IT News

ตุรกีจะแก้ปัญหาวิกฤตค่าเงินด้วยการแบนสินค้า Apple และจับตาความเคลื่อนไหวในโซเชียล

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 15:05

ตุรกีกำลังเผชิญกับวิกฤตค่าเงินตกต่ำ ทำให้รัฐบาลตุรกีต้องทำทุกวิถีทางที่จะแก้ไขสถานการณ์ และหนึ่งในทางเลือกคือ จัดการกับคนที่วิจารณ์เรื่องเศรษฐกิจตุรกีในโซเชียลมีเดีย และคว่ำบาตรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Apple

จากวิกฤตค่าเงินทำให้ตุรกีมีความกังวลว่าจะถูกแทรกแซงได้ ทาง Recep Tayyip Erdoğan ประธานาธิบดีตุรกี บอกเองว่าตุรกีจะคว่ำบาตรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ และยังบอกอีกว่าถ้าพวกเขามี iPhone ก็ยังมี Samsung อยู่อีกด้านหนึ่ง และเรามีแบรนด์โทรศัพท์ของตัวเอง

Erdogan พูดอีกด้วยว่า ตุรกีจะผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของตัวเอง และในคุณภาพที่ดีกว่า จะได้ไม่ต้องนำเข้าสินค้าเหล่านี้ (ราคา iPhone X เริ่มต้นที่ 7,499 ลีร่าตุรกี ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,143 ดอลลาร์)

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยตุรกียังจะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย ที่คนโพสต์ข้อมูลโจมตีรัฐบาลและข้อมูลเชิงลบเกี่ยวกับสกุลเงิน


ภาพจาก Shutterstock By cemT

ที่มา - CNBC, Quartz

Topics: TurkeyiPhoneApple
Categories: IT News

ซัมซุงเปิดตัว SmartThings Wifi เร้าเตอร์ Mesh Wi-Fi ภายในบ้าน

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 12:29

ซัมซุงเปิดตัว SmartThings Wifi เร้าเตอร์ไวร์เลสแบบ Mesh ที่รองรับแพลตฟอร์ม IoT ของซัมซุง โดยทางซัมซุงระบุว่าเป็นเทคโนโลยี Mesh Wi-Fi มีการ AI ในการ optimize เน็ตเวิร์คด้วยอาศัยความร่วมมือกับ Plume เจ้าของโซลูชัน Wi-Fi ภายในบ้านมาเป็นพาร์ทเนอร์

จุดเด่นของ AI จากแพลตฟอร์ม Plume คือระบบจะสามารถจัดการแบนด์วิธ, แก้ปัญหาสัญญาณรบกวน, เลือกช่องสัญญาณและความถี่ที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้ ขณะที่ SmartThings Wifi จะช่วยให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT บนแพลตฟอร์ม SmartThings ภายในบ้านมีความ seamless มากขึ้น โดยเร้าเตอร์ 1 ตัวรองรับพื้นที่ราวๆ 457 ตร.ม.

ด้านข้อมูลทางเทคนิค SmartThings Wifi รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 802.11ac 2x2 MU-MIMO รองรับการส่งข้อมูลตามมาตรฐาน AC1300 สื่อสารด้วย Bluetooth, ZigBee และ Z-Wave พอร์ทมี RJ45 2 พอร์ท รองรับแอนดรอยด์ 5.0 และ iOS 10 ขึ้นไป ราคาอยู่ที่ 119.99 เหรียญ ส่วนแพ็ค 3 อยู่ที่ 279.99 เหรียญ

ที่มา - Samsung Newsroom

Topics: SamsungSmartThingsWi-FiSmart HomeWireless Router
Categories: IT News

Y Combinator ประกาศตั้งสำนักงานในจีน ได้ Qi Lu มารับตำแหน่งซีอีโอ

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 11:37

Y Combinator หนึ่งในศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพชื่อดังของโลก ประกาศตั้ง Y Combinator China ที่ประเทศจีน และได้ Qi Lu มารับตำแหน่งซีอีโอดูแล YC ที่จีนนี้

ผลงานสตาร์ทอัพที่ผ่าน Y Combinator มาแล้ว อาทิ Airbnb, Reddit และ Dropbox

สำหรับใครที่ไม่คุ้นชื่อ Qi Lu ตำแหน่งล่าสุดของเขาคือหัวหน้าฝ่าย AI ของ Baidu โดยก่อนย้ายกลับมาที่จีน เขามีผลงานสำคัญคือดูแลเสิร์ชที่ยาฮูและไมโครซอฟต์ (ในฐานะผู้สร้าง Bing) จึงถือเป็นชาวจีนที่มีผลงานด้านเทคโนโลยีที่โดดเด่นมากคนหนึ่ง และ Sam Altman ประธาน YC ก็บอกว่าเขาพยายามชักชวน Qi ให้ทำงานด้วยหลายปีแล้ว

การเข้ามาของ Y Combinator ที่จีน เป็นการสะท้อนว่าสตาร์ทอัพจีน ได้รับความสนใจจากนักลงทุนฝั่งอเมริกาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการได้ Qi Lu มาเป็นผู้เชื่อมสองพื้นที่นี้น่าจะเป็นสิ่งที่ลงตัว

ที่มา: Y Combinator และ Bloomberg

Topics: ChinaY Combinator
Categories: IT News

LINE ประเทศไทยชี้ เตรียมซื้อกิจการอีกในปีนี้ เสริมทัพ ecosystem ของ LINE

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 10:33

อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยของ LINE พูดในงาน Blognone Tomorrow ที่เพิ่งผ่านไปว่า ในปีนี้ LINE ประเทศไทยเตรียมซื้อกิจการอีกในปีนี้ และจะประกาศเพิ่มเติมช่วงครึ่งปีหลัง

อริยะ กล่าวว่า กลยุทธ์ของ LINE ประเทศไทยคือคิดเอง ทำเอง ลุยเอง หนึ่งในสิ่งที่ทำคือการลงทุนในบริษัทต่างๆ ปีที่แล้วก็เข้าซื้อบริษัทหนึ่งไป ซึ่งปีนี้จะมีอีกและจะมีประกาศรายละเอียดเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลังนี้ แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการเสริมสร้าง ecosystem ของสตาร์ทอัพไทย โดยมองว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยให้ LINE ทำบริการหรือฟีเจอร์ เทคโนโลยีใหม่ โดยที่ไม่ต้องพึ่งตัวเองทั้งหมด

Topics: LINEBlognone Tomorrow
Categories: IT News

ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามกฎหมาย ที่สั่งแบนภาครัฐห้ามใช้อุปกรณ์ Huawei, ZTE

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 10:04

หลังมีประเด็นออกมาตั้งแต่ต้นปี ที่ FBI, CIA และ NSA ประสานเสียงกันเตือนชาวอเมริกันว่าอย่าใช้สินค้า ZTE และ Huawei ก่อนจะลามไปยังออสเตรเลียและกองทัพสหรัฐ ล่าสุดมาตรการนี้ออกมาเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่งจะลงนามในกฎหมาย Defense Authorization Act ซึ่งมีการพูดถึงการสั่งให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับภาครัฐ ไม่ให้ใช้งานอุปกรณ์และบริการของ Huawei/ZTE ที่จำเป็นและสำคัญ (essential and critical) กับระบบที่หน่วยงานใช้งานอยู่ อย่างไรก็ตามอุปกรณ์บางชิ้นของสองแบรนด์นี้ยังคงอนุญาตให้ใช้งานตราบเท่าที่ตัวอุปกรณ์ ไม่สามารถเข้าถึงหรือดูข้อมูลได้

ตัวกฎหมายระบุด้วยว่าให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ FCC จัดสรรงบช่วยเหลือบริษัทหรือองค์กรที่ได้รับผลกระทบจากการแบนและจำเป็นต้องเปลี่ยนเทคโนโลยี

ด้าน Huawei ระบุว่าการแบนครั้งนี้ เป็นการเพิ่มเติมแบบสุ่มในกฎหมายด้านความมั่นคง ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ถูกชี้นำแบบผิดๆ และไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมถึงไม่สามารถชี้ตัวหรือเจาะจงถึงภัยความมั่นคงจริงๆ ได้ และไม่ได้ช่วยปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงเลย

ที่มา - The Verge

Topics: HuaweiZTEWhitehouseGovernmentUSA
Categories: IT News

Instagram ออกคำแนะนำการดูแลความปลอดภัยบัญชี หลังมีรายงานผู้ใช้จำนวนหนึ่งถูกแฮก

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 09:55

Instagram ออกประกาศว่าได้รับทราบปัญหา ที่ผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งไม่สามารถล็อกอินเข้ามาใช้งานได้ตามปกติ โดยกำลังตรวจสอบและตั้งทีมงานเฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหานี้อยู่ โดยสามารถตรวจสอบขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่ Instagram Help Centre

ทั้งนี้มีรายงานว่าช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้ใช้ Instagram จำนวนหนึ่งพบว่าบัญชี Instagram ถูกล็อกเอาท์ และไม่สามารถล็อกอินกลับเข้าไปได้ เกือบทุกรายพบว่าอีเมลที่ใช้กู้บัญชีถูกเปลี่ยน ซึ่งแปลว่าบัญชีถูกแฮกไปแก้ไขข้อมูลที่จำเป็นในการกู้บัญชี ทั้งนี้เว็บไซต์ Mashable ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าผู้ใช้หลายรายที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เปิดการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน แต่บางรายการก็เปิด 2FA ไว้แล้ว แต่ยังถูกแฮกได้เช่นกัน

ทั้งนี้ Instagram ให้คำแนะนำในการรักษาบัญชีให้ปลอดภัยดังนี้

  • หากได้รับอีเมลแจ้งเตือนว่ามีการเปลี่ยนแปลงอีเมล แต่เราไม่ได้ทำ ให้เลือก revert this change และเปลี่ยนรหัสผ่าน Instagram ทันที
  • ควรตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง โดยมีอย่างน้อย 6 ตัวอักษร ประกอบด้วยตัวเลข, ตัวอักษร และเครื่องหมายพิเศษ รวมทั้งไม่ควรซ้ำกับรหัสผ่านที่ใช้ในบริการอื่นบนอินเทอร์เน็ต
  • กรณีต้องการกู้คืนบัญชี ให้ศึกษาเพิ่มเติมที่นี่
  • ตัดสิทธิการเข้าถึงแอปภายนอก และเปิดใช้งานการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน

ที่มา: Instagram

Topics: InstagramHacking
Categories: IT News

Airbnb กำลังทำฟีเจอร์ให้เพื่อนร่วมทริปเข้ามาจัดการทริปเที่ยวด้วยกัน

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 09:05

Airbnb กำลังทำฟีเจอร์ส่งคำเชิญให้เพื่อนเข้ามาร่วมจัดการทริปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ มีช่องให้เขียนคอมเม้นท์ด้วย ทางบริษัทยังไม่เปิดเผยว่าฟีเจอร์ใหม่นี้จะเปิดให้ใช้เมื่อไร

ฟีเจอร์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผลกับบริการต่างๆ ที่ Airbnb มี ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกที่พักแบบกลุ่ม หรูหรา coworking space หรือการเข้าพักในสถานที่สุดพิเศษอย่างปราสาท เกาะส่วนตัว (แต่ไม่รวมกำแพงเมืองจีนที่เพิ่งยกเลิกไป) การให้เพื่อนๆ เข้ามาร่วมจัดการทริปบนแพลตฟอร์มจึงสามารถทำได้

ฟีเจอร์แพลนทริปเที่ยวบนมือถือยังมีข้อมูลจาก Google Places ด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ตำแหน่งที่ตั้ง เวลาเปิดปิด เป็นต้น


ภาพจาก Shutterstock By I AM NIKOM

ที่มา - TechCrunch

Topics: Airbnb
Categories: IT News

ไมโครซอฟท์ออกแพตช์ความปลอดภัยเดือนสิงหาคม, ช่องโหว่ IE ระดับวิกฤติมีการโจมตีแล้ว

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 02:24

ไมโครซอฟท์ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนสิงหาคม โดยรอบนี้แม้จะมีช่องโหว่สำคัญๆ จำนวนหนึ่ง แต่มีช่องโหว่สองรายการที่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะแล้ว และเริ่มมีการโจมดีไปแล้ว ได้แก่ CVE-2018-8373 ช่องโหว่รันโค้ดบน Internet Explorer และ CVE-2018-8414 ช่องโหว่ Windows Shell

ซอฟต์แวร์ที่ได้มีรายงานเยอะสักหน่อย คือ Chakra Scripting Engine ที่มีช่องโหว่ระดับวิกฤติถึง 6 รายการ ส่วนซอฟต์แวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์นั้น มีช่องโหว่ของ Microsoft SQL และ Exchange

รวมรายการ CVE รอบนี้มีทั้งหมด 60 รายการ เป็นระดับวิกฤติ 20 รายการและระดับสำคัญ 38 รายการ

ช่องโหว่ที่ไคลเอนต์นั้นทั้งร้ายแรงและมีการโจมตีแล้ว ดังนั้นรอบนี้ก็อาจจะต้องเร่งแพตช์กันกว่าปกติ

ที่มา - ZDI

Topics: MicrosoftSecurity Patch
Categories: IT News

ช่องโหว่ L1TF กระทบระบบ Hypervisor บนชิปอินเทลใครใช้รุ่นเก่าอาจจะต้องปิด Hyperthread

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 01:25

อินเทลเผยแพร่ช่องโหว่ L1 Terminal Fault ที่เป็นชุดช่องโหว่ 3 รายการ เปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถอ่านข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้ตามปกติ โดยอาศัยคุณสมบัติ speculative execution หรือการรันคำสั่งแบบคาดเดาล่วงหน้าของซีพียู แบบเดียวกับ Spectre หรือ Meltdown

ช่องโหว่ L1TF คิดลึกกว่า Spectre/Meltdown ลงไปอีกขั้นด้วยการอาศัยกลไก page table ที่แปลงค่าตำแหน่งหน่วยความจำ ให้กลายเป็นค่า address จริงของฮาร์ดแวร์ โดยหากหน้า page นั้นๆ ไม่มีอยู่ในตัวซอฟต์แวร์ก็จะได้รับ exception เป็น page fault กลับขึ้นมา แต่ในความเป็นจริงซีพียูกลับอ่านค่าหน่วยความจำ ณ ตำแหน่งนั้นขึ้นมาล่วงหน้าแแล้ว เมื่อใช้เทคนิค FLUSH+RELOAD แบบเดียวกับ Meltdown ก็สามารถรู้ค่าของหน่วยความจำเป้าหมายได้

ช่องโหว่นี้มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

  • เจาะทะลุการป้องกันของ SGX (CVE-2018-3615) คะแนน CVSS 7.9 สามารถแก้ไขได้ด้วยการอัพเดต microcode ในซีพียู
  • เจาะทะลุระบบปฎิบัติการและ system management mode (CVE-2018-3620) คะแนน CVSS 7.1 และสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัพเดต microcode
  • เจาะทะลุระบบ hypervisor เพื่อเข้าไปอ่านค่าหน่วยความจำของเครื่องเสมือนอื่นบนคอร์ซีพียูเดียวกัน (CVE-2018-3646) คะแนน CVSS 7.1 ลดความเสี่ยงด้วยการอัพเดต microcode และควรเปิดใช้ฟีเจอร์ safe scheduling เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องเสมือนเดียวกันจะอยู่บนคอร์เดียวกันเสมอ ไม่ได้ใช้แคช L1 ปะปนกับใคร

ในกรณีของ Hyper-V ฟีเจอร์ป้องกันการใช้คอร์ปะปนกัน เรียกว่า core scheduler ปิดการทำงานเป็นค่าเริ่มต้น และรองรับเฉพาะ Windows Server 2016 ขึ้นไป ในกรณีที่ใช้ระบบ hypervisor ที่ไม่รองรับ ทางออกที่เหลือคือการปิด hyperthread ทิ้ง เพื่อให้ใช้ 1 คอร์ต่อ 1 เธรดเท่านั้น ซึ่งจะกระทบประสิทธิภาพเครื่องค่อนข้างมาก

ระหว่างนี้คงต้องรออัพเดตและสำรวจว่าระบบ hypervisor ใดรองรับการแก้ปัญหาแบบใดและเปิดใช้งานกันอย่างไรบ้าง

ที่มา - Intel, Oracle, Microsoft Technet

Topics: IntelSecurity
Categories: IT News

เขยิบสู่ยุคนิคมอวกาศไปอีกนิด เมื่อนักบินอวกาศใกล้จะมีเครื่องพิมพ์ชิ้นส่วนอวัยวะไว้ใช้งาน

Blognone - Wed, 15/08/2018 - 00:15

หนึ่งในแนวคิดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยุคนิคมอวกาศในอนาคตคือเรื่องการรักษาอาการบาดเจ็บโดยอาศัยชิ้นส่วนอวัยวะที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และตอนนี้บริษัทผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ 2 ราย ได้ร่วมมือกันพัฒนาเครื่องพิมพ์ดังกล่าวและเตรียมจะส่งไปให้นักบินอวกาศได้ใช้งานกันบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

บริษัทที่ว่านี้คือ Allevi ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์เนื้อเยื่อและชิ้นส่วนอวัยวะ และ Made in Space ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องพิมพ์มิติที่มีการใช้งานอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติมาก่อนแล้ว

Allevi นั้นเพิ่งพัฒนาหัวฉีดวัสดุพิมพ์รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า ZeroG ซึ่งเป็นหัวฉีดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง โดยหัวฉีดนี้ได้รับการพัฒนาโดยเน้นหนักว่าจะไม่ทำให้วัสดุพิมพ์หลุดเป็นละอองลอยเคว้งเพ่นพ่านในสถานีอวกาศ ทั้งนี้หัวฉีด ZeroG นี้จะถูกนำไปติดตั้งในเครื่องพิมพ์ของ Made in Space ซึ่งพิสูจน์ฝีมือด้วยการสร้างเครื่องพิมพ์ 3 มิติเพื่อการใช้งานจริงบนอวกาศมาแล้ว 2 เครื่อง โดยเครื่องแรกนั้นถูกส่งขึ้นไปให้นักบินอวกาศใช้งานกันในปี 2014 และเครื่องที่ 2 ก็ถูกส่งตามไปในอีก 2 ปีถัดมา

หัวฉีด ZeroG ของ Allevi ก้านสีดำด้านซ้ายคือกระบอกสูบ ส่วนกระเปาะใสด้านขวาคือหลอดไฮโดรเจลที่เป็นวัสดุพิมพ์

สำหรับจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ Made in Space นี้คือระบบการทำความร้อนที่ออกแบบมาพิเศษ เนื่องจากในสถานีอวกาศนั้นแรงโน้มถ่วงแบบที่ปราฎบนพื้นโลก ผลก็คือไม่มีการพาความร้อนอย่างที่เราคุ้นเคย เนื่องจากการที่อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสูงและอากาศเย็นเคลื่อนที่ลงต่ำนั้นเป็นการเคลื่อนที่ตามแรงโน้มถ่วงของโลกนั่นเอง ด้วยเหตุนี้การออกแบบเครื่องพิมพ์เพื่อให้ส่วนที่ควรจะร้อนนั้นยังคงร้อนอยู่ได้ในขณะที่ส่วนที่ควรจะเย็นก็ยังคงเย็นอยู่จึงเป็นผลงานการพัฒนาพิเศษที่ไม่ใช่ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติทุกรายจะทำได้ง่ายๆ

หน้าตาเครื่องพิมพ์ 3 มิติของ Mad in Space แบบที่ใช้ในสถานีอวกาศ

วัตถุประสงค์ในการติดตั้งเครื่องพิมพ์ชิ้นส่วนอวัยวะในสถานีอวกาศนี้ก็ยังไม่ใช่ว่าจะเป็นไปเพื่อใช้สำหรับการเตรียมชิ้นส่วนเพื่อทำการรักษาร่างกายนักบินอวกาศจริง แต่เป้าหมายหลักก็เพื่อการทดลองเปรียบเทียบกับงานพิมพ์ชิ้นส่วนอวัยวะภายใต้สภาวะที่มีแรงโน้มถ่วงตามปกติบนโลก ซึ่งสภาพไร้น้ำหนักบนสถานีอวกาศนั้นอาจจะเอื้อต่อการสร้างชิ้นส่วนที่มีรายละเอียดโครงสร้างแตกต่างไปจากงานพิมพ์ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดบนพื้นโลกก็เป็นได้ และแน่นอนว่านี่คือการริเริ่มสู่การพัฒนาระบบการพิมพ์เนื้อเยื่อและชิ้นส่วนอวัยวะเพื่อการรักษาอาการบาดเจ็บได้จริงในอนาคต

ในแง่เทคนิคงานพิมพ์แล้ว Allevi มั่นใจมากว่าหัวพิมพ์ ZeroG นั้นพร้อมสำหรับการทดลองบนสถานีอวกาศแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจาก NASA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้งเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านวัสดุที่ใช้ผลิตหัวฉีด, วัสดุพิมพ์ซึ่งเป็นไฮโดรเจลที่มีส่วนประกอบเซลล์มนุษย์อยู่ด้วย และความแข็งแรงของหัวฉีดที่จะต้องผ่านเครื่องเหวี่ยงทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่า ZeroG จะไม่พังเสียก่อนในขณะที่อยู่ในระหว่างการเดินทางออกจากโลก

เรียกได้ว่าโครงการนี้คือการดึงเอาจุดแข็งของผลงานจากทั้ง Allevi และ Made in Space เข้ามาผสานเพื่อให้ได้เครื่องพิมพ์ที่ตอบโจทย์การปฏิบัติงานและดำรงชีวิตในอวกาศเป็นระยะเวลานานอย่างแท้จริง

ที่มา - IEEE Spectrum

Topics: 3D PrintingBiologySpace
Categories: IT News

Samsung Wireless Charger Duo วางขายแล้วในสหรัฐฯ ราคา 119.99 ดอลลาร์ ชาร์จมือถือและสมาร์ทวอทช์ได้พร้อมกัน

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 23:44

โดยส่วนมากแท่นชาร์จไร้สายที่เราเห็นกันตามท้องตลาด มักรองรับกับมือถือเพียงเครื่องเดียวเท่านั้น แต่ข่าวดีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ Samsung Galaxy ไม่ว่าจะเป็นมือถือระดับไฮเอนด์หรือสมาร์ทวอทช์ จะสามารถชาร์จไร้สายบนแท่นชาร์จเดียวกันได้แล้ว ด้วยอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Samsung Wireless Charger Duo

แท่นชาร์จรุ่นใหม่ดังกล่าวใช้เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi ใช้ได้กับมือถืออย่าง Galaxy S8, Galaxy Note 8 พร้อมรองรับการชาร์จเร็วได้กับ Galaxy S9, Galaxy Note9 ด้วยกำลังไฟสูงสุดที่ 7.5 วัตต์ ขณะเดียวกันตัวแท่นชาร์จก็สามารถชาร์จมือถือรุ่นอื่นๆ ที่รองรับ Qi ได้ เช่น iPhone X และ iPhone 8 เป็นต้น

นอกจากมือถือแล้ว Wireless Charger Duo ยังรองรับสมาร์ทวอทช์ อย่าง Gear S3, Gear Sport และรุ่นล่าสุด Galaxy Watch ด้วย

Samsung Wireless Charger Duo วางขายแล้วในสหรัฐฯ ราคา 119.99 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4,000 บาท

ที่มา : Samsung

Topics: SamsungSamsung GalaxyGalaxy Watch
Categories: IT News

รายการทฤษฎีสมคบคิด InfoWars โดนแบนจาก Vimeo แล้ว

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 22:28

Alex Jones เจ้าของรายการเชิงขวาจัด InfoWars ถูกแบนจาก Facebook, Apple, Spotify ไปแล้ว ส่วน YouTube ก็ลบคลิปบางรายการ ล่าสุดแพลตฟอร์มแชร์วิดีโอ Vimeo ก็แบนรายการ InfoWars แล้วเช่นกัน

โฆษกของ Vimeo กล่าวว่าวิดีโอที่เพิ่งอัพโหลดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาของ Alex Jones นั้นละเมิดกฎของแพลตฟอร์มในเรื่องคอนเทนต์สร้างความแตกแยกและเกลียดชัง ซึ่ง Vimeo ไม่ต้องการผลประโยชน์จากคอนเทนต์เหล่านี้ไม่ว่าจะในทางใดก็ตาม

Business Insider รายงานว่าพนักงาน Vimeo จำนวนมากก็เริ่มไม่พอใจที่เห็นว่าวิดีโอของ Alex Jones มาอยู่บนแพลตฟอร์ม ซึ่งจากรายงานระบุว่าพนักงานของ Vimeo มีการพูดคุยถึงปัญหาเรื่องนี้เป็นการภายใน ซึ่งแม้ว่ารายการ InfoWars จะไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มมากนัก แต่หลังจากที่ YouTube เริ่มแบนรายการของเขา Jones ก็เริ่มย้ายวิดีโอซึ่งมีความยาวรวมแล้วกว่า 50 ชั่วโมงเข้ามาใน Vimeo

เท่ากับว่าตอนนี้แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ครายใหญ่ก็เหลือเพียงแค่ Twitter ที่ยังยืนกรานไม่แบนรายการ InfoWars โดยซีอีโอ Jack Dorsey ยืนยันผ่าน Twitter ของเขาว่า Jones ไม่ได้ทำผิดกฎอะไร ซึ่งถ้าเกิดผิดขึ้นมา Twitter ก็พร้อมจัดการ

รายการ InfoWars เป็นรายการเชิงทฤษฎีสมคบคิด ซึ่งเจ้าของรายการอย่าง Alex Jones นั้นสร้างปัญหาโดยการหยิบยกประเด็นที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมาพูดหลายครั้ง แต่เนื้อหาที่เขาพูดกลับมีคนสนใจติดตามเป็นจำนวนมาก

ที่มา - Engadget

Topics: Vimeohate speechSocial Network
Categories: IT News

ออราเคิลออกแพตช์นอกรอบ จากช่องโหว่รันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 20:05

ออราเคิลออกแพตช์สำหรับ Oracle Database Server ช่องโหว่ CVE-2018-3110 ที่เปิดทางให้ผู้ใช้ที่ล็อกอินด้วยสิทธิ์ระดับต่ำสามารถเจาะทะลุการป้องกันและรันสคริปต์บนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเป็นช่องโหว่ความร้ายแรงระดับวิกฤติ ค่าคะแนน CVSSv3 อยู่ที่ 9.9

ช่องโหว่กระทบเซิร์ฟเวอร์ที่รันบนวินโดวส์และใช้ตัวเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชั่น 11.2.0.4 และ 12.2.0.1 โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาออราเคิลเคยออกแพตช์ให้ช่องโหว่นี้สำหรับเวอร์ชั่น 12.1.0.2 บนวินโดวส์และรุ่นอื่นๆ บนลินุกซ์มาก่อนแล้ว

หากใครยังไม่ได้ลงแพตช์เมื่อกลางปีที่ผ่านมาควรเร่งลงโดยเร็ว สำหรับเวอร์ชั่นที่เพิ่งออกแพตช์ตอนนี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแพตช์ได้แล้ว

ที่มา - Oracle

Topics: OracleSecurity
Categories: IT News

Ethereum ราคาต่ำกว่า 270 ดอลลาร์ เหลือเพียง 1 ใน 5 ของจุดสูงสุดเมื่อต้นปี

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 19:45

Ethereum (ETH) เงินคริปโตที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจาก Bitcoin ราคาตกอย่างหนักในช่วงสองวันที่ผ่านมา ลงไปต่ำสุดในช่วง 257 ดอลลาร์ต่อ ETH หรือประมาณ 1 ใน 5 ของช่วงต้นปีผ่านมา ที่ราคาเคยสูงกว่า 1,300 ดอลลาร์ต่อ ETH

Ethereum เป็นต้นกำเนิดของแนวคิด smart contract ที่ทำให้การออกโทเค็นบนระบบเงินคริปโตทำได้โดยง่าย แม้ทุกวันนี้การระดมทุน ICO จะมีการใช้แพลตฟอร์มอื่นบ้าง แต่ Ethereum ก็ยังได้รับความนิยมสูง อย่างไรก็ดี การที่ราคามันแกว่งมาก็ทำให้เป็นสกุลเงินที่ไม่เหมาะต่อการระดมทุนนัก

ความดีของ Ethereum นอกจากจะมี smart contract แล้ว มันยังรองรับรายการโอนเงินได้มากกว่า Bitcoin พอสมควร โดยอยู่ที่ประมาณ 5 รายการต่อวินาที (Bitcoin ประมาณ 3 รายการต่อวินาที) แต่หลังจากเมื่อ Bitcoin มีเครือข่าย Lightning ก็คงมีเหตุให้ต้องใช้ ETH น้อยลงไปอีกหนึ่งอย่าง

ที่มา - TechCrunch

Topics: EthereumCryptocurrency
Categories: IT News

DeepMind ประกาศผลทดสอบปัญญาประดิษฐ์ตรวจโรคในดวงตา, ใช้เน้นจุดผิดปกติ แนะนำว่าคนไข้ฉุกเฉินเพียงใด

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 19:16

DeepMind ประกาศความร่วมมือกับโรงพยาบาลจักษุ Moorefields มาตั้งแต่ปี 2016 ตอนนี้ทั้งสองหน่วยงานก็ประกาศผลของความร่วมมือในเฟสแรกออกมาแล้ว โดยเป็นการรับภาพจากเครื่อง optical coherence tomography (OCT) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงใดในดวงตาหรือไม่ โดยตอนนี้โรงพยาบาล Moorefields ต้องอ่านผลสแกน OCT ถึงวันละกว่า 1,000 ชุด

สถาปัตยกรรมของ DeepMind แบ่งเครือข่ายนิวรอนออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการระบภาพสแกนดิบจากเครื่องสแกนแล้วระบุว่าส่วนใดน่าจะเป็นอาการของโรค เช่น มีเลือดออก, มีของเหลว, หรือมีรอยแผล จากนั้นจึงส่งผลเข้าไปยังเครือข่ายนิวรอนอีกชุดเพื่อระบุโรคที่เป็นไปได้ พร้อมคำแนะนำว่าควรส่งต่อไปหาแพทย์อย่างรีบด่วนเพียงใด

การวัดประสิทธิภาพการจัดความเร่งด่วนของคนไข้ อาศัยข้อมูลคนไข้ 997 คนที่มองย้อนกลับไปหลังการวินิจฉัยโรคตอนท้ายว่าควรตัดสินใจเร่งด่วนเพียงใด ตั้งการตัดสินใจนี้เป็น gold standard จากนั้นให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสองคนจัดลำดับความสำคัญคนไข้ โดยแพทย์เห็นข้อมูลภาพถ่ายดวงตา (fundus image) และบันทึกแพทย์ ขณะที่ DeepMind เห็นเฉพาะภาพ OCT เท่านั้น โดยโมเดลของ DeepMind จัดความสำคัญผิดพลาดเพียง 5.5%

ความแม่นยำในระดับนี้ทำให้เป็นไปได้ว่าโรงพยาบาลจะเริ่มใช้ระบบของ DeepMind มาจัดลำดับความสำคัญของคนไข้ในอนาคต ทำให้คนไข้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเร่งด่วนจะได้รับการรักษาที่ทันท่วงที

ระหว่างนี้ระบบยังต้องมีการทดลองระดับคลีนิคเพิ่มเติม และดำเนินการขออนุญาตใช้งานจริง โดยหากได้รับอนุญาต ทางโรงพยาบาลในเครือของ Moorefields ทั้ง 30 แห่งจะได้ใช้ระบบนี้ฟรีไปอีก 5 ปีในช่วงเริ่มต้น

ผลของความร่วมมืออีกอย่างหนึ่งคือข้อมูลที่โรงพยาบาลเก็บเอาไว้ไม่เหมาะกับการใช้งานสำหรับงาน machine learning นัก ทาง DeepMind เข้าไปจัดข้อมูลให้โดยที่ข้อมูลทั้งหมดยังเป็นของโรงพยาบาล Moorefields ต่อไป และสามารถใช้เพื่องานวิจัยที่ไม่แสวงหากำไรได้ โดยตอนนี้มีการนำไปใช้งานแล้วในโครงการวิจัย 9 รายการ

ที่มา - DeepMind

Topics: DeepMindMedical
Categories: IT News

กลุ่ม True ไตรมาส 2/2561 กำไรทะลุหมื่นล้านบาท จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน DIF

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 17:50

กลุ่มทรู รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 รายได้รวมอยู่ที่ 61,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 75.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากมีรายการพิเศษขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเป็น 10,037 ล้านบาท ดีกว่าปีก่อนที่ขาดทุน 1,245 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากไม่รวมรายการพิเศษเหล่านี้ กลุ่มทรู ก็ยังมีกำไรอยู่ 456 ล้านบาท

ในภาพรวมธุรกิจต่าง ๆ ของกลุ่มทรู มีการเติบโตทุกส่วน ซึ่งทรูบอกว่าการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 ก็ช่วยเสริมให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ทรูมูฟ เอช มีลูกค้าใหม่ 4.46 แสนราย รวมเป็น 28.1 ล้านราย เฉพาะรายได้จากนอนวอยซ์เพิ่มขึ้น 9.6%
  • ทรูออนไลน์ มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 3.4 ล้านราย ส่วนรายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 15.6% จากการเติบโตของตลาดไฟเบอร์
  • ทรูวิชั่นส์ รายได้เพิ่มขึ้น 13.4% ส่วนใหญ่มาจากการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภาพ TrueMove H

Topics: TrueFinancial Report
Categories: IT News

การปรับตัวของ AIS จาก Telco สู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม IoT รายแรกของไทย

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 17:18

การถาโถมเข้ามาของเทคโนโลยีไม่ว่าจะ AI, Big Data, IoT หรือ Cloud ล้วนส่งผลกระทบต่อธุรกิจในทุกภาคส่วนและกระทบในหลายๆ มิติ ไปจนถึงปัญหาว่าเทคโนโลยีไหนที่องค์กรควรเลือก เพื่อให้ตอบโจทย์​หรือต่อยอดทางธุรกิจได้ดีที่สุด

AIS ในฐานะที่เป็นโอเปอเรเตอร์เบอร์ 1 ของไทยก็เผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน ทว่าภายในงาน Blognone Tomorrow ที่ผ่านมา AIS ได้แสดงให้เห็นให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และการปรับตัวเข้าหากระแส Digital Disruption และสามารถต่อยอดทางธุรกิจ ด้วยการเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม NB-IoT ได้เป็นเจ้าแรกของไทย

AIS มองเห็นอะไรจาก IoT และทำอะไรไปแล้วบ้าง บทความนี้สรุปจากเวที Blognone Tomorrow มาให้ครับ

IoT is the next big thing

คุณ Hui Weng Chong ตำแหน่ง President ของ AIS แชร์ให้ฟังว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นตัวผลักดันให้องค์กรเกิดจากปรับตัว (transformation enablers) ได้แก่

  • อุปกรณ์ไร้สาย (Mobility Devices)
  • คลาวด์
  • ปัญญาประดิษฐ์ (Machine Learning / AI)
  • AR/VR (Digital Reality)
  • Big Data


คุณ Hui Weng Chong

อย่างไรก็ตามในมุมของ AIS แล้ว Next Big Thing ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้แต่คือ IoT เนื่องจากคุณสมบัติที่สามารถอยู่ได้ทุกที่ (ubiquitous) ทำให้ IoT จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน และจะผสานกลมกลืนจนแยกออกจากกันไม่ได้

ปัจจุบันอุปกรณ์ IoT ทั่วโลกได้เกินหน้าจำนวนประชากรโลกไปแล้วที่ 8.3 พันล้านชิ้นต่อ 7.4 พันล้านคน ขณะที่ในอีก 2 ปีข้างหน้าหรือ 2020 มีการคาดการณ์ว่าจำนวนอุปกรณ์ IoT จะกระโดดขึ้นไปอีกที่ราว 2 หมื่นล้านชิ้น ขณะที่ประชากรทั่วโลกจะมีแค่ราวว 7.6 พันล้านคนเท่านั้น

แม้แต่องค์กรระดับโลกหรือภาครัฐก็หันหา IoT

สิ่งที่ตอกย้ำความสำคัญของ IoT คือการลงทุนและนโยบายจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชนในต่างประเทศ อย่างผลการสำรวจจากนิตยสาร Forbes เมื่อปีที่แล้วระบุว่า บริษัทกว่า 57% ที่สำรวจล้วนมีวิสัยทัศน์หรือกำลังผลักดันเรื่อง IoT

ขณะที่บริษัทอย่าง Google เริ่มลงทุนใน IoT (ผ่านการซื้อ NEST) ด้วยเม็ดเงินกว่า 3.2 พันล้านเหรียญ หรือไมโครซอฟท์ก็มีแผนพัฒนาด้าน IoT เป็นระยะเวลา 4 ปี ด้วยเม็ดเงินราว 5 พันล้านเหรียญ

ส่วนบริษัทคอนซัลท์อย่าง McKinsey ก็ได้เผยรายงานที่คาดการณ์ว่า ภายในปี 2025 IoT จะมีมูลค่ามากที่สุดในกลุ่มเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโฉมธุรกิจ (disruptive / transform enablers) อยู่ที่ราว 3.9 หมื่นล้านถึง 1.11 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ในแง่ภาครัฐก็เริ่มมีนโยบายที่ผลักดัน IoT กันแล้ว อาทิ สหรัฐ ที่จะเน้นไปที่การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบสำหรับอุตสาหกรรม หรือ IIoT (Industrial Internet of Things), อียูและจีน มีนโยบายคล้ายๆ กันคือผลักดันระบบนิเวศน์สำหรับ IoT โดยจีนจะเน้นไปที่เทคโนโลยีการผลิตเป็นหลัก

ขณะที่รัฐบาลไทยก็มีโครงการที่ริเริ่มไปแล้วอย่าง Smart City ในภูเก็ต, เชียงใหม่และกรุงเทพ ด้วยการสนับสนุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ IoT ไปจนถึงโปรเจ็คที่เล็กลงมาและเน้นไปที่ e-commerce, e-education, e-industry และ e-government พร้อมตั้งเป้าภายในปี 2020 ประเทศไทยจะต้องเป็นศูนย์กลางด้าน Digital Infrastucture ในอาเซียนด้วย

IoT Ecosystem

ด้วยข้อมูลข้างต้นก็อาจกล่าวได้ว่าการเลือกหันไปหา IoT พร้อมกับการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มถือเป็นทางเลือกที่ถูกและน่าจะมีอนาคตได้อีกยาวๆ

ในส่วนของการให้บริการของ AIS ค่อนข้างครอบคลุม ไล่ไปตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ อาทิโมดูลและ Development Kit, บริการโครงข่าย ทั้ง NB-IoT และ eMTC โดยโครงข่าย NB-IoT สำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็กหรือเซ็นเซอร์ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว โดยเครือข่าย NB-IoT วิ่งอยู่บนคลื่น 900MHz ที่แบนด์ววิธ 200kHz โดยจะเพิ่มความครอบคลุมในภาคเหนือและภาคอีสานเพิ่มเติมภายในปีนี้

ขณะที่โครงข่าย eMTC ที่ความเร็วสูงกว่าและรองรับอุปกรณ์ mobility อย่างโทรศัพท์ วิ่งอยู่บนคลื่น 1800MHz แบนด์วิธ 1.4MHz ตอนนี้มีให้บริการเฉพาะในพื้นที่ใกล้ๆ สำนักงาน AIS และสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีแผนจะให้บริการในกรุงเทพ, ภาคกลาง, ภาคเหนือและภาคใต้ภายในไตรมาสนี้ ส่วนภาคตะวันออกและอีสานจะภายในไตรมาสสี่

อีกหนึ่งบริการ IoT Ecosystem ของ AIS คือแพลตฟอร์ม ที่ประกอบไปด้วย Connectivity Platform และ Device Management Platform สำหรับการบริหารจัดการอุปกรณ์, การเชื่อมต่อและการพัฒนาแอปสำหรับ IoT ไม่รวมโซลูชันต่างๆ ที่มีให้เลือกอีกมาก

Partner Program

AIS มีโครงการ AIAP หรือ AIS Alliance Program ที่ดึงเอาพันธมิตรจากหลายภาคส่วนธุรกิจมาทำงานร่วมกัน เพื่อแบ่งปันความรู้และพัฒนาแพลตฟอร์ม IoT ร่วมกันเพื่อให้อุปกรณ์สามารถทำงานและสื่อสารกันข้ามแพลตฟอร์มหรือ vendor ได้

ตอนนี้โครงการ AIAP ได้ผลิดอกออกผลออกมาเป็นโมดูลสำหรับอุตสาหกรรมและการทำงานด้านต่างๆ กว่า 70 โมดูล

สำหรับพาร์ทเนอร์ ทาง AIS มีโซลูชันอย่าง IoS-as-a-Service ซึ่งครอบทุกแทบจะทุกบริการสำหรับ IoT เอาไว้ให้ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ (SaaS), แพลตฟอร์ม (PaaS), โครงสร้างพื้นฐาน อาทิ คลาวด์

สรุป

เป็นการปรับตัวที่น่าสนใจของ AIS จากเพียงแค่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือหรือโอเปอเรเตอร์ แล้วเลือกเทคโนโลยีอย่าง IoT เพราะเห็นความเป็นไปได้และโอกาสในอนาคตก่อนคนอื่น และสามารถให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ได้เป็นรายแรกในไทย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนและยกระดับการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ทั้งภาครัฐและเอกชนในไทยไปได้ ท่ามกลางการไกลบ่าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน

Topics: AISBlognone TomorrowInternet of Things
Categories: IT News

LINE ประกาศเตรียมปรับหน้าตาแสดงโปรไฟล์ผู้ใช้ พร้อมแสดงเพลง/วิดิโอบนโปรไฟล์

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 16:35

LINE ประกาศการปรับหน้าตา UI ของหน้าแสดงโปรไฟล์ผู้ใช้ใหม่ โดยแสดงภาพโคฟเวอร์ให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนการแสดงผลจากแนวนอนเป็นแนวตั้ง พร้อมสามารถตั้งวิดิโอและเพลงประจำโปรไฟล์ ไปจนถึงสเตตัสและแชร์กิจกรรมที่ทำ

นอกจากนี้การแสดงหน้าโฮมจากเดิมที่ต้องกดปุ่มรูปบ้าน ต้องเปลี่ยนเป็นเลื่อนลงด้านล่าง เพื่อดูไทม์ไลน์ พร้อมเพิ่มแท็บภาพและวิดิโอ เพื่อดูภาพและวิดิโอที่ผู้ใช้คนนั้นๆ โพสต์ในอดีต

LINE ระบุว่าจะเริ่มปล่อยอัพเดตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ที่มา - LINE

Topics: LINE
Categories: IT News

Honor Play เปิดตัวในไทย มาพร้อม GPU Turbo เล่นเกมลื่นขึ้น ราคา 9,990 บาท

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 16:23

Honor เปิดตัว Honor Play ในไทย เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบเพื่อการเล่นเกมอย่าง PUBG ได้ลื่นไหล ภายใต้ GPU Turbo เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกให้ดียิ่งขึ้น 60% และลดการใช้พลังงานลง 30%

สเปก Honor Play มีดังนี้

  • ตัวเครื่องบาง 7.5มม. น้ำหนัก 175 กรัม
  • หน้าจอ FullView ขนาด 6.3 นิ้ว อัตราส่วน 19.5 : 9
  • Android 8.1 ครอบทับด้วย EMUI 8.2
  • ชิป Kirin 970 Octa-core
  • แรม 4GB, รอม 64GB รองรับ microSD card
  • กล้องหลังคู่ ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2 + f/2.4, มี AI ช่วยถ่ายภาพ แยกแยะภาพและแสงในแบบต่างๆ ได้ถึง 22 แบบ
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.0, มี AI ช่วยเซลฟี่
  • มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5มม., พอร์ท USB Type-C
  • การเชื่อมต่อ WiFi 2.4GHz : 802.11 b/g/n, WiFi 5GHz : 802.11 a/n/ac, Bluetooth 4.2
  • ระบบเสียง 3D Surround
  • แบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh
  • มีให้เลือกสามสี ได้แก่ ดำ, น้ำเงิน และม่วง

Honor Play ราคา 9,990 บาท เปิดพรีออเดอร์ได้แล้วผ่าน Lazada, AIS, TG Fone และ CSC เริ่มขายจริง 22 ส.ค.61 เป็นต้นไป

Topics: HonorMobileAIGPU
Categories: IT News

FBI แจ้งเตือนมีสถาบันการเงินถูกแฮก แฮกเกอร์เตรียมถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มขนานใหญ่

Blognone - Tue, 14/08/2018 - 14:51

FBI แจ้งเตือนธนาคารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า แก๊งทำสำเนาบัตรเครดิตเตรียมถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มพร้อมกันทั่วโลก ในชื่อปฎิบัติการ "unlimited operation"

การแจ้งเตือนของ FBI ระบุว่าผู้ออกบัตรรายหนึ่งถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ทำให้แฮกเกอร์สามารถขโมยข้อมูลบัตรออกไปได้ และคาดว่ากลุ่มแฮกเกอร์จะนัดแนะกันนำบัตรไปถอนเงินตามตู้เอทีเอ็มเร็วๆ นี้

การโจมตีเพื่อถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มทำให้แฮกเกอร์สามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มูลค่าความเสียหายแต่ละครั้งเริ่มตั้งแต่หลายแสนดอลลาร์ไปจนถึงหลายล้านดอลลาร์

ประกาศแจ้งเตือนของ FBI ยังระบุให้ธนาคารควรปรับมาตรการความปลอดภัยไซเบอร์ เช่น เพิ่มการล็อกอินหลายขั้นตอน, ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีสำคัญ, และมอนิเตอร์เครือข่ายสม่ำเสมอ

ที่มา - Krebs On Security

Topics: FBISecurityBanking
Categories: IT News
Syndicate content