IT News

EA โหมโรง เปิดเว็บไซต์ของ Battlefield ภาคใหม่ เปิดตัวจริง 23 พ.ค.

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 15:13

หลังจากที่ EA และ DICE ได้ออกมาคอนเฟิร์มว่า Battlefield 5 จะมาในปีนี้ล่าสุด Electronic Arts และ DICE ได้เปิดตัวเว็บไซต์ที่คาดว่าจะเป็นของ Battlefield 5 (หรืออาจจะเป็นชื่ออื่น)

เนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้เขียนไว้ว่า MAY 23, 2018 และติด #battlefield และ Never Be The Same ซึ่งดูจากประโยคแล้ว อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของเกมตระกูล Battlefield ก็ว่าได้

เคยมีข่าวลือออกมาหลายครั้งเกี่ยวกับ Battlefield ใหม่ไม่ว่าจะเป็น Battlefield 5 หรือ Battlefield Bad Company 3 แต่ยังไม่มีอะไรแน่นอนมากนักไม่แน่อาจจะเป็นเพียงแค่ DLC ใหม่ของ Battlefield 1 ก็ได้

ที่มา - trustedreviews

Topics: BattlefieldDICEEAGames
Categories: IT News

Google เตรียมปรับข้อตกลงกับผู้ผลิตแอนดรอยด์ OEM แก้ปัญหาไม่ปล่อย Security Patch รายเดือน

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 14:51

ปัญหาการอัพเดตแพตช์รายเดือนบนแอนดรอยด์เป็น pain point ใหญ่อย่างหนึ่งที่ Google พยายามแก้ไขมาตลอด ซึ่งถึงแม้จะมี Project Treble บน Android Oreo จะออกมาช่วยแก้ปัญหาในเชิงเทคนิค แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตแอนดรอยด์จะยอมทำตามกันทั้งหมด

ล่าสุด Google จริงจังที่จะแก้ปัญหานี้ไปอีกขึ้น จากการเตรียมจะแก้ไขรายละเอียดในข้อตกลง กับผู้ผลิตแอนดรอยด์ OEM (OEM Agreement) ให้ปล่อยแพตช์รายเดือนอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น ทว่ายังไม่มีรายละเอียดออกมาว่าจะบังคับอะไรยังไง อุปกรณ์รุ่นไหนบ้าง

ที่มา - XDA

Topics: AndroidGoogleSecurity
Categories: IT News

มีคนพบ Facebook กำลังทดลองฟีเจอร์แสดงข้อมูลแอดมินเพจว่ามีกี่คน อยู่ประเทศอะไรบ้าง

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 14:39

ช่วงวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา นักข่าว BuzzFeed จับภาพหน้าจอ Facebook ที่เป็นเพจ พบว่ามีการแสดงข้อมูลว่า เพจก่อตั้งเมื่อไร ผู้ดูแลเพจมีกี่ราย ผู้ดูแลเพจอาศัยอยู่ที่ไหน มีประวัติการเปลี่ยนชื่อเพจหรือไม่

เมื่อนักข่าวสอบถามไปยัง Facebook ได้รับคำตอบจาก Alex Himel รองประธานฝ่าย Local ของ Facebook ว่า เป็นฟีเจอร์ในอนาคตที่จะเปิดให้ใช้อยู่แล้ว แต่เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยทำให้เผลอปล่อยออกไปให้ผู้ใช้ฝั่งแคนาดากับไอร์แลนด์

ฟีเจอร์นี้น่าสนใจตรงที่ ถ้าเปิดให้ใช้จริง ตามเพจการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ จะสามารถเห็นได้เลยว่ามีผู้ดูแลกี่คน และแต่ละคนอยู่ในสหรัฐฯ หรือไม่ หรือมาจากประเทศอื่น นักข่าว BuzzFeed ลองไปสำรวจตามเพจต่างๆ เช่น Infowars (เพจขวาจัด) มีหนึ่งในแอดมินอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ และเพจ Black Lives Matter ก็มีแอดมินบางคนอยู่ในฟิลิปปินส์ เป็นต้น

Earlier today, Facebook turned on a feature that showed information about Pages including:- date of creation- number of admins- location of admins- name changes.This allowed us to confirm that many pro-Trump pages are run from outside the US. [threaaaad] pic.twitter.com/5qUzJ6sY1q

— Jane Lytvynenko

Categories: IT News

เด็ก 16 โดนจับรอขึ้นศาล หลังแฮคระบบคอมพิวเตอร์แก้ผลการเรียนของตัวเอง

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 11:41

เมื่อวันพุธที่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ U.S. Secret Service ได้จับกุมเด็กหนุ่มวัย 16 ปีรายหนึ่ง ในความผิดจากการแฮคระบบคอมพิวเตอร์รวม 14 กระทง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเขต Concord ในรัฐ California ได้รับแจ้งเหตุการแฮคตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ก่อนจะทำการติดตามสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมเด็กคนดังกล่าวได้ที่บ้านของเขาเอง โดยผู้กระทำผิดได้แฮคระบบคอมพิวเตอร์เพื่อแก้ผลการเรียนทั้งของตนเองและผู้อื่น

เด็กหนุ่มได้ทำการสร้างเว็บไซต์หลอกดักรหัสผ่านโดยเว็บดังกล่าวถูกปลอมทำเลียนแบบหน้าเว็บไซต์ของโรงเรียน Ygnacio Valley High School ที่ตนเองเรียนอยู่ และส่งลิงก์หน้าเว็บดังกล่าวทางอีเมลให้บรรดาครูอาจารย์ผู้สอนหลายคน ซึ่งก็มีคนหนึ่งหลงเชื่อเข้าไปกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ ทำให้ผู้ก่อเหตุสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลผลการเรียนของนักเรียนได้ และทำการแก้ไขผลการเรียนหลายวิชาของนักเรียนหลายคน มีทั้งการแก้เพิ่มคะแนนของตนเอง และแก้เพื่อลดคะแนนของคนอื่นลง โดยมีนักเรียนที่ได้รับการแก้คะแนนราว 14-15 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวผู้กระทำผิดโดยการใช้หมายศาลเพื่อตรวจสอบหมายเลข IP แล้วจึงหาข้อมูลแวดล้อมจนสามารถระบุที่อยู่ของเจ้าของหมายเลข IP ดังกล่าวได้ จากนั้นตำรวจได้ขอหมายศาลเพิ่มเติมสำหรับการเข้าตรวจค้นบ้านเจ้าของหมายเลข IP พร้อมทั้งนำสุนัขตำรวจที่สามารถดมกลิ่นหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าตรวจค้นพื้นที่ด้วย ซึ่งสุนัขตำรวจก็ช่วยให้ขุดพบแฟลชไดรฟ์ที่ถูกฝังอยู่ในพื้นที่นอกตัวบ้าน อันเป็นหลักฐานมัดตัวเด็กหนุ่มจอมแฮค

ในขณะนี้เด็กหนุ่มผู้ก่อเหตุถูกพักการเรียนไปแล้ว และได้รับการปล่อยตัวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้พักอยู่กับผู้ปกครองในระหว่างรอการนัดจากศาลในภายหลัง

เมื่อสัปดาห์ก่อนก็มีข่าวการแฮคระบบคอมพิวเตอร์เพื่อแก้ผลการเรียนเช่นกัน โดยเหตุเกิดที่ Alabama ซึ่งส่งผลต่อการจัด 10 อันดับนักเรียนผู้กำลังจะจบการศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่น ซึ่งเรื่องนี้จะเกี่ยวพันกับโอกาสในการขอรับทุนการศึกษาต่อในระดับวิทยาลัยของนักเรียนด้วย โดยทางโรงเรียนที่พบปัญหาการแก้คะแนนนี้ได้ประกาศระงับการจัดอันดับนักเรียนผู้มีผลการเรียนดีเด่นไปโดยไม่มีกำหนด

ที่มา - Gizmodo: 1, 2, KTVU

Topics: HackingCrimePhishingUSA
Categories: IT News

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินวิเคราะห์ว่ามูลค่าของ Waymo อาจสูงถึง 1.35 แสนล้านเหรียญ

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 11:31

Waymo บริษัทรถไร้คนขับภายใต้ Alphabet ถูกวางตัวให้เป็นบริษัทที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในด้านนี้ และน่าจะใกล้ได้เริ่มทำธุรกิจจากรถยนต์ไร้คนขับจริงๆ จังๆ แล้ว ทำให้ Eric Sheridan นักวิเคราะห์จาก UBS สถาบันการเงินในสหรัฐคาดว่า มูลค่าของ Waymo อาจจะอยู่ที่ราว 2.5 พันล้านเหรียญไปจนสูงถึง 1.35 แสนล้านเหรียญเลยก็ได้

ตัวเลขดังกล่าวประเมิณคร่าวๆ จากการคาดการณ์รายได้จากบริการแท็กซี่รถไร้คนขับ, เทคโนโลยี/ระบบปฏิบัติการขับเคลื่อนอัตโนมัติ, ระบบแผนที่ ไปจนถึงการทำเงินจากโฆษณาต่างๆ บนรถ ซึ่ง Sheridan บอกว่า Waymo เป็นผู้นำเจ้าแรกๆ ในอุตสาหกรรมนี้และทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

Waymo เองก็เก็บไมล์จากการทดสอบวิ่งบนถนนทั้งแบบมีคนขับและไม่มีคนขับมากที่สุดในกลุ่มบริษัทที่กำลังพัฒนารถไร้คนขับไปแล้วที่ 6 ล้านไมล์ โดยหากนับเฉพาะข้อมูลในแคลิฟอร์เนียจากกรมการขนส่งแคลิฟอร์เนีย Waymo วิ่งบนถนนไปแล้วเกือบๆ 1.5 ล้านไมล์ ขณะที่เจ้าอื่นๆ รวมกันไม่ถึง 2.5 แสนไมล์ และล่าสุดก็นำ Deep Learning มาช่วยในการเอาชนะอุปสรรคยากๆ อย่างหิมะ ซึ่งหากสำเร็จ รถไร้คนขับ Waymo จะอยู่ในระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเจ้าแรก

ที่มา - Market Insider

Topics: Waymo
Categories: IT News

Google จะเป็นผู้นำเทรนด์ให้บริษัทไอที ทำฟีเจอร์ลดการเสพติดมือถือ

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 10:26

ไม่เพียงคนทั่วไปที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเสพติดการใช้มือถือ ใช้อินเทอร์เน็ตมากไปรึเปล่า เพราะ Sameer Samat ผู้ดูและ Android P ใน Google ก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน และเขาก็ทดลองกับตัวเองด้วยว่าหากลองอยู่ห่างจากมือถือสัก 3 วัน 7 วัน จะเป็นอย่างไร ปรากฏว่ามันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และนี่คือสิ่งที่เขาพูดตอนเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ Android P ที่ช่วยให้ผู้ใช้ลดการเสพติดการใช้มือถือ บนเวที Google I/O


ภาพจาก Google

ฟีเจอร์ใหม่แสดงแดชบอร์ดการใช้งานมือถือในแต่ละวัน (Android Dashboard), มีการตั้งเวลาการใช้งาน และแจ้งเตือนเมื่อคุณใช้มือถือนานเกินไป (App Timer), และโหมด Wind Down หรือห้ามรบกวน ปิดการแจ้งเตือนทุกอย่างเมื่อคว่ำมือถือลง ซึ่ง Google เรียกชุดฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ว่า digital well-being และ YouTube ก็ออกฟีเจอร์ตั้งเตือนให้พักการดูวิดีโอด้วย ที่เริ่มเปิดใช้งานบ้างแล้ว

Google ถือเป็นแบรนด์แรกที่ออกมาแอคทีฟเรื่องนี้ จากที่บริษัทเทคโนโลยีโดนวิจารณ์จากสังคมเรื่องผูกขาดความสนใจ พฤติกรรมคนเปลี่ยนเพราะติดมือถือ ถึงกับต้องไปบำบัดอาการ

ความเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขการเสพติดมือถือนั้นมีมานาน หลายหน่วยงานพยายามเคลื่อนไหวให้บริษัทไอทีตระหนักเรื่องนี้ ตัวอย่างหนึ่งคือ Tristan Harris อดีตคนออกแบบดิจิทัลเชิงจริยธรรมใน Google ก็ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้เต็มตัวในปี 2013 ผ่านแนวคิด Time Well Spent

แต่มุมมองเชิงลบต่อโซเชียลมีเดียก็ยิ่งปะทุขึ้นไปอีกจากข่าวปลอม ข้อมูลหลุด hate speech ปลุกระดมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สังคมยิ่งตระหนักมากขึ้นทุกทีว่าเราใช้งานและเสพติดโซเชียลมีเดียที่มีปัญหาหนักหนาขนาดนี้มาเป็นระยะเวลาหลายปีได้อย่างไร

Mark Zuckerberg เองก็เขียนในโพสต์ Facebook ว่าบริษัทจะเริ่มจัดลำดับความสำคัญของโพสต์จากเพื่อนแทนที่จะเป็นสื่อหรือแบรนด์ โดยใช้คำว่า "time well spent"

Harris ผู้ก่อตั้งโครงการ Time Well Spent บอกว่าฟีเจอร์ของ Google เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ ช่วยเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทอื่นทำตาม และค่อนข้างมั่นใจว่าในเดือนหน้าที่ Apple จัดงานประชุมนักพัฒนา ก็จะมีฟีเจอร์คล้ายๆ อย่างนี้ออกมาด้วย

ที่มา - WIRED

Topics: GoogleSocietyFacebookAppleAndroid P
Categories: IT News

ผู้บริหารฝ่ายความปลอดภัยลาออกจาก Tesla ในช่วงที่หลายคดีอุบัติเหตุกำลังถูกสืบสวน

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 02:14

ไล่เลี่ยกันกับข่าวการขอลาพักงานของรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla ซึ่งก็มีบางคนมองว่าอาจเป็นผลจากความไม่ลงรอยกับนายใหญ่ Elon Musk เรื่องปัญหาการผลิตรถไม่ได้เร็วตามเป้าหมาย ตอนนี้ Tesla ก็เสียเจ้าหน้าที่สำคัญไปในช่วงที่ชวนหัวหมุนอีกราย เมื่อ Matthew Schwall ผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมประสิทธิภาพภาคสนามของ Tesla
(director of field performance engineering) ขอลาออกจากบริษัทไปทำงานกับ Waymo

หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของ Schwall นั้นคือการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องความปลอดภัย เช่น NTSB (คณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติของสหรัฐฯ) และ NHTSA (สำนักงานด้านความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติ) ซึ่งอาจเรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่งานชุกไม่ใช่น้อย เพราะ Tesla มีข่าวเกี่ยวพันกับอุบัติเหตุหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนมานี้

แหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อระบุว่าการลาออกของ Schwall นี้ไม่ได้มีสาเหตุจากปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุของรถ Tesla แต่อย่างใด หากทว่าการตัดสินใจเปลี่ยนที่ทำงานของ Schwall ในตอนนี้ก็ถือได้ว่าไม่ค่อยจะเป็นเรื่องดีสำหรับ Tesla นัก เพราะอยู่ในช่วงที่หน่วยงานรัฐกำลังสืบสวนอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถของ Tesla อยู่หลายเหตุการณ์

ไล่มาตั้งแต่อุบัติเหตุเมื่อเดือนมีนาคมใน California เกิดเหตุรถ Tesla X ชนกำแพงจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในขณะเปิดใช้งานระบบ Autopilot ซึ่งก่อให้เกิดการตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือของระบบช่วยขับ Autopilot รวมทั้งการออกแบบระบบวงจรไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่จะมีเหตุเพลิงไหม้รถยนต์หลังการชน แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่าแบตเตอรี่ของ Tesla ได้เกิดลุกไหม้ซ้ำอีกหลายครั้ง แม้แต่ตอนที่ซากรถถูกนำไปกองไว้ที่ลานจัดเก็บ โดยลุกไหม้ซ้ำในวันเดียวกัน และอีกครั้งในอีก 6 วันให้หลัง ทั้งนี้ NTSB ได้เข้าสืบสวนอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่ก็เกิดไม่ลงรอยกับ Tesla จนทำให้ฝ่ายหลังขอถอนตัวออกจาการร่วมสืบสวนอุบัติเหตุ

ต่อมาเมื่อวันอังคารที่แล้วใน Florida เกิดอุบัติเหตุรถ Tesla S วิ่งด้วยความเร็วจนวิ่งชนขอบทางและเกิดเพลิงลุกไหม้ เป็นเหตุให้คนขับและผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ส่วนผู้โดยสารอีกรายที่นั่งเบาะหลังกระเด็นออกจากตัวรถในขณะเกิดการชน โดยงานนี้มีทั้ง NTSB และ NHTSA ต่างก็เข้าสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยในเบื้องต้นทาง NTSB เผยว่าระบบ Autopilot ไม่น่าจะถูกเปิดใช้งานในตอนเกิดอุบัติเหตุ

ส่วนอุบัติเหตุรถ Tesla ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาใน Utah มีคนขับรถ Tesla S ชนท้ายรถดับเพลิงที่กำลังจอดติดไฟแดง การชนจะเกิดขึ้นในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็ว 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าไม่มีการเบรก เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ยังไม่มีการระบุว่าระบบ Autopilot ของรถถูกเปิดใช้งานในขณะเกิดเหตุหรือไม่ ทราบเพียงแค่ว่าการตรวจร่างกายของคนขับนั้นไม่พบการใช้ยาหรือดื่มเครื่องดื่มมึนเมา ทั้งนี้ทาง NTSB ยังไม่ได้เข้าร่วมสืบสวนอุบัติเหตุในครั้งนี้

การขาดหายไปของ Schwall ในช่วงเวลานี้จึงน่าจะสร้างปัญหาให้กับคนที่มารับช่วงต่อจากเขาไม่น้อย เพราะจะต้องทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ โดยจะต้องอาศัยข้อมูลความรู้ทางด้านงานวิศวกรรมการออกแบบของรถเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานเป็นอย่างมาก

ทางด้านตัว Schwall ได้ย้ายไปเริ่มทำงานกับ Waymo ตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว (ก่อนอุบัติเหตุที่ Florida และ Utah) โดยทำหน้าที่หลักเน้นไปที่ความปลอดภัยของระบบรถยนต์ไร้คนขับที่ Waymo พัฒนาขึ้น

ที่มา - Engadget, Wall Street Journal, Fox News

Topics: Tesla MotorsSafetyEmployment
Categories: IT News

ครบรอบ 1 ปี WannaCry บทเรียนเมื่อเครื่องมือเจาะระบบระดับรัฐรั่วสู่โลกภายนอก

Blognone - Mon, 14/05/2018 - 01:10

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมปีที่แล้ว รายงานการระบาดของมัลแวร์ WannaCrypt หรือ WannaCry ปรากฎต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก และภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หน่วยงานจำนวนมากก็ตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์ต้วนี้อย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายมหาศาล มูลค่าความเสียหายรวมน่าจะเกิน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

WannaCry อาศัยเครื่องมือที่ชื่อว่า EthernalBlue ซึ่งน่าจะหลุดจาก NSA โดยกลุ่มที่ชื่อว่า Shadow Broker นำออกมาเผยแพร่ หลักจากเรียกร้องเงินค่าเผยแพร่ 1 ล้านดอลลาร์ โดยไม่มีคำยืนยันว่ามีคนจ่ายล้านดอลลาร์จริงหรือไม่

ไมโครซอฟท์อุดช่องโหว่สำคัญที่ EthernalBlue ใช้เจาะระบบตั้งแต่เดือนมีนาคม 2017 ก่อนที่เครื่องมือจะปล่อยออกสู่สาธารณะ คาดว่า NSA อาจจะแจ้งไมโครซอฟท์ล่วงหน้าว่าทำเครื่องมือนี้หลุดออกไป แต่ระบบจำนวนมากก็ยังไม่ได้รับแพตช์ จนกระทั่ง WannaCry ระบาดออกไปแล้ว ไมโครซอฟท์จึงยอมปล่อยแพตช์เป็นกรณีพิเศษให้กับคนทั่วไป

หนึ่งปีผ่านไป ESET LiveGrid พบว่าหลังจาก WannaCry ลดการระบาดลง EthernalBlue ยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องและกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนกระทั่งสูงสุดอีกครั้งช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาอัตราการแพตช์ช่องโหว่นี้ยังไม่สมบูรณ์นัก

และเราก็ได้เห็นเป็นครั้งแรกๆ ว่าเครื่องมือระดับรัฐอย่าง EthernalBlue นั้นมีประสิทธิภาพสูงเพียงใด

ที่มา - Bleeping Computer

Topics: WannaCryptNSASecurity
Categories: IT News

พรก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประกาศแล้ว จะทำ ICO ต้องขออนุญาตล่วงหน้า

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 18:56

พระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นกฎหมายที่คู่กันกับพรก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่เก็บภาษีเงินคริปโตและโทเค็นดิจิทัล ออกมาเมื่อกำกับดูแลการค้าเงินคริปโตและโทเค็นต่างๆ

พรก.ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลนี้เปิดทางให้ก.ล.ต. ควบคุมการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (หมายถึงทั้งเงินคริปโตและโทเค็นดิจิทัล) โดยกิจการที่เกี่ยวข้องต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของก.ล.ต.

นอกจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว หมวด 3 ยังควบคุมการออกโทเค็นไว้โดยเฉพาะ โดยต้องเสนอขายผ่านทางแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และหนังสือชี้ชวนต้องมีข้อมูลตามที่ก.ล.ต. กำหนด โดยผู้ออกโทเค็นต้องเป็น บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนเท่านั้น

พรก. มีผลบังคับวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ แต่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลยังมีเวลายื่นขออนุญาตไปอีก 90 วัน และเมื่อยื่นขออนุญาตแล้วก็สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าจะได้คำสั่งไม่อนุญาต

ที่มา - ราชกิจจานุเบกษา

Topics: ThailandICOCryptocurrency
Categories: IT News

เป็นทางการ พรก.เพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเก็บภาษีเงินคริปโตหรือโทเค็นดิจิทัลมีผลบังคับวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคมนี้

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 18:22

ร่างพรก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรสำหรับการเก็บภาษีเงินได้จากเงินคริปโตและโทเคนดิจิทัล ผ่านความเห็นชอบครม. ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ประกาศเข้าราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว นับเป็นกฎหมายโดยตรงสำหรับเงินคริปโตฉบับแรก

ใจความสำคัญคือการสั่งเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ของประมวลรัษฎากร ให้หักไว้ที่ 15% ของกำไร และกำไรทั้งหมดก็ยังเป็นรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากร

ประกาศเข้าสู่ราชกิจจาจุเบกษาในวันนี้ และให้มีผลบังคับในวันพรุ่งนี้ทันที

ที่มา - ราชกิจจานุเบกษา

Topics: ThailandTaxCryptocurrency
Categories: IT News

Elon Musk ซื้อหุ้น Tesla เพิ่ม หวังพยุงราคาหุ้น และตอบโต้นักลงทุนที่ Short หุ้น

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 15:33

หลังการแถลงผลประกอบการ Tesla ไตรมาส 1/2018 ท่าทีหนึ่งของ Elon Musk ที่แสดงออกมาชัดเจนคือไม่พอใจการตั้งคำถามของนักลงทุนเท่าใดนัก (บางคำถามเขาถึงกับเลือกตอบว่า "น่าเบื่อ คำถามถัดไปมาเลย")

ผลข้างเคียงจากการแสดงออกของ Musk ก็คือนักลงทุนจำนวนหนึ่งเลือกตอบโต้โดยใช้วิธีขายชอร์ตหุ้นของ Tesla (อ่านเพิ่มเติม) ถ้าอธิบายง่ายๆ คือปกตินักลงทุนจะได้กำไรเมื่อหุ้นราคาเพิ่มขึ้น แต่การขายชอร์ตจะได้กำไรเมื่อหุ้น Tesla ราคาลดลง

ที่ผ่านมาหุ้น Tesla เป็นหุ้นหนึ่งที่มีการขายชอร์ตค่อนข้างมาก Musk เองก็ไม่พอใจ โดยเขาเลือกทวีตตอบโต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เตือนว่าใครขายชอร์ตอยู่ให้รีบปิดสถานะเสีย ถือว่าบอกกันแล้ว

ผลคือเมื่อต้นสัปดาห์ Elon Musk รายงานต่อ กลต. (คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์) ว่าเขาได้ซื้อหุ้น Tesla ด้วยเงินตนเองเพิ่มอีก 33,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 9.85 ล้านดอลลาร์ ทำให้เขาเป็นผู้ถือหุ้น Tesla ที่มีหุ้นเกือบ 20% แล้ว ซึ่งแม้จะไม่ได้ทำให้ราคาหุ้น Tesla ขยับขึ้นลงมากนัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นวิธีการของ Musk ว่านอกจากจะตอบโต้ด้วยวาจากับบรรดานักลงทุนแล้ว เขายังพร้อมสู้ด้วยเงินจริงด้วย อาจจะบอกว่าเป็นสไตล์ก็ว่าได้

ที่มา: Business Insider

Topics: Elon MuskTesla MotorsStock Market
Categories: IT News

รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla หยุดพักงาน หลัง Elon เข้ามาคุมการผลิต Model 3 เอง

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 15:06

เมื่อต้นเดือนเมษายน มีข่าวว่า Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ไปนอนที่โรงงานเพื่อมาดูแลปัญหาการผลิต Tesla Model 3 ด้วยตัวเอง เนื่องจากมียอดการผลิตต่ำกว่าเป้ามานาน ซึ่งตอนนั้นนักข่าวของ The Information ได้เขียนบทความกล่าวหาว่า Doug Field ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla นั้นคือสาเหตุของปัญหาดังกล่าว

ต่อมา Elon ก็ทวีตตอบโต้ว่า Doug เป็นผู้บริหารด้านวิศวกรรมที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในโลกคนหนึ่ง และสาเหตุที่เขาเข้ามาดูแลสายการผลิตเองก็เพราะเป็นหน้าที่ของซีอีโอที่ต้องโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญที่สุดของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า Doug ได้หยุดพักงานที่ Tesla แล้ว โดยให้เหตุผลว่าต้องการพักผ่อนและใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งโฆษกของ Tesla ก็ระบุว่าเขาไม่ได้ลาออกจากบริษัทแต่อย่างใด

ที่มา - Fortune

ภาพจาก Pixabay

Topics: Tesla MotorsElectric CarAutomobile
Categories: IT News

พาชม GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor ทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการรับรองจาก Valve รายการแรกในไทย

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 14:54

หนึ่งในเทรนด์ที่ทั่วโลกจับตามองสำหรับปี 2018 คือ eSports หรือ การแข่งขันเกมในฐานะกีฬา ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ชาวไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ การแข่งขัน eSports ในรายการใหญ่ อย่าง GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor ทัวร์นาเมนต์ Dota 2 ระดับนานาชาติที่มาแข่งขันกันที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เขียนได้ไปร่วมชมการแข่งขันในวันสุดท้าย จึงอยากจะพาทุกคนได้มาร่วมชมงานทัวร์นาเมนต์นี้ไปด้วยกัน

GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor ทำไมถึงสำคัญ?
GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor หรือ เรียกสั้นๆ ว่า GESC Thailand นี้เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการรับรองจาก Valve ผู้พัฒนาเกม Dota 2 ให้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีการเก็บสะสมแต้มใน Dota Pro Circuit 2017-2018 เพื่อชิงสิทธิ์ได้เป็นทีมเชิญในการแข่งขันชิงแชมป์โลก The International 2018
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ทัวร์นาเมนต์นี้เปรียบได้กับสเตจในการแข่งขันจักรยานหรือการแข่งรถที่ทีมต่างๆ ต้องเข้ามาร่วมแข่งขัน โดยจะมีทัวร์นาเมนต์แบบนี้กระจายอยู่ทั่วโลกนั่นเอง

สำหรับสถานะของทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการรับรองให้อยู่ใน Dota Pro Circuit 2017-2018 นี้จะมีอยู่สองระดับ แบ่งตามเงินรางวัลและแต้มที่จะได้รับ ซึ่ง GESC Thailand เป็นระดับ Minor มีเงินรางวัลรวม 300,000 ดอลลาร์ หรือ เกือบสิบล้านบาทนั่นเอง (ส่วนระดับ Major จะมีเงินรางวัลมากกว่า 1,000,000 ดอลลาร์ขึ้นไป)
นอกจากนี้ GESC Thailand ยังเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการจัดการแข่งขันในระดับที่ใหญ่ขนาดนี้

GESC Thailand ในรอบสุดท้าย (11-12 พฤษภาคม 2018) จัดขึ้นที่ Hall 106 ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งนับว่าเดินทางได้สะดวก และหาของกินได้ไม่ยากนัก เนื่องจากมีศูนย์อาหารอยู่ไม่ไกล แต่อาจจะต้องเดินเข้ามาลึกนิดหน่อยเพราะอยู่ไกลจากทางเข้าพอสมควร

การจัดเวทีและจอสำหรับรับชมการแข่งขันของ GESC Thailand นั้นถือว่าทำออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้กับทัวร์นาเมนต์ต่างชาติอื่นๆ ที่เคยเห็นมา ซึ่งถือว่างานนี้ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ Dota 2 ในไทยและประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นอย่างดี บรรยากาศการชมและเชียร์ของคนดูก็เป็นไปอย่างคึกคัก

อีกหนึ่งกิจกรรมที่แฟนๆ ต่างให้ความสนใจกันเป็นพิเศษคือการแจกลายเซ็นของผู้เล่นที่มาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมขวัญใจของหลายๆ คนอย่าง Evil Geniuses ที่มีคนมารอต่อคิวครบจำนวนที่กำหนด 200 คนอย่างรวดเร็ว หนึ่งสิ่งที่น่ายินดีคือ ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กหรือทีมใหญ่ แฟนชาวไทยต่างให้การต้อนรับและต่อคิวขอลายเซ็นกันอย่างเนืองแน่น

ทั้งนี้ ผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย และนี่คือบางส่วนของการถาม-ตอบที่น่าสนใจจากช่วงสัมภาษณ์

VGJ.Storm

คิดอย่างไรกับ Dota 2 ในไทยหรือในโซน SEA
สกิลของผู้เล่นในโซน SEA นั้นค่อนข้างห่างกับผู้เล่นในโซนอื่นๆ อย่างยุโรป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เล่นที่ต้องการจริงจังกับการแข่งขันต้องพัฒนาจุดนี้ให้มากขึ้น

สไตล์การเล่นของทีม VGJ.Storm เป็นแบบไหน
พวกเราเล่นกับแบบสบายๆ และ ไม่เครียด ไม่ว่าช่วงเวลาไหนเราก็ยิ้มออกมาได้ เช่น ตอนที่พวกเรากำลังโดน Mega Creep ก็คุยกันว่า ก็ออก Divine Rapier ไปสู้สิ อะไรแบบนั้น

Evil Geniuses

คิดอย่างไรกับระบบแพตช์แบบใหม่ที่ออกมาทุกๆ 2 สัปดาห์
ทีมที่ได้เปรียบกับระบบแพตช์แบบนี้คือทีมที่สามารถปรับสไตล์การเล่นของตัวเองได้ง่าย และ จะส่งผลอย่างมากกับทีมที่ยึดแผนเดิมๆ ในการเล่น ซึ่งท้ายที่สุด ทุกทีมก็ต้องยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับแพตช์ใหม่อยู่ดี

ทีมไหนคือทีมที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวกเขาในเวลานี้
ด้วยสภาพฟอร์มของทีมในขณะนี้ สำหรับเราทุกทีมดูยากสำหรับเราไปหมด แต่ตอนนี้ เราจะโฟกัสหลักๆ ไปที่การแข่งขันรายการ Major ที่กำลังจะมาถึง

The Final Tribe

เป้าหมายต่อไปของพวกเขาหลังจากจบรายการนี้
เตรียมตัวสำหรับรายการ Super Major ที่กำลังจะมาถึง เตรียมเก็บตัวเพื่อฝึกซ้อมการแข่งขันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

คิดว่าตัวเองเหมาะสมไหมกับการได้รับอันดับ 5-6 จากรายการนี้
ด้วยสถานการณ์ที่มีแพทช์ใหม่ปล่อยออกมาก่อนวันแข่งขันหนึ่งวัน ซึ่งพวกเราไม่รู้เลยว่าจะเล่นหรือรับมืออย่างไรกับแพทช์นี้ และด้วยฟอร์มของทีมในตอนนี้ อันดับ 5-6 นั้นเหมาะสมแล้ว และจะพยายามให้มากขึ้นกับทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะมาถึง

ใครเป็นคนตั้งชื่อทีมว่า The Final Tribe
ชื่อนี้มาจากไอเดีย CEO ของเราเอง

Alpha Red

คิดว่าอะไรคือสิ่งที่แตกต่างกับทีมในระดับท็อป
ฝีมือ ประสบการณ์ และ ทีมเวิร์ค โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนฮีโร่ที่สามารถเล่นได้อย่างมั่นใจ ซึ่งมีผลมาก เพราะทางทีมมีตัวเลือกให้เล่นที่น้อยกว่า

จริงไหมที่ทีมไทย ผู้เล่นมีสกิลการเล่นแต่ไม่มีทีมเวิร์ค
จริง แต่สิ่งที่ทีมไทยขาดมากกว่าคือความเข้าใจเกมที่ช้ากว่า และ มองแผนการณ์เล่นที่ช้ากว่าทีมอื่นๆ จึงทำให้เสียเปรียบ

ที่ผ่านมา ทีมจากไทยเคยสามารถสู้กับทีมอื่นในโซน SEA ได้อย่างสูสี แต่ตอนนี้ ช่องว่างตรงนี้เริ่มมากขึ้น คิดว่าจะมีโอกาสกลับไปสู่จุดนั้นได้อีกไหม
Alpha Red ตั้งขึ้นมาได้ 6 เดือนซึ่งผลงานในขณะนี้ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว แต่เราขอเวลาอีกสักหนึ่งปี เราคิดว่ามีโอกาสมากๆ ที่จะกลับมาสู้กับทีมอื่นๆ ในโซน SEA ได้อย่างสูสีกันอีกครั้ง

Xyclopz หรือ ตรีภพ เที่ยงตรง (ซ้ายมือ) แคสเตอร์คนไทยที่ได้รับหน้าที่บรรยายเกมในรอบตัดเชือกผ่านช่องหลักของทัวร์นาเมนต์

คลิประหว่างช่วงรอการแข่งขัน โดยให้แคสเตอร์ชาวต่างชาติมาลองชิมขนมไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแมลงทอด

ในรอบชิงชนะเลิศ เป็นการโคจรมาเจอกันของสองม้ามืดที่ไม่มีใครคิดมาก่อน คือ Keen Gaming ที่มาพร้อมฟอร์มสุดดุดัน เอาชนะทีมเต็งแชมป์อย่าง Evil Geniuses และ Team Secret มาได้ และ VGJ.Storm ที่ได้ผู้เล่นตำแหน่ง Mid lande มากประสบการณ์อย่าง Roman "Resolut1on" Fominok มาเสริมทัพ และสุดท้าย แชมป์ของรายการนี้ก็ตกเป็นของ VGJ.Storm ที่คุมเกมได้อย่างเหนือกว่าในรอบชิงชนะเลิศ คว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 เกม รับเงินรางวัล 110,000 ดอลลาร์ไปครอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสามารถเก็บคะแนนจากรายการนี้มาได้ แต่ Keen Gaming และ VGJ.Storm จะไม่มีสิทธิ์ได้เป็นทีมเชิญสำหรับงาน The International 2018 เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลังช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้ทั้งคู่ต้องลงไปแข่งในรอบ Open Qualifier ของแต่ละโซนอยู่ดี ส่วน Team Secret ที่คว้าอันดับ 3-4 จากรายการนี้ จากคะแนนที่ได้รับทำให้ทางสถิติแล้ว พวกเขาจะเป็นทีมที่ 3 ที่มีคะแนนมากพอในการรับสิทธิ์ไปแข่งขันใน The International 2018 ตาม Virtus.Pro และ Team Liquid ที่ลอยลำไปแล้วก่อนหน้านี้

Roman "Resolut1on" Fominok จากทีม VGJ.Storm มาแจกลายเซ็นและถ่ายรูปร่วมกับแฟนๆ หลังจากได้แชมป์

โดยรวมแล้วถือว่า GESC Thailand น่าจะทำให้ทุกคนที่ได้ไปชมนั้น รับความประทับใจกลับบ้านไปอย่างเต็มที่ แต่ถ้าจะมีจุดที่อาจจะต้องปรับปรุงบ้าง ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคาบัตรที่อาจจะสูงเกินไปสักเล็กน้อย และ สถานที่ที่ใหญ่ไปนิด ทำให้แม้ว่ามีคนมาชมการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังทำให้ดูโล่งอยู่ดี

งานนี้อาจจะสเกลเล็กกว่า Manila Masters ที่ผมได้ไปมาเมื่อปีก่อน แต่ก็ถือว่า GESC Thailand เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการทำให้กรุงเทพมหานครฯ ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการจัดการแข่งขัน Dota 2 หรือ eSports อื่นๆ ในอนาคต เพราะการจัดงานในครั้งนี้ถือว่าได้มาตรฐานไม่แพ้กับทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติอื่นๆ เลย การที่แฟนๆ ได้ออกมาแสดงพลังในทัวร์นาเมนต์นี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งเสียงยืนยันต่อผู้จัดงานว่าผู้เล่นในไทยพร้อมให้การสนับสนุนการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ eSports ต่อไปในอนาคตครับ

Topics: Dota2eSportGESC
Categories: IT News

ใครๆ ก็เดทกับศิลปิน K-pop สาวได้ด้วยแว่น Daydream ของ Google

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 13:11

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา S.M. Entertainment ปล่อยแอพพลิเคชั่น STAR DATE #IRENE (Red Velvet) ผู้ใช้สามารถเดทกับนักร้องสาว "ไอรีน" แห่ง วง"เรดเวลเวท" เกิร์ลกรุ๊ปอันดับต้นๆ ของเกาหลีผ่านระบบ VR Daydream สามารถดูตัวอย่างของแอพได้ที่นี่

แอพพลิเคชั่นนี้ปล่อยให้ใช้บน Google Daydream Store ต้องใช้กับแว่น Daydream ซึ่งเป็นระบบ VR ที่พัฒนาโดย Google เพื่อใช้กับระบบ Android

ในขณะนี้ยังมีแค่ศิลปินคนเดียว ยังไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีคนอื่นอีกหรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป

ก่อนหน้านี้ S.M. Entertainment ประกาศว่ากำลังพัฒนา chatbot สำหรับคุยกับบอทที่มีบุคลิกเหมือนกับศิลปิน (จากข่าวก่อนหน้า) และเปิดพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี AR สำหรับถ่ายรูปหรืออัดวีดีโอคู่กับศิลปิน นับว่าเป็นความพยายามของค่ายเพลงนี้ที่จะให้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในวงการบันเทิง

Topics: DaydreamK-POPVirtual Reality
Categories: IT News

มือนิ่งไม่แพ้คน หุ่นยนต์แขนกลช่วยผ่าตัดกระดูกสันหลังสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 12:53

เรารู้กันดีว่าเทคโนโลยีวิทยาการสมัยใหม่ทั้งปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์มีส่วนช่วยในการวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยรวมทั้งการรักษาต่างๆ มากแค่ไหน ในส่วนของการใช้หุ่นยนต์นั้นก็อาศัยประสิทธิภาพการเคลื่อนที่อย่างแม่นยำ เที่ยงตรง เข้ามาช่วยเสริมการปฏิบัติงานหัตถการต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะงานศัลยกรรมที่ละเอียดอ่อน แต่ยังไม่เคยมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัดบริเวณกระดูกสันหลังมาก่อน จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว

ทีมแพทย์แห่ง Penn (หมายถึง University of Pennsylvania) ได้ประกาศข่าว เรื่องการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Noah Pernikoff โดยใช้หุ่นยนต์แขนกล da Vinci มาช่วยในการผ่าตัดเอาเนื้องอกออกจากกระดูกสันหลังได้สำเร็จ

เมื่อปี 2016 ผู้ป่วย Pernikoff ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และเมื่อเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตอนนั้นเองที่ทีมแพทย์ตรวจพบว่าเขามีเนื้องอกอยู่ตรงกระดูกสันหลัง เป็นโรคมะเร็งที่เรียกว่า chordoma ซึ่งหมายถึงเนื้องอกบริเวณฐานของกระโหลกศีรษะและกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปแล้วเนื้องอกนี้จะค่อยๆ มีขนาดโตขึ้น และอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่แสดงอาการนานหลายปี ซึ่งเนื้องอก chordoma นี้โดยทั่วไปก็ถือว่าเกิดขึ้นน้อยมากแค่ราว 1 ในล้านคนเท่านั้น แต่ในกรณีของ Pernikoff นี้ยิ่งเป็นกรณีที่หายากยิ่งขึ้นไปอีกที่เนื้องอก chordoma เกิดขึ้นบริเวณกระดูกสันหลังข้อ C2 (อยู่บริเวณท้ายทอยด้านหลังช่องปาก) นั่นจึงทำให้ทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาตัดสินใจส่งตัว Pernikoff ไปยัง Penn

Pernikoff เข้ารับการผ่าตัดที่ Penn เพื่อเอาเนื้องอกออกในเดือนสิงหาคมปี 2017 โดยการผ่าตัดนี้กินเวลารวมนานกว่า 20 ชั่วโมง ขั้นตอนการผ่าตัดถูกออกแบบอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยแบ่งการผ่าตัดออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก อย่างแรกคือการใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกทำผ่าตัดจากด้านหลังต้นคอของ Pernikoff เพื่อตัดกระดูกสันหลังส่วนที่อยู่รอบเนื้องอก จากนั้นเป็นการผ่าตัดเอาเนื้องอกผ่านทางช่องปากของผู้ป่วยออกทางด้านหน้าของร่างกาย และส่วนสุดท้ายของการผ่าตัดนี้คือการซ่อมแซมโครงสร้างกระดูกสันหลังโดยใช้กระดูกจากสะโพกของผู้ป่วยมาแทนที่กระดูกและเนื้องอกที่ถูกตัดนำออกไปจากร่างกาย

แขนกลหุ่นยนต์ da Vinci ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการผ่าตัดขั้นตอนที่ 2 แม้การตัดกระดูกและส่วนเนื้องอกจะถูกทำโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกในขั้นตอนแรกแล้ว แต่การนำมันออกมาเป็นเรื่องที่ยากและละเอียดอ่อนที่สุด การเคลื่อนไหวที่ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจทำให้เส้นประสาทและเนื้อเยื่อต่างๆ เสียหายได้ ความผิดพลาดดังเช่นที่ว่าอาจส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียประสาทการรับกลิ่น, การเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน หรืออาจเป็นอัมพาตหลังการผ่าตัด

การผ่าตัดผ่านช่องปากของผู้ป่วยด้วยหุ่นยนต์นี้เป็นสิ่งที่ Penn ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องภายใต้แผนงานที่เรียกว่า TORS (ย่อมาจาก TransOral Robotic Surgery) โดยได้รับการเห็นชอบจาก FDA ให้ใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยจริงได้ตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยใช้เพื่อการผ่าตัดช่องปากและลำคอมาก่อนหน้านี้แล้ว และนี้คือการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการใช้มันเพื่อผ่าตัดกระดูกสันหลัง

ปัจจุบันนี้หลังการผ่าตัด 9 เดือน Pernikoff สามารถกลับมาใช้ชีวิตประกอบอาชีพได้ดังเดิม

ที่มา - Engadget, Penn Medicine News

Topics: RoboticssurgeryMedicalHealth
Categories: IT News

[ไม่ยืนยัน] กรณีรถไร้คนขับ Uber ชนคน ซอฟต์แวร์ตรวจจับคนข้ามถนนได้แต่ไม่สั่งเบรก

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 12:10

จากกรณี รถยนต์ไร้คนขับของ Uber ชนคนเสียชีวิต และมีการเปิดเผยคลิปจากกล้องวิดีโอของรถขณะที่ชน ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ตอนนี้ยังไม่มีผลสอบสวนอย่างเป็นทางการออกมา แต่เว็บไซต์ The Information ซึ่งเป็นแหล่งรวมข่าวลือในวงการเทคโนโลยี อ้างแหล่งข่าวไม่ระบุชื่อ 2 รายว่ากรณีนี้ ระบบเซ็นเซอร์ของ Uber ตรวจจับคนเดินข้ามถนนได้ แต่ไม่ได้สั่งให้รถเบรก

ตรงนี้อาจเป็นบั๊กของซอฟต์แวร์ที่มองว่าคนข้ามถนนเป็น false positive (การตรวจจับผิด) ทำให้ตัดสินใจว่าไม่ต้องสั่งเบรกรถ แหล่งข่าวยังบอกด้วยว่าในโลกของรถยนต์ไร้คนขับ อัลกอริทึมต้องเลือกระหว่างแนวทาง "ปลอดภัยไว้ก่อน" ส่งผลให้อาจเบรกรถบ่อยๆ แม้ไม่มีวัตถุอยู่รอบรถจริงๆ (GM เลือกแนวทางนี้) หรือจะเลือกแนวทางเบรกรถให้น้อยลง ให้ประสบการณ์ในการนั่งรถที่ดีขึ้น (Uber เลือกแนวทางนี้)

ที่มา - The Information (ต้องสมัครสมาชิก), Naked Security

Topics: UberSelf-Driving Car
Categories: IT News

กูเกิลแนะนำ แอพที่ดีควรมีขนาดไม่เกิน 40MB, ทดสอบกับอุปกรณ์แรม 512MB เสมอ

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 11:15

เราเริ่มเห็นกูเกิลทำตลาด Android Go มาสักระยะแล้ว (มือถือที่ขายในบ้านเราแล้วคือ Nokia 1) ในงาน Google I/O 2018 ก็มีหัวข้อหนึ่งที่พูดถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ

Android Go เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ Next Billion Users ของกูเกิล (ชื่อภายในเรียกกันว่า NBU) เน้นเจาะตลาดประเทศกำลังพัฒนา ที่คนใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น

ปัญหาคือโทรศัพท์มือถือเหล่านี้มีสเปกค่อนข้างต่ำ จากสถิติของ IDC ในปี 2017 มีมือถือที่วางขายใหม่ประมาณ 24% (หรือ 1/4 ของมือถือทั้งหมด) ที่มีแรม 1GB หรือต่ำกว่านั้น โจทย์ของกูเกิลคือทำอย่างไรจึงจะสร้างประสบการณ์ที่ดีบนมือถือเหล่านี้ได้ คำตอบคือ Android Go นั่นเอง

กูเกิลประเมินว่ามีตลาดของมือถือกลุ่ม Android Go ประมาณ 30-35 ล้านเครื่องต่อปี โดยเฉพาะการขายผ่านโอเปอเรเตอร์ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดีย มือถือตระกูล Go จะมาแทนมือถือ Android สเปกต่ำราคาถูกที่โอเปอเรเตอร์ขายอยู่แล้ว

หลังจาก Android Go เปิดตัวก็มีพันธมิตรฮาร์ดแวร์ให้ความสนใจมากมาย ตัวอย่างที่คุ้นชื่อกันก็อย่างเช่น Nokia, Lava, Wiko รวมถึงแบรนด์มือถือที่เจาะตลาดเฉพาะบางประเทศ เช่น Micromax ของอินเดีย

สิ่งที่น่าสนใจในหัวข้อนี้คือสถิติจาก Google Play ที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน กูเกิลบอกว่าขนาดของไฟล์ APOK โตขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 30MB

ข้อเสียของ APK ขนาดใหญ่ขึ้นคือคนโหลดน้อยลง อัตรา conversion rate ใน Play Store ลดลงอย่างชัดเจนตามสัดส่วนของขนาดไฟล์ APK ที่ใหญ่ขึ้น เฉลี่ยแล้วทุก 6MB ที่เพิ่มขึ้น จะมีอัตราการดาวน์โหลดลดลง 1%

ยิ่งถ้าดูเฉพาะอุปกรณ์ตลาดล่างที่มีแรม <= 1GB จะเห็นว่าอัตราการดาวน์โหลดสำเร็จ (เส้นสีฟ้า) ต่ำลงจากค่าเฉลี่ยทั่วโลก (เส้นสีส้ม) อีกพอสมควร

ค่ากลาง (median) ของขนาดไฟล์ APK สำหรับอุปกรณ์ที่มีแรม <= 1GB ในประเทศต่างๆ จะเห็นว่าประเทศไทยมีตัวเลขค่อนข้างสูง (สีน้ำเงินเข้ม) ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่เป็นสีส้ม ขนาดไฟล์ค่อนไปทางเล็ก แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาเอง ตัวเลขก็ไม่สูงนักเช่นกัน

พฤติกรรมของผู้ใช้จำนวนมากในการดาวน์โหลดแอพจาก Play Store จึงดูขนาดไฟล์ด้วย ต่อให้เรตติ้งแอพดีแต่ไฟล์ใหญ่ ก็จะเจอปัญหาคนไม่โหลด

คำแนะนำของกูเกิลต่อนักพัฒนาแอพ จึงเป็นการทดสอบแอพของตัวเองบนอุปกรณ์สเปกต่ำให้ดี ทั้งประเด็นของโพรเซสเบื้องหลัง, การอัพเดตพิกัด, การแจ้งเตือน

ขนาดไฟล์ APK ที่เหมาะสมคือไม่เกิน 40MB สำหรับแอพทั่วไป และไม่เกิน 65MB สำหรับเกม ตรงนี้นักพัฒนาสามารถใช้ Android App Bundle ช่วยปรับแต่งขนาดไฟล์ APK ให้เล็กลงได้อีก

ส่วนอัตราการใช้งานแรม ไม่ควรเกิน 50MB สำหรับแอพทั่วไป และไม่เกิน 150MB สำหรับเกม

แอพควรทดสอบกับอุปกรณ์แรม 512MB และรันได้ไม่แครช ไม่ค้าง

ระยะเวลาโหลดแอพไม่ควรเกิน 5 วินาที ถ้านานกว่านี้ผู้ใช้จะไม่รอแล้ว ตรงนี้ใช้ Performance Monitoring ของ Firebase ช่วยได้

แอพของกูเกิลเองมีเวอร์ชัน Go สำหรับอุปกรณ์สเปกต่ำ แต่ Play Store มีเวอร์ชันเดียวใช้ได้ทั่วโลก

แอพ Play Store ในปัจจุบันมีขนาดเล็กกว่า 10MB ด้วยซ้ำ แถมทำงานออฟไลน์ได้บ้างส่วน ต่อให้ไม่มีเน็ตก็ยังเปิดดูข้อมูลบางอย่างได้จากแคช

ใน Play Store Console ยังมีตัวช่วยหลายอย่างในการตรวจสอบปัญหาของแอพ เช่น Android Vitals ที่นักพัฒนาควรใช้กันให้เป็น

รายละเอียดอื่นๆ ดูได้จากคลิปการบรรยาย Build for Android (Go edition): optimize your app for global markets

Topics: Android GoAndroidGoogleDevelopment
Categories: IT News

Chrome OS Emulator มีให้ใช้งานใน Android Studio แล้ว

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 10:32

ทิศทางของ Chrome OS และ Android เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คนที่มีอุปกรณ์ Chrome OS อาจยังมีไม่เยอะมากนัก นักพัฒนาที่ต้องการนำแอพ Android ไปรันทดสอบใน Chrome OS จึงมีอุปสรรคพอสมควร

ล่าสุดปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้ว เพราะกูเกิลเพิ่ม Chrome OS Emulator เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Android Studio เรียบร้อยแล้ว

การใช้งานเราต้องมี Android Studio ติดตั้งพร้อมกับ Android Emulator ก่อน จากนั้นค่อยติดตั้งส่วนขยาย Chrome OS SDK add-ons เข้ามา แล้วค่อยสร้าง virtual device ใหม่ขึ้นมาเป็น Pixelbook สำหรับทดสอบ

ที่มา - Google Developers, xda

Topics: Chrome OSAndroid StudioAndroidDevelopmentGoogleEmulator
Categories: IT News

ทีม VGJ.Storm คว้าแชมป์รายการ GESC: Thailand Minor Champions ในประเทศไทย

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 09:42

จบไปแล้วกับการแข่งขัน Dota 2 รายการใหญ่ที่สุดในประเทศไทย GESC: Thailand Dota2 Minor ทีมที่ได้แชมป์คือ VGJ.Storm จากโซนอเมริกาเหนือ หลังเอาชนะทีม Keen Gaming จากประเทศจีนด้วยสกอร์ 2:0 คว้าเงินรางวัลกลับบ้านไปเป็นจำนวณ 110,000 ดอลลาร์

ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นแชมป์ครั้งแรกของ Resolut1on ผู้เล่นชื่อดังชาวยูเครน หลังจากที่เพิ่งออกทีมดัง OG ในเดือนมีนาคมมาอีกด้วย

รายการ GESC Thailand เป็นการแข่งระดับ Minor ครั้งสุดท้ายของวงการ Dota ประจำปี 2018 ก่อนจะเข้าสู่รายการใหญ่แห่งปี The International 2018 ในเดือนสิงหาคม

การแข่ง GESC Thailand มีทีมดังในโลก Dota หลายทีมบินลัดฟ้ามาร่วมแข่งขันในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นทีม EG, Fnatic หรือทีม Secret ส่วนทีมไทยที่ร่วมการแข่งขันด้วยคือทีม Alpha Red แม้ยังทำผลงานออกมาไม่ได้เป็นที่น่าพอใจเท่าไร (แพ้ทั้ง 7 เกม จบด้วยอันดับสุดท้าย) แต่ถือเป็นครั้งแรกที่มีทีมไทยได้ร่วมการแข่งขันรายการใหญ่ระดับ Minor

ที่มา - gosugamers

Topics: Dota2eSportThailand
Categories: IT News

One Piece Pirate Warriors 3: Deluxe Edition เปิดให้เล่นแล้วบน Nintendo Switch

Blognone - Sun, 13/05/2018 - 09:28

เกมเมอร์จะได้ออกเรือไปกับหนุ่มหมวกฟางอีกครั้ง Bandai Namco ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า One Piece Pirate Warriors 3: Deluxe Edition สำหรับเครื่อง Nintendo Switch จำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยราคาจะอยู่ที่ 39.99 ดอลลาร์

เกมภาคนี้มีฟีเจอร์หลักคือระบบ CO-OP แยกจอเล่นกับเพื่อนได้ใน Dream Log Mode ประกอบกับภาคนี้เป็น Deluxe Edition จะรวมเอา DLC ก่อนหน้านี้ ชุด Costume และภารกิจพิเศษมาให้ด้วย

ที่มา - comicbook

Arrrrr ye ready! ONE PIECE Pirate Warriors 3 Deluxe Edition is NOW AVAILABLE on the #NintendoSwitch. Battle your way through the NEW WORLD, GRAND LINE, EAST BLUE, and DRESSROSA Arcs! Includes over 40 pieces of DLC. Pick it up today: https://t.co/hEoKZ9pJvD pic.twitter.com/gqm0dGTOoh

— Bandai Namco US (@BandaiNamcoUS) 10 พฤษภาคม 2561

Topics: One PieceNintendo SwitchBandai NamcoGames
Categories: IT News
Syndicate content