตอนนี้ยังใช้ได้เฉพาะบนลำโพง Google Home, Google Home Mini, Google Home Max เท่านั้น

การเรียกใช้ครั้งแรกเราต้องพูด Ok Google หรือ Hey Google ก่อน แต่ในประโยคถัดๆ ไป Google Assistant จะรอฟังคำพูดของเรานานขึ้นอีกหน่อย ทำให้เราไม่ต้องเรียกใหม่ทุกครั้งไป

ที่มา - Google

Topics: Google AssistantGoogle HomeGoogleVoice Recognition
Categories: IT News

YouTube เปิดระบบ Channel Memberships ให้ช่องเก็บเงินคนดู, ขายของที่ระลึกให้แฟนๆ

Fri, 22/06/2018 - 09:37

YouTube ประกาศเพิ่มวิธีการสร้างรายได้ให้บรรดา creators เจ้าของช่องต่างๆ นอกเหนือจากการโฆษณา โดยมีวิธีการหาเงินหลากหลายวิธี ดังนี้

Channel Memberships หรือชื่อเดิมคือ Sponsorship ที่เคยทดลองนำร่องไปแล้ว ผู้ชมสามารถจ่ายเงินค่าสมาชิก 4.99 ดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์พิเศษของทางช่องได้ เช่น วิดีโอเฉพาะสมาชิก แบดจ์-อีโมจิพิเศษ

ฟีเจอร์นี้เปิดให้ช่องที่มีผู้ติดตามมากเกิน 100,000 คนใช้งานได้แล้ว รายได้จะแบ่งกับ YouTube ในสัดส่วน 70:30 แต่ของประเทศไทยยังใช้งานไม่ได้ครับ

Merchandise หรือการขายสินค้าที่ระลึกตามคาแรกเตอร์ของช่อง กูเกิลจับมือกับบริษัทรับจ้างผลิตของที่ระลึก Teespring รับทำเสื้อ หมวก ตุ๊กตา แก้วน้ำ ฯลฯ เพื่อขายบนหน้าของช่องบน YouTube ได้เลย ตอนนี้ยังใช้ได้เฉพาะช่องในสหรัฐ ที่มีผู้ติดตามเกิน 10,000 คน

Premieres ฟีเจอร์ใหม่สำหรับการฉายวิดีโอเป็นครั้งแรก (เหมาะสำหรับศิลปินที่อยากเปิดตัวเพลงใหม่) จะมีหน้าเพจสำหรับให้แฟนๆ เข้ามารอชมในเวลาที่ระบุ และสามารถแชทคุยกันขณะรอชม-ระหว่างชมเพื่อเพิ่ม engagement ได้ เจ้าของช่องสามารถหารายได้จาก ระบบคอมเมนต์ Super Chat หรือขายพ่วงไปกับ Channel Memberships ได้ด้วย

ที่มา - YouTube Blog

Topics: YouTubeOnline VideoGoogle
Categories: IT News

อดีตพนักงานผู้ถูก Tesla ฟ้องอ้างว่าสิ่งที่เขาทำเพราะต้องการตีแผ่ปัญหาที่ Tesla ซุกไว้

Fri, 22/06/2018 - 01:24

จากข่าวที่ Elon Musk ส่งอีเมลถึงพนักงานของ Tesla ระบุว่ามีคนเป็นหนอนบ่อนไส้ในบริษัท ซึ่งล่าสุด Tesla ได้ไล่พนักงานคนดังกล่าวออกไปและฟ้องร้องอดีตพนักงานผู้นี้ซึ่งมีชื่อว่า Martin Tripp ในข้อหาขโมยข้อมูลของบริษัทไปให้บุคคลภายนอก ล่าสุด Tripp ผู้ถูกฟ้องได้บอกเล่าเรื่องราวในมุมมองของฝั่งตนเองผ่านทางสื่อ The Washington Post บ้าง

Tripp บอกว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นหาได้เป็นเพราะความไม่พอใจกับการที่ไม่ได้เลื่อนขั้นอย่างที่บริษัทรถชื่อดังกล่าวหา หากแต่เขาตัดสินใจกระทำการลงไปเพราะต้องการตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้ถึง "สิ่งน่าสะพรึงที่เขาได้เห็น" ในบริษัท Tesla

คำฟ้องของ Tesla กล่าวหา Tripp ผู้เข้าทำงานกับ Tesla ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อนว่ากระทำการขโมยข้อมูลอันเป็นความลับของบริษัทไปให้ผู้อื่น โดยมีการเขียนโค้ดเพื่อทำการถ่ายโอนข้อมูลออกไป และยังระบุว่า Tripp ได้ให้ข้อมูลบิดเบือนแก่สื่อ โดยมีข้อมูลโจมตีว่า Tesla ใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐานกับรถยนต์ Model 3

Tripp ถ่ายทอดความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แก่ The Washington Post โดยเจ้าตัวก็มิได้ปฏิเสธเรื่องนำข้อมูลภายในโรงงาน Gigafactory ออกมาเผยแพร่ เขาบอกว่าได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ต้องทิ้งเปล่าเป็นจำนวนมาก โดยส่งให้แก่ Business Insider เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

Tripp บอกว่าที่เขาทำเช่นนั้นเพราะเขารู้สึกนิ่งเฉยไม่ได้กับสิ่งที่เขาได้เห็นในระหว่างการทำงาน ซึ่ง Business Insider ได้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวหลังจากที่ได้ตรวจสอบเนื้อหาที่ Tripp ส่งให้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ โดยเนื้อหาหลักสะท้อนภาพปัญหาการจัดการกระบวนการผลิตรถ Model 3 ที่อลหม่าน เต็มไปด้วยการเสียเปล่า เร่งรีบจนเกินจุดพอดีและมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีหัวข้อที่เป็นประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • เอกสารลงวันที่ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ระบุว่า วัตถุดิบเพื่อการผลิตแบตเตอรี่และอุปกรณ์ขับเคลื่อนกว่า 40% ต้องถูกทำลายทิ้งเสียเปล่าหรือต้องใช้พนักงานมาทำการแก้ไขชิ้นงานเสียใหม่จึงจะส่งไปยังโรงงานที่ California เพื่อประกอบรถ Model 3 ได้ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนการสุญเสียที่สูงและมีการประเมินค่าใช้จ่ายในการจัดการวัตถุดิบที่ต้องทิ้่งนั้นเป็นเงิน 150 ล้านเหรียญ โดย Tesla โต้ตอบว่าตัวเลข 150 ล้านเหรียญของ Business Insider นั้นสูงเกินจริง
  • หนึ่งในตัวอย่างของการจัดการกระบวนการผลิตที่ย่ำแย่ คือระบบหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายชุดแบตเตอรี่ เนื่องจากการโปรแกรมที่ผิดพลาดทำให้หุ่นยนต์สร้างรอยกดย้ำๆ จนเกิดเป็นรูทะลุเปลือกพลาสติกภายนอกของแบตเตอรี่ และสำหรับแบตเตอรี่บางลูกแล้วความเสียหายนั้นมีเข้าไปถึงในเซลล์แบตเตอรี่ ทว่าแทนที่แบตเตอรี่ที่ได้รับความเสียหายเหล่านั้นจะถูกทำลาย พวกมันกลับถูกนำไปซ่อมแซมโดยการอุดรูโหว่ด้วยกาวและนำกลับเข้าสู่สายการผลิตเพื่อใช้ประกอบในรถยนต์โดยข้อมูลในเอกสารได้ประเมินจำนวนแบตเตอรี่ที่มีปัญหาลักษณะนี้มากกว่า 1,000 ชิ้น
  • Tesla ปฏิเสธเรื่องจำนวนแบตเตอรี่ที่เสียหายโดยบอกว่ามีเพียงไม่กี่ชิ้นและไม่มีชิ้นไหนถูกนำมาใช้ต่อในกระบวนการผลิต แต่เมื่อ Business Insider ตรวจสอบเอกสารที่ได้รับมาที่มีการบันทึกล็อตการผลิตและความเชื่อมโยงได้พบว่าแบตเตอรี่ที่ถูกระบุว่ามีปัญหาถูกนำไปใส่ในรถยนต์ของ Tesla หลายร้อยคัน ทาง Business Insider ได้อ้างอิงหมายเลขประจำตัวรถคันหนึ่งจากกลุ่มนี้และสอบถามไปยัง Tesla แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยันหรือปฏิเสธว่ารถยนต์หมายเลขดังกล่าวมีแบตเตอรี่ที่มีปัญหาถูกหุ่นยนต์เจาะรูติดตั้งไว้จริงหรือไม่ โดย Tesla กล่าวแต่เพียงว่าชิ้นส่วนที่ไม่ได้คุณภาพจะไม่ถูกนำไปใช้งาน
  • Business Insider ระบุว่าเห็นภาพถ่ายชิ้นส่วนเพื่อการผลิตแบตเตอรี่ที่เรียกว่า "bandolier" ถูกผลิตมาโดยใช้กาวที่กำหนดส่วนผสมมาผิดพลาด ผลคือชิ้นส่วนไม่ได้มาตรฐานนี้ถูกวางทิ้งไว้บนพื้น ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการจัดเก็บขยะหรือวัตถุอันตรายที่ไม่เหมาะสม ทว่า Tesla ปฏิเสธว่าชิ้นส่วน "bandolier" นี้ยังไม่ถูกเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าและยังไม่ถูกชาร์จไฟ โดย Tesla อ้างว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นการเก็บชิ้นส่วนไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
  • เอกสารบางส่วนที่ Business Insider ได้รับเป็นข้อมูลการประเมินมูลค่าความสูญเสียของวัตถุดิบที่ต้องทิ้งไปในระหว่างการผลิต
  • มีภาพถ่ายชิ้นส่วนและวัสดุเพื่อการผลิตที่ถูกสุมทิ้งไว้เป็นกองขนาดใหญ่ในโรงงาน Gigafactory โดยมีชิ้นส่วนไวไฟที่ใช้เพื่อการผลิตแบตเตอรี่ปะปนรวมอยู่ในนั้นด้วย ซึ่ง Tesla ก็ชี้แจงว่าภาพเศษชิ้นส่วนที่เห็นนั้นเป็นการเก็บวัสดุในห้องควบคุมอุณหภูมิและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเช่นกัน
  • Business Insider อ้างว่าได้ข้อมูลาบอกเล่าจากแหล่งข่าว (ซึ่งหมายถึง Tripp) ว่ามีขยะจำนวนมากถูกซุกไว้ในโกดังที่ Ireland Drive ซึ่งเรื่อง Tesla ก็ออกมาปฏิเสธเช่นกันโดยระบุว่าโกดังดังกล่าวเอาไว้ใช้เก็๋บเฉพาะชิ้นส่วนที่สั่งซื้อจากผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนเท่านั้น
  • เนื้อความอีเมลภายในส่วนหนึ่งที่ Business Insider ได้รับ ระบุว่ากระบวนการปรับปรุงการผลิตที่ Elon Musk กล่าวว่าใช้หุ่นยนต์มากเกินไปนั้น เอาเข้าจริงการปรับปรุงที่ว่าคือการปิดการทำงานหรือลัดขั้นตอนการทำงานของหุ่นยนต์บางตัวโดยไม่มีแบบแผนที่ผ่านการวิเคราะห์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างหนึ่งคือพนักงานได้ปิดระบบุห่นยนต์ที่ใช้เพื่อการติดตามการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนในสายการผลิต (geanology) ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานที่ใช้กันโดยทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตรภยนต์ โดยการตัดสินใจนั้นทำด้วยเกณฑ์ง่ายๆ เพียงแค่เพราะมันทำให้กระบวนการผลิตรถใช้เวลานานกว่าที่ Musk ต้องการ

เกี่ยวกับข้อมูลที่กล่าวมาที่ Tripp ได้ส่งให้กับทาง Business Insider นั้น เขากล่าวว่าเขาไม่ได้ใช้วิธีแฮคมันเอามันออกมาอย่างที่ Tesla กล่าวอ้าง เขาบอกว่าเขา "ไม่มีความอดทนพอที่จะมามัวโค้ดโปรแกรม" เขายังปฏิเสธการกล่าวหาของ Tesla ที่ระบุว่าแรงจูงใจในการเอาข้อมูลของบริษัทออกมาเผยแพร่นี้เป็นไปเพื่อแก้แค้นบริษัทที่ไม่เลื่อนขั้นด้วย

Tripp บอกว่าเขากำลังหาทนายมาช่วยเรื่องคดีและต้องการการคุ้มกันตามกฎหมาย "Whistleblower Protection Act" ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกฎหมายปกป้องผู้ที่ตีแผ่เรื่องราวการกระทำผิดกฎหมาย หรือการกระทำที่ไม่ถูกต้องในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์ภาครัฐหรือเอกชน

กฎหมายนี้ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และคุ้มกันลูกจ้างหรือคู่สัญญาในบางกรณี โดยผู้ที่ตีแผ่เรื่องราวความไม่รถูกต้องทั้งการกระทำผิดกฎหมาย, ระเบียบหรือประกาศต่างๆ จากภาครัฐ, การบริหารจัดการที่ไม่เป็นธรรม, การกระทำในลักษณะที่ผลาญเงินทุน รวมทั้งการละเมิดสิทธิ์ ตลอดจนการกระทำที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือสวัสดิภาพของผู้คนนั้นจะได้รับการคุ้มกันมิให้ถูกเอาผิดจากการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าว

Tripp เล่าว่าก่อนจะมาทำที่ Tesla เมื่อปลายปีก่อน เขาเคยทำงานในบริษัทผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่เมื่อเขาได้งานที่ Tesla ก็ตัดสินใจย้ายครอบครัวมาที่ Nevada และเชื่อว่านี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา แต่เมื่อได้เข้ามาร่วมงานกับ Tesla จริง เขาบอกว่าภาพลวงตาที่เขาเคยเห็นก็หายไปหลังจากที่ได้เห็นว่า Elon Musk โกหกลูกค้าและนักลงทุนเรื่องกำลังการผลิตรถ, การทำงานที่เต็มไปด้วยการสูญเสียเปล่าประโยชน์ และวิถีการทำงานที่ฉาบฉวยไม่สามารถใช้ได้จริงในระยะยาว

Tripp ทิ้งท้ายอีเมลที่ส่งให้ The Washington Post ว่าเขาไม่ได้เปิดเผยเรื่องพวกนี้เพราะอยากทำร้าย Tesla แต่เขาทำเพราะอยากฉายแสงให้ผู้คนได้เห็นถึงภัยแฝงที่ถูกซุกไว้ในมุมมืด และเขาบอกว่าตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่า Elon Musk ที่เขาเคยชื่นชมนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นแค่ "พวกหลงตัวเอง" ที่สนใจเฉพาะเรื่องของตัวเองเท่านั้น

ที่มา - The Washington Post, Business Insider

Topics: Tesla MotorsLawsuits
Categories: IT News

แต่งหน้าตามดาราในเสี้ยววินาที นักวิจัยปัญญาสร้างประดิษฐ์ลอกการแต่งหน้าไปลงหน้าใครก็ได้

Thu, 21/06/2018 - 23:56

เมื่อปีที่แล้วทีมงาน Tencent เคยนำเสนอปัญญาประดิษฐ์สำหรับลบการแต่งหน้าออกจากภาพ ในปีนี้ที่งาน CVPR ก็มีการนำเสนอปัญญาประดิษฐ์สำหรับ "ลอก" การแต่งหน้าจากภาพต้นแบบไปลงหน้าใครก็ได้

การทำงานขั้นแรกจะแยกภาพส่วนสำคัญ เช่น ตา, คิ้ว, ปาก, จมูก จากนั้นนำภาพแต่ละส่วนเข้าโมเดลสร้างภาพการแต่งหน้า โดยใส่ทั้งภาพใบหน้าเป้าหมาย และใบหน้าของแบบที่แต่งหน้าเสร็จแล้วไปพร้อมกัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพ delta หรือเฉพาะการแต่งหน้า เพื่อนำไปเติมลงในภาพต้นฉบับและได้ใบหน้าที่แต่งหน้าเสร็จแล้ว

การสร้างชุดข้อมูลอาศัยวิดีโอสอนแต่งหน้าบน YouTube ที่ผู้สอนมักมีทั้งภาพหน้าสดและภาพแต่งหน้าเสร็จแล้วอยู่บนวิดีโอ ทีมงานแยกภาพก่อนและหลังกว่าพันชุด เพื่อฝึกโมเดลนิวรอนแบบ dilated residual networks (DRN)

อีกหน่อยเห็นภาพดาราบนอินสตาแกรมก็เซลฟี่ตัวเองให้แต่งหน้าแบบเดียวกันได้ทันที หรือเจ้าสาวทั้งหลายไปเห็นพอร์ตของช่างแต่งหน้าก็ทดลองได้ก่อนว่าเหมาะกับตัวเองไหม

ที่มา - Princeton

Topics: Artificial Intelligence
Categories: IT News

ปัญญาประดิษฐ์แสดงท่วงท่าของการเล่นดนตรีจากเสียงเพลงได้แล้ว

Thu, 21/06/2018 - 23:37

ทีมวิจัยจากเฟซบุ๊ก, มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, และมหาวิทยาลัยวอชิงตัน รายงานถึงการสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างตัวการ์ตูนแทน (avatar) ที่เล่นดนตรีได้สมจริง เพียงแค่ใส่เสียงดนตรีไปอย่างเดียวเท่านั้น

ปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นแบบ LSTM ที่รับเสียงดนตรีและให้ค่าลักษณะของมือและแขนที่ควรจะเป็น จากนั้นจึงนำโครงแขนนี้ไปกำหนดท่าทางให้กับโมเดลสามมิติได้

ข้อมูลอาศัยวิดีโอดนตรีใน YouTube ที่มีความยาวพอสมควร และมีเครื่องดนตรีชิ้นเดียว และกล้องไม่ขยับตลอดวิดีโอ จากนั้นสร้างภาพโครงแขนและมือจากประมาณการในวิดีโอ ได้ชุดข้อมูลลักษณะแขนและมือออกมาคู่กับเสียงดนตรี นำมาฝึกเครือข่ายนิวรอนแบบ LSTM

เมื่อได้โมเดลแล้วจึงนำมาสร้างโครงแขนและมือจากดนตรี และทำ avatar จากซอฟต์แวร์ ARKit

แนวทางนี้พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยอื่นที่สามารถสร้างภาพการขยับปากจากเสียงพูดได้ แต่ในงานนี้เป็นการสร้างท่าทางแทน อย่างไรก็ดีงานวิจัยยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เพราะข้อมูลตั้งต้นใช้วิดีโอ YouTube แทนที่จะเป็นวิดีโอที่ถ่ายทำมาเฉพาะ ทำให้มีข้อมูลไม่เท่ากัน เช่นภาพนักเปียโน มือข้างซ้ายมักถูกมือขวาบังไว้ และท่าทางนอกจากมือก็ยังไม่สามารถทำนายด้วยโมเดลได้

ที่มา - Audio to Body Dynamics

Topics: Artificial IntelligenceResearch
Categories: IT News

Xbox ทดลองใช้บล็อคเชนแชร์ข้อมูลค่าลิขสิทธิ์กับผู้จัดจำหน่ายเกม เห็นข้อมูลเกือบเรียลไทม์

Thu, 21/06/2018 - 23:10

ไมโครซอฟท์เผยแพร่กรณีศึกษาของการใช้บริการ Azure แต่ครั้งนี้กรณีศึกษามาจาก Xbox ของไมโครซอฟท์เอง ที่ใช้บล็อคเชนบน Azure เพื่อแชร์ข้อมูลค่าลิขสิทธิ์ให้กับผู้จัดจำหน่ายเกม

รายงานระบุว่าก่อนหน้านี้ผู้จัดจำหน่ายเกมจะรู้ยอดขายที่ชัดเจนในแต่ละเดือนก็หลังจากหมดเดือนไปแล้ว 45 วัน ที่เจ้าหน้าที่จะมาสรุปยอดส่งไปให้ ระยะเวลานี้ทำให้ผู้จัดจำหน่ายคาดเดาตลาดได้ยาก ไม่สามารถจัดงบประมาณประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมได้ จึงหันมาสร้างบล็อคเชนเพื่อแชร์ข้อมูล

ผู้จัดจำหน่ายแต่ละรายมีสัญญากับ Xbox ต่างกันไป งานนี้ไมโครซอฟท์ปรับสัญญาให้กลายเป็น smart contract บนบล็อคเชนแล้วแชร์ข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้อง โดยโครงการนี้ไมโครซอฟท์พัฒนาร่วมกับ Ernst & Young LLP โดยเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแต่ยังจำกัดอยู่กับพันธมิตรกลุ่มเล็ก และอาจจะขยายเพิ่มภายในปีนี้

โครงการนี้ใช้ Quorum ที่สามารถจำกัดผู้เข้าถึง transaction ไว้เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องได้

ที่มา - Microsoft, Microsoft: Customer Stories

Topics: XboxBlockchainMicrosoft Azure
Categories: IT News

ซีอีโอ Intel ลาออก หลังผิดกฎมีสัมพันธ์ชู้สาวกับพนักงาน, CFO นั่งเก้าอี้แทนชั่วคราว

Thu, 21/06/2018 - 20:48

Brian Krzanich ซีอีโอของ Intel ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังมีประเด็นมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงาน ซึ่งผิดกฎของบริษัทที่ห้ามพนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงาน โดยระหว่างการหาซีอีโอใหม่ Robert Swan ที่เป็น CFO จะมานั่งเก้าอี้ชั่วคราวแทน

ทาง Intel แถลงยืนยันการกระทำผิดกฎบริษัทของ Brian Krzanich หลังมีการสอบสวนทั้งจากภายนอกและภายในบริษัทเอง

ทั้งนี้ Brian Krzanich ถูกตั้งเป็นซีอีโอของ Intel ในปี 2013 และทำงานกับ Intel มาตั้งแต่ปี 1982

ที่มา - Intel via NYTimes


Brian Krzanich - ภาพจาก Intel

Topics: IntelCEO
Categories: IT News

กสิกรประกาศใช้ AI วิเคราะห์และนำเสนอสินเชื่อ SME ผ่านแอป K PLUS รับเงินภายใน 1 นาที

Thu, 21/06/2018 - 20:28

ธนาคารกสิกรไทยประกาศการนำเสนอสินเชื่อ SME บนมือถือผ่านแอป K PLUS ไม่ต้องใช้หลักประกัน ไม่ต้องยื่นเอกสาร คลิ๊กปุ๊บรับเงินภายใน 1 นาที โดยทางธนาคารใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเงินของลูกค้า

คุณสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยระบุว่าที่ผ่านมา อุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SME คือการไม่มีหลักประกัน, ไม่มีข้อมูลการเงินเพียงพอ, ไม่มีการวางแผนใช้เงิน รวมถึงขั้นตอนการขอสินเชื่อที่ต้องเตรียมเอกสารเยอะและระยะเวลาในการทำเรื่องที่นาน บริการนี้ของกสิกรไทยจึงจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

ส่วนโมเดลการพิจารณาสินเชื่อโดยใช้ AI นั้นจะวิเคราะห์จากข้อมูลทางด้านการเงินในอดีตของลูกค้า เช่น ข้อมูลเงินฝาก การใช้เครดิต เครดิตบูโร รวมถึงข้อมูลจากแอป K PLUS ขณะที่การใช้ AI ก็จะช่วยให้ธนาคารรู้ด้วยว่าจะต้องนำเสนอสินเชื่อให้ใคร เวลาไหนและให้เท่าไหร่ จึงเหมาะสมและเพียงพอกับลูกค้า SME ด้วย

คุณสุรัตน์เผยด้วยว่า ธนาคารได้เสนอสินเชื่อ SME บนมือถือ ผ่าน K PLUS .ให้กับลูกค้า SME ไปตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฎว่าลูกค้ากว่า 76% สนใจและตอบรับข้อเสนอของธนาคาร

สำหรับขั้นตอนในการยื่นสินเชื่อมีเพียง 3 ขั้นตอน เมื่อผู้ประกอบการได้รับแจ้งข้อเสนอสินเชื่อในเมนู Life PLUS บน K PLUS คือ เลือกเงื่อนไข, รอธนาคารอนุมัติ และกดคลิ๊กตกลงรับสินเชื่อ จากนั้นเงินจะโอนเข้าบัญชีลูกค้าทันทีภายใน 1 นาที วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ผู้ประกอบการ SME จะต้องมีการเดินบัญชีกับทางการธนาคารอย่างสม่ำเสมอและมีวินัยการเงินที่ดี จึงจะมีโอกาสได้รับข้อเสนอสินเชื่อจากธนาคารผ่านทาง K PLUS เพื่อนำไปต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อไป

Topics: Kasikorn BankSMEsArtificial IntelligenceAdvertorial
Categories: IT News

บอร์ด SIM7020E 4G NB-IOT ราคาไม่ถึง 500 บาท

Thu, 21/06/2018 - 18:06

เครือข่าย NB-IoT ในไทยมีแนวโน้มจะมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศจากทั้ง AIS และ True ที่เปิดให้บริการและขายบอร์ดพัฒนา โดยทั้งสองรายมีการวางขายแล้วในราคาประมาณหนึ่งพันบาท แต่ตอนนี้ CNX Software รายงานถึงบอร์ด SIM7020E 4G NB-IOT ที่มีราคาถูก ในราคาไม่ถึง 500 บาท

บอร์ด NB-IoT ดังกล่าวโดยใช้โมดูล SIMCom SIM7020E ตัวบอร์ดมีขนาด 28 x 26mm มีช่องสำหรับใส่ Nano SIM, มี USB UART x 2 (3.3V / 5V) มาให้ในตัว, ปุ่มเปิด-ปิด มีไฟ LED ในตัว, เชื่อมต่อกับพีซีด้วย micro USB, Power Supply แรงดันไฟฟ้าขนาด 5v และสามารถเชื่อมต่อเสาอากาศแบบ u.FL

บอร์ดมีราคา 14.30 ดอลลาร์ หรือประมาณ 468 บาทเท่านั้น โดยบอร์ด SIM7020E 4G NB-IOT นั้นรองรับคลื่น B/8 เช่นเดียวกับบอร์ดของ AIS และ True ที่ใช้คลื่น B/8 เช่นเดียวกัน

ที่มา : CNX-Software

Topics: Internet of Things
Categories: IT News

HP ประเทศไทย เปิดตัวโน้ตบุ๊คและพีซีตระกูล Envy และ Pavilion ราคาเริ่มต้นที่ 24,990 บาท

Thu, 21/06/2018 - 17:21

HP ประเทศไทย เปิดตัวโน้ตบุ๊คซีรีส์ Envy ตอบโจทย์การทำงานที่คล่องตัว พร้อมด้วยตระกูล Pavilion สำหรับการทำงานและเกมมิ่ง

สเปก HP Envy 13
  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว มีความละเอียดให้เลือกทั้งแบบ FHD และ 4K
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ซีพียู Intel Core i3-8310U / Core i5-8250U / Core i7-8550U
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphic 620 / NVIDIA GeForce MX150
  • แรมอัพเกรดได้สูงสุด 16GB, SSD อัพเกดรได้สูงสุด 1TB
  • มีสแกนลายนิ้วมือ
  • ระบบเสียง Bang & Olufsen
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมง
  • เริ่มวางจำหน่ายเดือนกรกฎาคม ผ่านทางเว็บไซต์ HP Thailand และร้านค้าปลีกทั่วไป ราคเริ่มต้นที่ 38,990 บาท

สเปก HP Envy x360 13
  • หน้าจอทัชสกรีน 13.3 นิ้ว มีความละเอียดให้เลือกทั้งแบบ FHD และ 4K
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ซีพียู AMD Ryzen 3 2300U / Ryzen 5 2500 U / Ryzen 7 2700 U
  • การ์ดจอ AMD Radeon Vega 3 / Radeon Vega 8 / Radeon RX Vega 10
  • แรมอัพเกรดได้สูงสุด 16GB, SSD อัพเกรดได้สูงสุด 1TB
  • ระบบเสียง Bang & Olufsen
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมง
  • เริ่มวางจำหน่ายเดือนมิถุนายน ผ่านทางเว็บไซต์ HP Thailand และร้านค้าปลีกทั่วไป ราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท

HP Pavilion x360 14
  • หน้าจอทัชสกรีน 14 นิ้ว มีความละเอียดให้เลือกสองแบบ ได้แก่ HD และ FHD
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ซีพียู Intel Core i3-8130U / Core i5-8250 / Core i7-8550U มาพร้อม Intel Optane 16 GB
  • แรมอัพเกรดได้สูงสุด 12GB
  • หน่วยความจำ SSD อัพเกรดได้สูงสุด 512GB / HDD อัพเกรดได้สูงสุด 1TB
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620 / Intel HD Graphics 610 / NVIDIA GeForce MX130
  • ระบบเสียง B&O PLAY
  • มีสแกนลายนิ้วมือ
  • เริ่มวางจำหน่ายเดือนกรกฎาคม ผ่านทางเว็บไซต์ HP Thailand และร้านค้าปลีกทั่วไป ราคาเริ่มต้นที่ 24,990 บาท

HP Pavilion Gaming Laptop 15
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียดมีให้เลือกสามแบบ ได้แก่ FHD / FHD + 144Hz / 4K
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ซีพียู Intel Core i5-8300H / Core i7-8750H
  • แรมอัพเกรดได้สูงสุด 16GB
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 630 / NVIDIA GeForce GTX 1050 / 1050 Ti / 1060
  • หน่วยความจำเครื่องมีทั้งแบบ SSD 256GB / HDD ที่อัพเกรดได้สูงสุด 2TB
  • ระบบเสียง B&O PLAY
  • เริ่มวางจำหน่ายเดือนกรกฎาคม ผ่านทางเว็บไซต์ HP Thailand และร้านค้าปลีกทั่วไป ราคาเริ่มต้นที่ 24,990 บาท

HP Pavilion Gaming Desktop 690
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 2600 / Ryzen 7 2700
  • การ์ดจอมีให้เลือกหลายแบบ ได้แก่ NVIDIA GeForce GTX 1060 / 1050Ti / 1050 หรือ AMD Radeon RX 580 / Radeon RX 550
  • แรมอัพเกรดได้สูงสุด 16GB
  • หน่วยความจำมีให้เลือกทั้งแบบ SSD ที่อัพเกรดได้สูงสุด 512GB หรือ SSD + HDD 3TB x 2
  • เริ่มวางจำหน่ายแล้วผ่านทางเว็บไซต์ HP Thailand และร้านค้าปลีกทั่วไป ราคาเริ่มต้นที่ 28,990 บาท

Topics: HPEnvyNotebookPavilionHardware
Categories: IT News

Grab จับมือกับ Shopee บริการส่งสินค้าแบบ Same-Day ในมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

Thu, 21/06/2018 - 16:56

Grab ประกาศความร่วมมือกับ Shopee โดยเตรียมให้บริการจัดส่งสินค้าแบบภายในวันเดียวกับที่สั่งซื้อ (Same-Day Delivery) เฉพาะในพื้นที่เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยจำกัดเฉพาะร้านค้าบางราย และคำสั่งซื้อต้องอยู่ระหว่างเวลา 9 นาฬิกา ถึง 18 นาฬิกา ของวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ภายใต้ชื่อบริการ GrabExpress

ถึงแม้ความร่วมมือนี้จะมีเฉพาะในฟิลิปปินส์ แต่เนื่องจากทั้ง Grab และ Shopee ต่างให้บริการอยู่ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นไปได้ว่าอาจมีการขยายพื้นที่ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ Anthony Tan ซีอีโอ Grab กล่าวว่า 4 ธุรกิจสำคัญของ Grab คือการเดินทาง, ส่งอาหาร, บริการทางการเงิน และประกาศเพิ่มบริการขนส่งสินค้า เป็นธุรกิจสำคัญตัวใหม่ของบริษัท

ที่มา: Grab และ Tech In Asia

Topics: GrabShopeePhilippinesLogistics
Categories: IT News

Fedora เริ่มพัฒนา CoreOS สำหรับรันในคอนเทนเนอร์แล้ว หลัง Red Hat ควบรวม CoreOS

Thu, 21/06/2018 - 16:51

หลัง Red Hat ซื้อกิจการ CoreOS ในเดือนมกราคม 2018 ผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ซ้อนทับกันคือดิสโทรลินุกซ์จากทั้งสองบริษัท ได้แก่ Container Linux ของ CoreOS และ Red Hat Atomic Host ที่ออกแบบมาสำหรับรันในคอนเทนเนอร์เหมือนกัน

เดือนที่แล้ว Red Hat ประกาศว่าจะยุบดิสโทรสองตัวนี้เข้าด้วยกัน โดยจะให้ Container Linux เป็นตัวหลัก และเปลี่ยนชื่อตัวดิสโทรมาเป็น CoreOS แทน

ล่าสุด Fedora ในฐานะโครงการต้นน้ำของ Red Hat Linux ก็ประกาศเริ่มทำ Fedora CoreOS แล้ว ดิสโทรตัวนี้จะสร้างขึ้นมาใหม่จากกระบวนการของชุมชน Fedora แต่จะยังรักษาคุณลักษณะของ Container Linux เดิมอย่างเต็มที่ ส่วน Fedora Atomic Host จะค่อยๆ เฟดตัวเองไปอย่างช้าๆ และการเปลี่ยนแปลงน่าจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี

Fedora CoreOS จะกลายเป็นโครงการต้นน้ำเพื่อให้ Red Hat นำไปสร้างเป็น Red Hat CoreOS ต่อไป

ถ้าใครทัน Fedora ยุคแรกๆ ที่แยกส่วน Core กับ Extras ออกจากกัน ทีมงาน Fedora ก็แซวตัวเองว่าในที่สุดชื่อ Core ก็กลับคืนมายังโครงการอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้เว็บไซต์ Fedora CoreOS ออนไลน์แล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก

ที่มา - Fedora

Topics: FedoraCoreOSRed HatLinuxOpen SourceContainer
Categories: IT News

.NET Core 2.0 หมดระยะซัพพอร์ตเดือนกันยายน 2018, ให้ย้ายไปใช้ 2.1 แทน

Thu, 21/06/2018 - 16:02

ไมโครซอฟท์ประกาศหยุดซัพพอร์ต .NET Core 2.0 ที่เพิ่งออกเมื่อเดือนสิงหาคม 2017 โดยจะหมดอายุ (End of Life) ในวันที่ 1 กันยายน 2018

เหตุที่ .NET Core 2.0 หมดอายุเร็วว่าปกติ เป็นเพราะไมโครซอฟท์เพิ่งออก .NET Core 2.1 มาทดแทน และ .NET Core 2.1 เป็นรุ่น LTS ที่จะซัพพอร์ตยาวนาน 3 ปี ในขณะที่เวอร์ชัน 2.0 เป็นรุ่น Current ที่ซัพพอร์ตระยะสั้นเท่านั้น

หลังจากไมโครซอฟท์หันมาออก .NET Core ในปี 2016 ทุกเวอร์ชันที่ผ่านมา (1.0 และ 1.1) ล้วนแต่เป็นเวอร์ชัน LTS ที่มีระยะซัพพอร์ตยาวนาน (1.0/1.1 นานถึงปี 2019) และเพิ่งมี .NET Core 2.0 ที่เป็นเวอร์ชันซัพพอร์ตระยะสั้นตัวแรก

ที่มา - Microsoft

Topics: .NETMicrosoftDevelopment
Categories: IT News

Match Group เจ้าของ Tinder เข้าซื้อหุ้นใน Hinge ที่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาว

Thu, 21/06/2018 - 14:26

Match Group บริษัทรายใหญ่ที่มีแอพหาคู่หลายรายในมือ ที่โด่งดังคือ Tinder เข้าซื้อหุ้น 51% ใน Hinge แพลตฟอร์มหาคู่อีกรายที่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาว หลังจากที่มีบริษัททำแอพหาคู่อยู่แล้วในมือหลายรายคือ OkCupid, PlentyOfFish และ Match.com

Hinge เป็นแพลตฟอร์มหาคู่ที่ผู้ใช้งานต้องจ่ายค่าสมาชิก 7 ดอลลาร์ต่อเดือน และเน้นกลุ่มผู้ใช้ที่มองหาความสัมพันธ์ระยะยาวจริงๆ Facebook เองก็ประกาศจะทำฟีเจอร์นัดเดทที่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาวด้วยในงาน F8

สำหรับการที่ Facebook จะเปิดตัวฟีเจอร์หาคู่นั้น Justin McLeod ซีอีโอ Match Group บอกว่า คนใช้งานแพลตฟอร์มหาคู่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ใช้ Facebook กันน้อยลง และยังมองไม่เห็นว่าผู้คนจะไว้ใจเรื่องหาคู่บน Facebook ได้อย่างไรหรือไปในทิศทางใด

ภาพจาก Hinge

ที่มา - Engadget

Topics: DatingTinder
Categories: IT News

นักวิจัยชี้ สารให้สีขาวอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

Thu, 21/06/2018 - 13:18

ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Adam Heller จาก University of Texas ได้ทำการตรวจสอบตัวอย่างตับอ่อนจากผู้บริจาคและพบความเกี่ยวโยงกันระหว่างผลึกของสาร Titanium Dioxide (TiO2) ซึ่งเป็นสารให้สีขาวสำหรับใช้ในอาหารและอาการเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes (T2D)) โดยจากการทดสอบตัวอย่างจำนวน 11 ตัวอย่าง ซึ่งนำมาจากผู้บริจาคสุขภาพดี 3 คน และผู้บริจาคที่เป็นโรค T2D 8 คน พบว่า ในตัวอย่างของผู้มีสุขภาพดี ตรวจไม่พบผลึก TiO2 ในขณะที่ตัวอย่างจากผู้ป่วย T2D ตรวจพบผลึกสาร TiO2 มากกว่า 200 ล้านผลึกต่อกรัมของ TiO2 ที่พบ

การค้นพบดังกล่าวสื่อให้เห็นว่า อาการของโรค T2D แท้จริงแล้วอาจเกิดจากอาการอักเสบเรื้อรังของตับอ่อนอันเนื่องมาจากผลึกของสารดังกล่าว ทั้งนี้ ทีมวิจัยวางแผนจะทำการตรวจสอบในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่กว่านี้เพื่อยืนยันผลการค้นพบ

สำหรับสาร TiO2 เป็นอนุภาคสีขาวที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยปัจจุบันการผลิตสารให้สีประมาณ 70% เป็นการผลิต TiO2 เพื่อใช้ให้สีและป้องกันรังสี UV มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สีทาบ้าน ยาสีฟัน ครีมกันแดดไปจนถึงสีผสมอาหาร (รหัส INS171) ซึ่งพบในอาหารหลากหลายชนิด เช่น ลูกอม นม ชีส โดยเริ่มมีการนำมาใช้ในอาหารอย่างแพร่หลายตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 เพื่อทดแทนสีขาวที่มาจากอนุภาคตะกั่ว สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นอย่างมากของผู้ป่วย T2D ในช่วงครึ่งศตวรรษหลัง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคยังคงเป็นโรคอ้วนและความชราภาพ

ที่มา medicalxpress

Topics: Medical
Categories: IT News

ชมผลงานเด็ก 7 ขวบที่ชนะประกวด Google Doodle เป็นรูปวาดไดโนเสาร์

Thu, 21/06/2018 - 12:53

Google จัดงานประกวด Doodle 4 Google ให้เด็กๆ ส่งภาพ ไอเดียสำหรับ Google Doodle หรือการเปลี่ยนโลโก้ของ Google ในโอกาสสำคัญต่างๆ โดยโจทย์การแข่งขันคือ "สิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ"

ผู้ชนะคือ Sarah Gomez-Lane หนูน้อย 7 ขวบจากเวอร์จิเนีย วาดไดโนเสาร์ต่อกันเป็นคำว่า Google โดยแรงบันดาลใจของเธอคือเธออยากเป็นนักบรรพชีวินวิทยา หรือนักศึกษาซากดึกดำบรรพ์ และแน่นอนว่าผลงานของเธอจะขึ้นโฮมเพจในหน้าค้นหาของ Google ด้วย

Sarah Gomez-Lane จะได้รับทุนการศึกษาในวิทยาลัยมูลค่า 30,000 ดอลลาร์ และโรงเรียนประถมใน Falls Church เวอร์จิเนียที่เธอศึกษาจะได้รับเงิน 50,000 ดอลลาร์เพื่อให้ใช้เทคโนโลยีช่วยส่งเสริมให้นักเรียนตามหาสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจของพวกเขา

ที่มา - Google

Topics: GoogleDesign
Categories: IT News

สตรีมมิ่งในอาเซียน ร่วมสร้างแนวปฏิบัติด้านเนื้อหา กันเนื้อหาผิดลิขสิทธิ์, hate speech

Thu, 21/06/2018 - 12:32

ผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์แบบสมัครสมาชิกในอาเซียน ได้แก่ ASTRO, dimsum, Fox+, HOOQ, iflix, Netflix, tonton และ TVB ร่วมมือกันประกาศแนวปฏิบัติด้านเนื้อหาเพื่อกำกับดูแลกันเองในอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภค และให้แน่ใจว่าเนื้อหาถูกลิขสิทธิ์ ปราศจากถ้อยคำแสดงความเกลียดชัง อาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง สื่อลามกอนาจาร และเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ

ความคิดนี้เริ่มมีครั้งแรกที่งานเสวนาสภาผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมอาเซียน (ASEAN Telecom Regulators Council dialogue) ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ป็นการพบปะพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันทั่วทั้งอาเซียน

ผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ด้วยคือ สมาคมผู้ประกอบการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแห่งภูมิภาคเอเชีย (CASBAA)

หลุยส์ บอสเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CASBAA กล่าวว่า แนวปฏิบัตินี้ ช่วยแยกแยะการบริการที่ถูกกฎหมายจากเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งไม่เพียงทำร้ายธุรกิจที่ถูกกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการรับชมเนื้อหาที่ไม่มีการตรวจสอบอีกด้วย สื่อรุนแรงอาจเข้าถึงเยาวชนได้ง่าย


ภาพจาก Shutterstock โดย pixinoo

ที่มา - ข่าวประชาสัมพันธ์

Topics: Video StreamingNetflixiflixHOOQ
Categories: IT News

Samsung แพ้คดีสิทธิบัตร FinFET โดนสั่งให้ชดใช้ 400 ล้านดอลลาร์

Thu, 21/06/2018 - 02:35

Samsung แพ้คดีที่ถูกฟ้องร้องว่าละเมิดสิทธิบัตรเกี่ยวกับ FinFET และถูกสั่งให้จ่ายเงินเพื่อชดใช้เป็นมูลค่า 400 ล้านดออลาร์ให้แก่ KAIST เจ้าของสิทธิบัตร

FinFET เป็นทรานซิสเตอร์ MOSFET ชนิดหนึ่งที่ส่วนของ Source และ Drain ยื่นสูงขึ้นมาเป็นครีบ (อันเป็นที่มาของชื่อ) ซึ่ง KAIST มหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้ได้ทำการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับ FinFET และจดสิทธิบัตรผลงานดังกล่าวได้ โดยมีการจดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาด้วย และตัวแทนที่ดูแลเรื่องผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในสหรัฐอเมริกานี้เองที่ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลว่า Samsung เอาผลงานวิจัยเกี่ยวกับ FinFET ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทาง Samsung แย้งว่าบริษัทได้ร่วมมือกับ KAIST ทำการวิจัยพัฒนามาตั้งแต่ต้น ทว่า KAIST ก็โต้แย้งว่าทางผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากเกาหลีใต้นั้นได้แสดงท่าที "ไม่เห็นค่างานวิจัย FinFET" มาตั้งแต่เริ่มแรก และเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะล้มเหลว จนกระทั่งเป็น Intel ที่คว้าสิทธิ์ได้รับอนุญาตให้ใช้งานเทคโนโลยีผลงานวิจัยค้นคว้านี้ ทาง Samsung จึงได้เริ่มหันกลับมามอง FinFET ใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ KAIST ยืนยันว่า Samsung ได้นำเอาความรู้จากงานวิจัย FinFET ไปใช้ประโยชน์โดยไม่เคยช่วยออกเงินให้ KAIST เลย

หลังการไต่สวนคดี คณะลูกขุนของศาลกลางใน Texas ได้ตัดสินให้ Samsung ชดใช้ KAIST ด้วยเงิน 400 ล้านดออลาร์ โทษฐานการละเมิดสิทธิบัตร และอันที่จริงแล้วคณะลูกขุนยังพบว่าการละเมิดสิทธิบัตรนี้เป็นไปโดยจงใจทำ ซึ่งนั่นอาจทำให้ผู้พิพากษาตัดสินใจเพิ่มโทษปรับจากคำตัดสินของลูกขุนขึ้นไปเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ก็ได้

ทั้งนี้จากการไต่สวนยังพบว่า GlobalFoundries และ Qualcomm ก็ถือว่าเป็นผู้ละเมิดสิทธิบัตรของ KAIST เช่นกัน โดย GlobalFoundries นั้นได้สิทธิ์การผลิต FinFET ไปจาก Samsung อีกต่อหนึ่ง ส่วน Qualcomm นั้นถือว่าร่วมละเมิดเพราะชิปของ Qualcomm นั้นผลิตโดย GlobalFoundries และ Samsung Foundry โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิบัตรที่ KAIST ถือครองอยู่

หลังมีคำตัดสินออกมา Samsung ให้ความเห็นว่าผิดหวังกับคำติดสินดังกล่าวและกำลังพิจารณาเรื่องการอุทธรณ์คดีต่อไป

ที่มา - AnandTech

Topics: SamsungLawsuitsPatentSemiconductor
Categories: IT News

ทีมงาน Chrome พบช่องโหว่ Firefox/Edge เว็บมุ่งร้ายอ่านค่าของเว็บอื่นได้ จากการ redirect ขณะโหลดกลางไฟล์

Thu, 21/06/2018 - 02:28

Jake Archibald ทีมงานสนับสนุนนักพัฒนาของ Google Chrome พบช่องโหว่ของ Firefox และ Edge ที่เปิดทางให้เว็บมุ่งร้ายอ่านค่าจากเว็บอื่นได้ โดยอาศัย media element เช่นแท็ก audio และ video

Archibald พบว่าการขอไฟล์บางประเภทจากแท็กนั้น เบราว์เซอร์รับไฟล์ไปเพียงบางส่วนได้ และหลังจากนั้นจะขอไฟล์ส่วนที่เหลือโดยใส่ HTTP Header แท็ก Range เพิ่มเข้าไป ปัญหาคือเมื่อเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่มุ่งร้ายตอบกลับมา มันสามารถตอบ redirect เพื่อให้ไปอ่านค่าที่เหลือจากโดเมนเหยื่อใดๆ ก็ได้ และเมื่อเบราว์เซอร์ได้รับค่าจากโดเมนเหยื่อก็จะถือว่าข้อมูลที่อ่านมาได้ เป็นข้อมูลที่เว็บมุ่งร้ายนั้นอ่านได้

เนื่องจากการโจมตีใช้แท็ก Audio ใน Firefox นั้นไม่อนุญาตให้จาวาสคริปต์อ่านข้อมูลเสียงโดยตรง จึงอ่านได้เพียงความยาวของไฟล์จากโดเมนอื่น ซึ่งก็เกินกว่าสิทธิ์ปกติอยู่แล้ว แต่บน Edge นั้น Web Audio API อนุญาตให้อ่านข้อมูลเสียงออกมาเป็นไบนารีได้โดยตรง ทำให้เว็บมุ่งร้ายสามารถอ่านข้อมูลจากโดเมนเหยื่อใดๆ ก็ได้

นอกจากประเด็นความร้ายแรงของช่องโหว่ Archibald ยังเล่าถึงกระบวนการรายงานช่องโหว่ว่า Firefox นั้นทำงานอย่างรวดเร็ว วิศวกรเข้ามาตอบกลับภายในสามชั่วโมงหลังส่งรายงาน และได้พูดคุยกันว่าควรแก้ไขอย่างไร ขณะที่การรายงานไปยังไมโครซอฟต์นั้นค่อนข้างสับสน ช่องทางหลักผ่านอีกเมล secure@microsoft.com ระบุว่าไม่สามารถรายงานเข้าไปยังระบบของ Edge ได้ กระบวนการรายงานล่าช้า กว่าจะได้รับการตอบกลับว่ากำลังแก้ไขก็ต้องรอนานถึง 20 วัน และต้องอาศัยการติดต่อทีมงานโดยตรงหลายครั้ง เขาระบุว่าไมโครซอฟท์กำหนดหมายเลข CVE ของช่องโหว่และปล่อยแพตช์โดยไม่ได้บอกผู้แจ้งช่องโหว่แม้แต่น้อย ทางออกคือต้องบ่นออกทวิตเตอร์ จนวิศวกรของ Edge มาเห็นและประสานงานให้

ช่องโหว่แก้ไขในทุกเบราว์เซอร์แล้ว ควรอัพเดตซอฟต์แวร์ให้เร็วที่สุดหลังผู้ผลิตปล่อยแพตช์ครับ

ที่มา - Jake Archibald

Topics: BrowserSecurity
Categories: IT News