IT News

ทีม Chrome แถลงเป้าหมาย จะทำให้เว็บเท่าเดสก์ทอป ปรับความสำคัญฟีเจอร์ที่ยังขาดอยู่ขึ้นเป็นฟีเจอร์สำคัญ

Blognone - Tue, 13/11/2018 - 00:33

Pete LePage วิศวกรผู้ให้การสนับสนุนนักพัฒนา (developer advocate) ของกูเกิลออกมาเขียนบล็อกให้ทีม Chrome ถึงเป้าหมายต่อไปของทีมว่าจะยกระดับเว็บให้เท่าเทียมกับเดสก์ทอป ภายใต้โครงการ Fugu

โครงการนี้มีอยู่ใน issue tracker ของ Chrome มาเดือนกว่าแล้ว หลักการคือยกระดับความสำคัญของ issue ต่างๆ ที่ทำให้เว็บมีความสามารถไม่เท่ากับแอปเดสก์ทอป เช่น API สำหรับเขียนไฟล์, WebHID สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก, ไปจนถึงการตรวจว่าผู้ใช้ไม่เคลื่อนไหว (user idle)

issue จำนวนมากในโครงการนี้มีมานานนับปีแล้ว แต่ภายใต้โครงการนี้ บั๊กจำนวนมากถูกปรับความสำคัญขึ้นมาเป็นอันดับ 1 (สูงสุด) และเริ่มมีเป้าหมายการออกฟีเจอร์เร็วๆ นี้หลายอัน เช่น ตัวเลือกชื่อบุคคลจากรายการติดต่อ (contact picker) ก็มีเป้าหมายที่ Chrome 72, หรือ Web Share Target API กดแชร์ได้เหมือนแอปแอนดรอยด์มีเป้าหมายที่ Chrome 71

LePage ระบุว่าการเข้าไปแสดงความเห็นแต่เนิ่นๆ สำคัญมาก และบางฟีเจอร์อาจจะไม่ผ่านออกไปยังเบราว์เซอร์จริง

ที่มา - Chromium Blog

Topics: Chrome
Categories: IT News

Western Digital เปิดตัว Ultrastar DC ME200 สตอเรจความเร็วสูงใช้เติมแทนแรม เพิ่มประสิทธิภาพฐานข้อมูล

Blognone - Tue, 13/11/2018 - 00:03

Western Digital เปิดตัวสตอเรจตระกูล Ultrastar DC ME200 (ME ย่อมาจาก Memory Extension) ระบุว่าเป็น SSD แบบ NVMe ที่ความเร็วอยู่ในระดับใกล้เคียง DRAM

ME20 มี 3 ขนาด ได้แก่ 1TiB, 2TiB, และ 4TiB แม้จะเป็น SSD แต่ตัวสตอเรจก็ไม่รับประกันว่าข้อมูลจะกลับมาได้ครบหลังบูตเครื่อง (เป็นหน่วยความจำ volatile) การใช้อินเทอร์เฟซแบบ NVMe ทำให้สามารถติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปได้ ไม่จำเป็นต้องเปลืองสล็อต DIMM ของแรม

บริษัทยกตัวอย่างการติดตั้งด้วยการเพิ่มแรม 8 อีก 8 เท่าตัวของแรมจริง เช่นเครื่องแรม 256GB สามารถติดตั้ง ME200 ไปอีก 2TiB เมื่อใช้งานกับแอปพลิเคชั่นเช่นฐานข้อมูลแบบ key-value อย่าง Memcached สามารถทำประสิทธิภาพได้ที่ระดับ 85-91% ของความเร็วเมื่อใช้แรมเพียงอย่างเดียว แต่ประหยัดค่าแรมไปมาก งานที่ต้องการแรมสูงระดับเทราไบต์อาจจะลดค่าเครื่องไปถึง 35%

ตัวสตอเรจเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าบางรายแล้ว

ที่มา - Western Digital Blog

Topics: Western DigitalStorage
Categories: IT News

GitHub มีจำนวน repository ถึง 100 ล้านแล้ว หนึ่งในสามของทั้งหมดสร้างขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 22:52

GitHub ประกาศเหตุการณ์ครั้งสำคัญ โดยระบุว่าตอนนี้มีจำนวน repository สำหรับเก็บซอร์สโค้ดทั้งหมดถึง 100 ล้านแล้ว ซึ่งบนแพลตฟอร์มนี้มีนักพัฒนาใช้งานกว่า 31 ล้านคนเกือบทุกประเทศทั่วโลก

GitHub นั้นก่อตั้งในปี 2008 ซึ่งตอนนั้น ทั้ง GitHub มีเพียง 33,000 repositories เท่านั้น ในขณะที่ทุกวันนี้มี repository ถูกสร้างขึ้นเฉลี่ยราว 1.6 repositories ต่อวินาที โดยหนึ่งในสามของ repository ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

ปัจจุบัน GitHub เป็นที่เก็บซอร์สโค้ดของโครงการขนาดใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Node.js, Swift, .NET, Python, Kubernetes, PyTorch ซึ่ง GitHub เป็นที่นิยมในหมู่นักพัฒนา เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเมื่อรวมกับระบบอัตโนมัติก็ช่วยให้ workflow ในการทำงานเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดย GitHub ได้เผยสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้

ที่มา - GitHub


ภาพจาก GitHub

Topics: GitHub
Categories: IT News

Netflix เตรียมหยุดให้บริการบน Nintendo Wii วันที่ 31 มกราคมปีหน้า

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 22:08

Netflix ได้แจ้งผู้ใช้ว่า Nintendo เตรียมจะปิดบริการ Netflix รวมถึงวิดีโอสตรีมมิ่งอื่น ๆ บน Wii หลังจากวันที่ 31 มกราคมปีหน้า โดยสำหรับผู้ใช้ Wii นั้น ตอนนี้จะยังไม่มีทางเลือกอื่นในการรับชม Netflix นอกเสียจากใช้งานฮาร์ดแวร์อื่นเท่านั้น

การประกาศข่าวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจนัก เนื่องจาก Nintendo ก็มีกำหนดปิด Wii Shop Channel ร้านขายเกมดิจิทัลดาวน์โหลดบน Wii โดยจะมีผลในปี 2019 เช่นกัน

ที่มา - Engadget


ภาพประกอบจาก Amazon

Topics: NetflixWiiNintendoVideo Streaming
Categories: IT News

280 อาจจะยังแพงเกินไป, Netflix เตรียมทดลองเพิ่มแพ็กเกจราคาถูกพิเศษ เพื่อแข่งขันในบางตลาด

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 21:51

Reed Hastings ซีอีโอ Netflix ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทอาจทดลองแพ็กเกจใหม่ราคาต่ำลง เพื่อให้แข่งขันได้ในบางตลาด โดยไม่ได้บอกว่าจะทดลองแพ็กเกจนี้ในตลาดใดบ้าง

ที่ผ่านมา Netflix ทำตลาดในราคาที่ใกล้เคียงกัน โดยประเทศไทยราคาต่ำสุดเดือนละ 280 บาท อินเดีย 500 รูปี (228 บาท) อินโดนีเซีย 109,000 รูปี (244 บาท) หรือฟิลิปปินส์ 370 เปโซ (230 บาท) ขณะที่คู่แข่งมักออกแพ็กเกจราคาตามรายได้คนท้องถิ่น เช่นในไทย Viu ราคาแพ็กเกจพรีเมี่ยม 119 บาทต่อเดือน หรือ iflix อยู่ที่ 100 บาทต่อเดือน ในอินเดียเอง Hotstar ก็มีราคาเพียง 199 รูปี (90 บาท)

ทุกวันนี้แพ็กเกจต่ำสุดของ Netflix สามารถดูได้ทีละจอเท่านั้น และไม่สามารถสตรีมที่คุณภาพ HD ได้ ไม่ชัดเจนว่าหากมีแพ็กเกจต่ำลงมา บริษัทจะตัดฟีเจอร์อะไรออกไปบ้าง

แนวทางที่ราคาค่อนข้างสูงทำให้ Netflix ยังไม่สามารถเจาะตลาดท้องถิ่นแถบเอเชียได้มากนัก ไม่มีตลาดใดมีสมาชิกเกิน 2 ล้านคน ขณะที่ Hastings เคยวางเป้าหมายว่าจะมีสมาชิกในอินเดียถึง 100 ล้านคน

ที่มา - Bloomberg

Topics: Netflix
Categories: IT News

กูเกิลแนะนำนักพัฒนา Android ถึงวิธีปรับแอพให้รองรับมือถือจอพับได้ (Foldable)

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 21:39

กูเกิลเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของ Android for Foldables สำหรับมือถือจอพับได้แบบของซัมซุง โดยออกคำแนะนำให้นักพัฒนา 3 ข้อสำคัญ ดังนี้

  • Screen continuity แอพทำงานต่อเนื่องแม้ย้ายจอ ในทางเทคนิคแล้ว แอพจะได้ข้อมูลของ layout ใหม่ที่ควรจะเป็นในหน้าจอใหม่ ดังนั้นฝั่งนักพัฒนาต้องซัพพอร์ต runtime configuration change ไว้ด้วย โดยซัมซุงจะออกอีมูเลเตอร์ให้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้
  • Multi-resume ทุกวันนี้ Android รองรับการทำ multi-window รันแอพหลายตัวพร้อมกัน แต่แอพที่ไม่ถูกใช้งานจะเข้าสถานะ pause ให้หยุดไว้ชั่วคราว สิ่งที่กูเกิลเปลี่ยนแปลงคือ multi-resume หรือการให้แอพทุกตัวบนจอทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ฟีเจอร์นี้มีให้แล้วใน Android Pie แต่นักพัฒนาต้องเปิดใช้งานเองด้วย
  • Multi-display รองรับการแสดงผลแอพตัวเดียวบนหลายจอ โดยสามารถย้าย activity จากจอหนึ่งไปยังอีกจอหนึ่งได้

รายละเอียดอ่านได้จาก Android Developers Blog หรือดูการบรรยายจากในคลิปด้านล่าง

Topics: AndroidGoogleDevelopment
Categories: IT News

ลองเล่น Facebook Dating เมื่อเนื้อคู่มาอยู่ที่ปลายนิ้ว

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 20:51

เปิดตัวในไทยไปได้ซักพักแล้วกับ Facebook Dating ฟีเจอร์ที่เรียกได้ว่าออกมาชนกับ Tinder ตรงๆ โดยเปิดในไทยเป็นประเทศแรกๆ ในโลกด้วย

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้กลับเพิ่งปรากฎให้เข้าใช้งานในวันนี้ (หลายๆ คนก็ยังไม่ได้) บนแอนดรอยด์ ขณะที่บน iOS ก็ดูเหมือนจะเริ่มได้แล้วเหมือนกัน ผมเลยเก็บข้อมูลการลงทะเบียนใช้งานฟีเจอร์ Dating ซึ่งต้องสร้างโปรไฟล์แยกขึ้นมาฝากกันครับ

ทั้งนี้เนื่องด้วยเฟซบุ๊กไม่อนุญาตให้แคปหน้าจอเมื่ออยู่ในฟีเจอร์ Dating น่าจะเพื่อความเป็นส่วนตัวของคนอื่นและป้องกันการแคปโปรไฟล์คนอื่นไปอีกทอด ภาพที่ได้เลยเป็นการถ่ายจากมือถืออีกทอด

การเข้าหน้า Dating จะลึกสักเล็กน้อย ต้องไปที่แถบสามขีดด้านขวาบนข้างการแจ้งเตือน เลื่อนลงมาเลือก See More (ดูเพิ่มเติม) แล้วถึงจะพบ Dating เป็นรูปหัวใจ

เมื่อเข้ามาเฟซบุ๊กจะแนะนำเล็กน้อยว่า Dating คือพื้นที่สำหรับค้นหาคนที่มีความชอบหรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันและยืนยันว่าโปรไฟล์ใน Dating จะเป็นโปรไฟล์แยกต่างหากจากบนเฟซบุ๊ก เพื่อนบนเฟซบุ๊กจะไม่เห็นโปรไฟล์ Dating ของเรา และคนที่จะเห็นได้คือต้องสร้างโปรไฟล์ Dating เท่านั้น

ขั้นตอนการสร้างโปรไฟล์ เฟซบุ๊กจะถามเพศเราเป็นอันดับแรก ที่มีให้เลือกคือชาย หญิง ชายข้ามเพศ หญิงข้ามเพศ หรือที่ไม่ใช่ทั้งสองเพศ ถัดมาจะให้เราเลือกเพศที่เราสนใจ ซึ่งตัวเลือกจะเหมือนกัน แต่เราสามารถเลือกได้มากกว่า 1

เมื่อเลือกเพศเสร็จแล้ว สถานที่ของ Dating เฟซบุ๊กจะอิงกับโลเคชันบนมือถือเป็นหลัก ก่อนจะให้เลือกรูปโปรไฟล์และเข้าสู่หน้าสรุปโปรไฟล์เบื้องต้น

เมื่อกดคอนเฟิร์ม เฟซบุ๊กให้เราใส่รายละเอียดอื่นๆ ในโปรไฟล์ของเรา อาทิ รูปเพิ่มเติม, แนะนำข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้น, ข้อมูลที่ทำงาน โรงเรียน ฯลฯ คล้ายๆ กับบนเฟซบุ๊ก

เมื่อสร้างเสร็จจะเข้าสู่หน้าหลักของ Dating ด้านบนจะมี 3 ตัวเลือกคือโปรไฟล์, คนที่กดสนใจ (interested) เรา (ไม่แน่ใจว่าจะเหมือน Tinder ที่ต้องต่างคนต่างสนใจตรงกัน หรือแค่อีกฝ่ายกดเราเท่านั้น), และห้องแชท ส่วนพื้นที่ด้านล่างจะเป็นโปรไฟล์คนอื่นที่เฟซบุ๊กแนะนำมาให้เรา ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีคนเล่น ผมเลยยังบอกไม่ได้ว่าเราจะกดสนใจหรือกดผ่านยังไง

ด้านขวาบนคือ Settings ที่เราสามารถปรับเพศที่สนใจ, ช่วงอายุ, สถานที่, ระยะทางในการค้นหาคู่และข้อมูลอย่างลูก, ศาสนาและส่วนสูงได้ด้วย

เมื่อเลื่อนลงมาจะพบรายการจัดการบัญชี Dating ของเรา อย่าง Privacy จะกดเข้าไปเพื่อเลือกได้ว่า ให้ Dating แนะนำเพื่อนของเพื่อนให้หรือไม่ (น่าจะเพื่อนบนเฟซบุ๊ก) และตรงนี้เฟซบุ๊กระบุว่าจะไม่แนะนำเพื่อนบนเฟซบุ๊ก รวมถึงคนที่เราบล็อกบนเฟซบุ๊ก

อีกสองฟีเจอร์สำคัญคือหนึ่ง Pause Matches ที่เอาไว้เปิดเมื่อเราเจอคนที่เราถูกใจและกำลังคุยอยู่ เพื่อไม่ให้ Dating แนะนำเราให้กับคนอื่นรวมถึงแนะนำคนอื่นให้กับเราอีกในช่วงที่เปิด และสอง Second Look สำหรับกลับไปดูคนที่เรากดผ่านอีกครั้ง เผื่อกรณีที่เราอาจเปลี่ยนใจและกลับไปกดสนใจ (interest) คนเหล่านั้น

Topics: FacebookDating
Categories: IT News

ซีอีโอ Twitter บอกเองอีกครั้ง ว่ากำลังพิจารณาเพิ่มปุ่มแก้ไขทวีต

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 19:09

Jack Dorsey ซีอีโอ Twitter ได้ขึ้นเวทีสัมมนาในงานที่อินเดีย และได้พูดถึงฟีเจอร์หนึ่งที่ผู้ใช้ Twitter เรียกร้องมากที่สุด ว่าเขากำลังศึกษาวิธีการเพิ่มปุ่มแก้ไขทวีตที่ส่งออกไปแล้วอย่างระมัดระวัง โดยเขาต้องการให้เครื่องมือนี้มีไว้สำหรับแก้ไขทวีตที่สะกดคำผิดเป็นหลัก

Dorsey บอกว่า เขามองว่าเหตุผลที่คนต้องการปุ่มแก้ไขทวีต ก็เพื่อแก้ไขคำสะกด หรือแก้ไข url ที่ไม่ถูก ซึ่ง Twitter อยากให้ฟีเจอร์นี้ทำหน้าที่นี้มากกว่าที่จะสามารถแก้ไขทวีตเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ

และก็เหมือนเคย นั่นคือ Dorsey บอกว่า Twitter แค่พิจารณาเรื่องปุ่มแก้ไขทวีต แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีออกมาให้ใช้จริงเมื่อใด เพราะอย่างน้อย เราก็ได้ยินข่าวนี้กันตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว

ที่มา: 9to5Mac

Topics: TwitterJack Dorsey
Categories: IT News

เจ้าของใหม่ Flickr ยืนยัน การเลิกพื้นที่ฟรี 1TB นั้นถูกต้องแล้ว, ถ้าแค่เก็บรูปไปใช้ Google Photos ก็ได้

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 18:50

CNET ได้สัมภาษณ์พิเศษ Don MacAskill ซีอีโอของ SmugMug ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของใหม่ของ Flickr (และเขาก็เป็นซีอีโอ Flickr ด้วย) โดยเขาตอบคำถามถึงประเด็นที่ทำให้ผู้ใช้ Flickr หลายคนไม่พอใจ จากการปรับนโยบายเลิกให้พื้นที่ฟรี 1TB รวมทั้งจำกัดไว้ 1,000 รูป และเตรียมลบรูปออกหลัง 8 มกราคม เว้นแต่เป็นภาพ Creative Common ซึ่งหลักใหญ่ก็คือ Flickr ต้องการบีบให้ผู้ใช้สมัคร Pro แบบเสียเงินปีละ 50 ดอลลาร์นั่นเอง

MacAskill ยืนยันว่าจากการประเมินข้อมูลผู้ใช้ Flickr ทั้งหมดแล้ว นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เขาเชื่อว่าผู้ใช้ Flickr จำนวนหนึ่งจะเปลี่ยนมาเสียเงินแบบ Pro และสิ่งนี้จะทำให้คุณค่าของ Flickr ในฐานะชุมชนคนถ่ายภาพแข็งแรงมากขึ้นด้วย

เขาให้ข้อมูลว่าในบรรดาผู้ใช้ Flickr กว่าร้อยล้านบัญชีนั้น มีเพียง 3% ของผู้ใช้งานฟรี ที่เก็บภาพมากกว่า 1,000 ภาพ และส่วนใหญ่ของคนกลุ่มนี้ก็ใช้วิธีเก็บภาพแบบ Private เหมือนเป็นที่แบ็กอัพรูป ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดคุณค่าแก่ชุมชน Flickr เขาเชื่อว่ากฎใหม่นี้จะทำให้คนกลุ่มนี้ย้ายออกจาก Flickr ไปใช้บริการเก็บรูปอื่นเช่น Google Photos ซึ่งเขาก็ยินดี

สุดท้าย MacAskill ให้ความเห็นเรื่องการเลิกใช้โมเดลหารายได้จากโฆษณา (ซึ่ง Flickr เคยใช้กับกลุ่มฟรี) ว่าแนวคิดใช้ฟรีติดโฆษณา อาจได้ผลดีกับกูเกิลหรือ Instagram แต่ถ้าเราโฟกัสที่การสนับสนุนชุมชนช่างภาพมืออาชีพแล้ว วิธีการเสียเงินนั้นเหมาะสมมากกว่า

ที่มา: CNET

Topics: FlickrSmugMug
Categories: IT News

ผลสำรวจชี้ คนอเมริกันเชื่อถือ Facebook เรื่องความปลอดภัยน้อยลงมาก เพียง 22% เท่านั้น

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 17:31

จากข่าวฉาวข้อมูลหลุด Facebook ส่งผลให้คนเชื่อถือ Facebook ในแง่ความปลอดภัยน้อยลง ตัวเลขผู้ใช้งานก็ลดลงเช่นกัน ล่าสุดมีตัวเลขมายืนยันข้อเท็จจริงเรื่องความเชื่อถือที่คนอเมริกันมีต่อ Facebook มีเพียง 22% เท่านั้นที่ยังรู้สึกไว้ใจเรื่องความปลอดภัย

Fortune ทำการสำรวจความเห็นชาวอเมริกัน 2,000 คน สอบถามถึงความเห็นที่มีต่อบริษัทไอทีแต่ละแบรนด์ ไม่ใช่เฉพาะ Facebook เมื่อดูเฉพาะหัวข้อความเชื่อถือเรื่องความปลอดภัยของการรักษาข้อมุลส่วนบุคคลที่มีต่อแบรนด์ Facebook มีคนเชื่อถือเพียง 22% ส่วน Amazon (49%), Google (41%), Microsoft (40%) และ Apple (39%)

ผู้อ่านสามารถย้อนอ่านข่าวฉาวข้อมูลหลุดของ Facebook ได้
- [สรุปประเด็นฉาว Facebook กับ Cambridge Analytica กรณีข้อมูลผู้ใช้หลุด(https://www.blognone.com/node/100842)
- ข่าวปลอม รัสเซียแทรกแซง

ที่มา - Fortune

Topics: FacebookUSAPrivacy
Categories: IT News

รีวิว ASUS ROG Phone สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง มี X Mode แถมพัดลมระบายความร้อนแบบพกพา

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 16:58

ในปีนี้เราได้เห็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งทยอยออกมาให้เห็นกันหลายรุ่น หนึ่งในนั้น คือ ASUS ที่ออก ROG Phone พร้อมสเปกที่เน้นการเล่นเกมโดยเฉพาะ แต่นอกเหนือจากตัวเครื่องแล้ว ASUS ยังมากับอุปกรณ์เสริมหลากหลายแบบที่เปิดตัวไปเมื่องาน Computex 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่อยู่กับผู้เขียนในวันนี้เรียกว่า Aero Active Coole พัดลมระบายความร้อนแบบพกพา เอาใจเหล่าเกมเมอร์ที่ต้องการเล่นเกมนานๆ และมีตัวช่วยทำให้ตัวเครื่องไม่ร้อนในระหว่างเล่น

สเปก ASUS ROG Phone ประกอบไปด้วย

  • จอ AMOLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล, อัตรารีเฟรชเรทหน้าจอ 90Hz, รองรับ HDR, กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 6
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย ROG UI
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 845, จีพียู Adreno 630
  • แรม 8GB
  • กล้องหลังคู่ 12MP + 8MP, รูรับแสง f/1.8, มีเลนส์มุมกว้าง ถ่ายภาพได้กว้าง 120 องศา, แฟลช LED, กันสั่น OIS แบบ 4 แกน บันทึกวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K
  • กล้องหน้า 8MP, รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม
  • พอร์ท USB Type-C, มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh

ตัวเครื่อง

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แต่ ROG Phone ก็ไม่ได้หนาและหนักเกินไป ขนาดถือว่ากำลังพอดีมือ สามารถหยิบจับได้ค่อนข้างดี ใครที่ชอบสมาร์ทโฟนจอใหญ่อยู่ด้วยแล้ว หน้าจอ AMOLED ที่ให้สีสันของการแสดงผลที่สดใส สู้แสงได้ดี และขนาด 6 นิ้ว น่าจะเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้หลายคนชื่นชอบสำหรับเล่นเกมหรือดูหนังได้ไม่ยาก

นอกจากเรื่องจอแสดงผลแล้ว ตัวเครื่องด้านหน้ายังมีช่องลำโพงอยู่ขอบบนและขอบล่าง ขับเสียงออกมาได้ดีและให้ระดับเสียงที่ดังพอสมควร

ตัวเครื่องด้านหลังใช้โลหะเป็นวัสดุหลักที่มีความมันวาว มีโอกาสเปื้อนรอยนิ้วมือในระหว่างหยิบจับได้ง่าย มีช่องระบายความร้อนอยู่ทางด้านขวา และโลโก้ ASUS ROG ที่สามารถเรืองแสงเป็นสีต่างๆ ได้ตามที่เราตั้งค่าเอง

ขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB Type-C และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

ตัวเครื่องฝั่งซ้ายเป็นถาดซิมใส่ได้ 2 ซิม เมื่อขยับลงมาเล็กน้อยจะเป็น USB Type-C เพิ่มเข้ามาอีกสองช่อง เป็นพอร์ทพิเศษสำหรับต่อกับอุปกรณ์เสริมโดยเฉพาะ หรือใช้ต่อสายชาร์จหรือสายหูฟังประเภท USB Type-C ก็ได้ ไม่เกะกะในกรณีถือเครื่องเล่นเกมในแนวนอน พร้อมต่อสายชาร์จหรือหูฟังพร้อมกันไปด้วย

ส่วนตัวเครื่องฝั่งขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ และยังมาพร้อมฟีเจอร์ AirTriggers เป็นเซ็นเซอร์ Ultrasonic ใช้งานเสมือนปุ่ม L1/R1 บนจอยสติ๊ก

การใช้งาน

นอกจากตัวเครื่องที่ให้ความรู้ถึกทนแล้ว ROG Phone ยังมีจุดเด่นด้วย X Mode ฟีเจอร์เร่งประสิทธิภาพการประมวลผลและโอเวอร์คล็อกจีพียูให้ขึ้นมาสูงสุด 2.96GHz ขณะเดียวกันยังมาพร้อม Game Center แอพที่ให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าต่างๆ ของ ROG Phone ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับระดับความเร็วของพัดลม, ไฟ RGB ที่โลโก้ด้านหลังเครื่อง ซึ่งเราสามารถกำหนดให้เป็นสีตามที่เราชอบได้ หรือจะกำหนดให้เปลี่ยนสีสลับกันไปก็ได้เช่นกัน

ซึ่งผู้เขียนได้ทดลองใช้เล่นประมาณ 3 เกม ได้แก่ Asphalt 9, PUBG และ RoV อย่างเกม Asphalt 9 รู้สึกได้ถึงความลื่นไหล การควบคุมทิศทางสามารตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่เกมยอดฮิตอย่าง PUBG ผู้เขียนปรับระดับกราฟิกที่คุณภาพสูงสุดที่ HDR HD พร้อมตั้งค่าเฟรมเรทในระดับ Ultra ก็พบว่าการควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นอย่างลื่นไหลเช่นกัน ไม่มีอาการสะดุดให้เห็น นอกจากนี้การมีฟีเจอร์ AirTriggers ให้ใช้งานเสมือนปุ่ม L1/R1 บนจอยสติ๊ก สามารถกำหนดให้ทั้งสองปุ่มเป็นปุ่มเสริมในระหว่างเล่น ไม่ต้องใช้ปุ่มบนหน้าจอเพียงอย่างเดียวได้

อีกหนึ่งเกมอย่าง RoV ก็รู้สึกถึงความลื่นไม่แพ้สองเกมเมื่อสักครู่ และสีสันการแสดงผลที่ให้ความคมชัด

หนึ่งเรื่องที่ต้องพูดถึง คือ เรื่องของการระบายความร้อน เนื่องจากการเล่นเกมเป็นเวลานานๆ คงเลี่ยงไม่ได้ที่ตัวเครื่องจะเกิดความร้อนเพิ่มสูงขึ้น โดยใน ROG Phone มาพร้อมระบบระบายความร้อนที่เรียกว่า 3D Vapor-Chamber Cooling โดยจากที่ผู้เขียนสังเกตผ่านแอพ CPU Z พบว่าอุณหภูมิในระหว่างใช้งานปกติจะอยู่ประมาณ 36 องศา

หากเล่นเกมเป็นเวลาต่อเนื่องราวๆ 30 นาที อุณหภูมิตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาที่ 43 องศา และสัมผัสได้ถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้นเมื่อแตะที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

อุปกรณ์เสริม Aero Active Coole

อย่างไรก็ตามด้วยความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในขณะเล่นเกม หากผู้ใช้มีความกังวลถึงปัญหาที่เพราะเครื่องร้อน ทาง ASUS จึงมีอุปกรณ์พิเศษแถมมาตั้งแต่ในกล่อง เรียกว่า Aero Active Coole เป็นพัดลมระบายความร้อนแบบพกพา เชื่อมต่อผ่านพอร์ท USB Type-C สองช่องที่ข้างตัวเครื่อง ไม่รบกวนขณะถือเล่นเกมในแนวนอน โดยตัวพัดลมค่อนข้างพัดแรงพอสมควร หากแนบหูใกล้ๆ จะได้ยินเสียงชัดเจน

แต่ประโยชน์ของ Aero Active Coole นับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการลดความร้อนจากตัวเครื่องในเวลาเราใช้เล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ สามารถลดอุณหภูมิจาก 43 องศา ลงมาที่ 39 องศาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

นอกจากนี้ด้านล่างของ Aero Active Coole ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C ให้ด้วย

แบตเตอรี่

ROG Phone มากับแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh สามารถเล่นเกมต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง หากรวมใช้งานทั่วไปด้วยแล้วก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่แบตเตอรี่ภายในหนึ่งวัน อย่างไรก็ดีตัวเครื่องยังมากับเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่เรียกว่า HyperCharge ชาร์จถึง 60% ใน 33 นาที

สรุป

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ASUS ROG Phone เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบเพื่อเอาใจคนเล่นเกมเป็นอย่างยิ่ง ตัวเครื่องไม่หนักหรือหนาเกินไป สามาถหยิบถือได้สะดวก การมีซอฟต์แวร์ทั้ง X Mode และ Game Center ถือเป็นตัวช่วยในการปรับจูนการประมวลผลต่างๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเล่นเกมให้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้นจากปกติ แถมการมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Aero Active Coole ที่ไม่ต้องซื้อแยก เป็นอีกตัวช่วยที่ลดความร้อนในระหว่างการเล่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ASUS ROG Phone จะเริ่มวางขายวันที่ 23 พ.ย.นี้ ในรุ่นแรม 8GB ความจุ 128GB ราคา 29,990 บาท ส่วนรุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคา 34,990 บาท จะวางขายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ พร้อมแถม Aero Active Cooler อุปกรณ์เสริมที่ช่วยระบายความร้อนให้ในกล่องทั้ง 2 รุ่น

Topics: ROGASUSMobile
Categories: IT News

SoftBank Corp. เตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้น ด้วยมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ร่วม 7 แสนล้านบาท

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 16:54

กลุ่ม SoftBank เตรียมนำส่วนธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่ให้บริการในประเทศญี่ปุ่น (ชื่อ SoftBank Corp.) ไอพีโอเข้าตลาดหุ้นโตเกียว โดยหุ้นจะเริ่มซื้อขายในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ และถือเป็นไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น

โดย SoftBank Corp. จะขายหุ้นเพิ่มทุน 1,600 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1,500 เยน รวมเพิ่มทุน 2.4 ล้านล้านเยน (2.1 หมื่นล้านดอลลาร์, 7 แสนล้านบาท) คิดเป็นเงินไอพีโอสูงสุดนับตั้งแต่หุ้น Nippon Telegraph & Telephone เมื่อปี 1987

SoftBank มีชื่อเสียงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในฐานะนักลงทุนรายสำคัญ ทั้งในบริษัทและสตาร์ทอัพขนาดใหญ่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Uber และ Alibaba ก็มี SoftBank เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยส่วนหนึ่งของเงินเพิ่มทุนใน SoftBank Corp. นี้ ก็จะนำไปใช้ในการลงทุนบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกเพิ่มเติมด้วย

ที่มา: Reuters

Topics: SoftBankIPO
Categories: IT News

YouTube ประเทศไทยเปิดตัว Pop-up Space ครั้งที่ 4 ณ โครงการช่างชุ่ยอย่างเป็นทางการ

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 16:01

ตามที่ได้ประกาศในงาน Google for Thailand ว่าจะมีการเปิดตัว YouTube Pop-up Space ครั้งที่ 4 ในประเทศไทย ล่าสุด YouTube ประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการนี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อย ครั้งนี้จัดขึ้นที่โครงการช่างชุ่ย ตั้งแต่วันที่ 12-17 พฤศจิกายน

คุณมุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทย ได้เผยถึงจุดประสงค์ของ Pop-up Space ในครั้งนี่ว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ของไทยได้เรียนรู้การผลิตวิดีโอ ทำความรู้จักครีเอเตอร์คนอื่นๆ และมีสตูดิโอพร้อมเครื่องมือการถ่ายทำให้ใช้ถ่ายงานได้จริง ซึ่งใน 1 สัปดาห์นี้ YouTube Pop-up Space มีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ครีเอเตอร์ของไทยที่ได้เข้าร่วมงานเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันได้แก่


คุณมุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทย

YouTube Pop-up Space Bangkok เปิดห้องเรียนสอนการถ่ายวิดีโออย่างมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญ มีสตูดิโอและอุปกรณ์ต่างๆ เปิดให้ใช้งานได้ฟรี จัดพื้นที่ส่วนกลางและห้องประชุมต่างๆ รวมไปถึงมีเวิร์คช็อปและกิจกรรมสำหรับครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ร่วมกัน ครั้งนี้มีสตูดิโอจัดไว้ให้ในธีมงานวัด

NextUp Thailand 2018 โครงการพัฒนาและส่งเสริมให้ครีเอเตอร์บน YouTube ที่โดดเด่นก้าวกระโดดมากขึ้น โดยคัดเลือกครีเอเตอร์จากทั่วประเทศจนเหลือ 12 ช่องที่ผ่านเข้ารอบและจะเข้าฝึกอบรม 5 วันกับทีมงานของ YouTube รวมถึงมีเงินทุนสนับสนุนให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้ สุดท้ายจะเข้าสู่การเป็น Creator Development Program อีกด้วย

YouTube Creators for Change Regional Summit จัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน เป็น summit ที่เชิญครีเอเตอร์จากทั่วภูมิภาคแชร์ไอเดียและสร้างผลงานบน YouTube เพื่อพัฒนาสังคมในปัจจุบัน มุ่งเน้นเนื้อหาที่แก้ไขปัญหาของความอคติโดยไม่รู้ตัว ความเกลียดชังและการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์

Music Sessions YouTube ประเทศไทยเล็งเห็นว่าเนื้อหาด้านดนตรีในประเทศไทยเติบโตสูงมาก จึงจัดโปรแกรมเพื่อสนับสนุนครีเอเตอร์สายศิลปินที่โดดเด่น เข้าร่วมการอบรมและผลิตผลงานถ่ายทำมิวสิควิดีโอและบันทึกเสียงกับทีมงานมืออาชีพ ครั้งนี้คัดเลือกครีเอเตอร์ศิลปิน 9 รายมาอบรมและเข้าร่วมโครงการนี้ 2 วันและจะปล่อยมิวสิควิดีโอของพวกเค้าในช่วงเดือนธันวาคม

ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมที่อัดแน่นตลอด 6 วันภายในโครงการ YouTube Pop-up Space ที่ประเทศไทย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของงานรวมถึงกิจกรรมล่าสุดได้ทางแฮชแท็ก #youtubespacebkk บนโซเชียวเน็ตเวิร์คทุกช่องทาง และเรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ YouTube Space ได้ที่ youtube.com/space

ที่มา - งานเปิดตัว YouTube Space Bangkok

Topics: YouTubeThailandGoogle
Categories: IT News

iPad Pro รุ่นใหม่ เปิดให้จองแล้ว สินค้าส่งมอบศุกร์ 16 พ.ย. นี้ ตอนนี้มีเฉพาะรุ่น Wi-Fi

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 15:08

น่าจะเป็นสินค้าแอปเปิลที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้ที่หลายคนรอคอย โดย iPad Pro รุ่นใหม่ปี 2018 ได้เริ่มเปิดให้สั่งจองสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ Apple Online Store แล้วในวันนี้ โดยสินค้ามีกำหนดเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป หรือสามารถเลือกรับสินค้าได้ที่ Apple Store สาขา Iconsiam

iPad Pro มีให้เลือกสองขนาดหน้าจอคือ 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว ความจุเริ่มต้นตั้งแต่ 64GB ไปจนถึงสูงสุด 1TB ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28,900 สำหรับจอ 11 นิ้ว และ 35,900 บาท สำหรับจอ 12.9 นิ้ว

ทั้งนี้ในเว็บ Apple Online Store จะมีตัวเลือกให้สั่งซื้อเฉพาะ iPad Pro รุ่น Wi-Fi เท่านั้น ส่วนรุ่น Wi-Fi + Cellular ยังไม่มีจำหน่าย

สำหรับราคาอุปกรณ์เสริมนั้น Apple Pencil รุ่นที่ 2 ราคา 4,490 บาท และ Smart Keyboard Folio เริ่มต้น 6,490 บาท

ที่มา: แอปเปิล

Topics: iPad ProAppleApple Online Store
Categories: IT News

LinkedIn ทดลองใช้ฟีเจอร์อีเวนท์ หน้าตาและการใช้งานคล้ายอีเวนท์ใน Facebook

Blognone - Mon, 12/11/2018 - 15:01

LinkedIn เตรียมเข้าสู่ตลาดอีเวนท์กับเขาบ้าง จากปกติที่เป็นแพลตฟอร์มไว้โฆษณาผลงานของตัวเอง LinkedIn ทดลองใช้ฟีเจอร์อีเวนท์ มีหน้าตาและการใช้งานคล้าย Facebook คือมีการแสดงรายละเอียดงานอีเวนท์บนฟีด เชิญคนอื่นมาเข้าร่วม เห็นว่ามีสมาชิกคนไหนที่รู้จักเข้าร่วมอีเวนท์บ้าง ผู้สร้างอีเวนท์ยังจะสามารถสร้างอีเวนท์เฉพาะกลุ่มได้ด้วย

การทดลองใช้ฟีเจอร์นี้ยังอยู่เฉพาะผู้ใช้งานบางกลุ่มในนิวยอร์กและซานฟรานซิสโกเท่านั้นในตอนนี้ ปัจจุบัน LinkedIn มีผู้ใช้งานราว 580 ล้านราย และมี LinkedIn Learning ที่เปิดตัวในปี 2016 ขยายตัวมายังธุรกิจด้าน e-learning มีคอร์สพัฒนาทักษะงาน ปัจจุบันมีคอร์สกว่า 13,000 คอร์สแล้ว


ภาพจาก LinkedIn

ที่มา - Venture Beat

Topics: LinkedInEvent
Categories: IT News

เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุ ช่วงเวลา "เห่อแบบบ้าระห่ำ" คริปโตได้ผ่านไปแล้ว, การกำกับดูแลยังเป็นเรื่องท้าทาย ที่ต้องทั้งกำกับและสนับสนุน

Blognone - Fri, 09/11/2018 - 19:49

ที่งาน Fintech Challenge 2018 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ขึ้นกล่าวเปิดงาน โดยพูดถึงตลาด ICO และเงินคริปโต ว่าได้ผ่านจุดที่ "เห่อแบบบ้าระห่ำ" ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นไปตามกระบวนการที่ตลาดจะพัฒนาไป

คุณรพีระบุว่าอีกมุมมองสุดโต่งสองด้าน ที่ด้านหนึ่งต่อต้านว่าสินทรัพย์คริปโต ว่าเป็นแหล่งการโกง น่าเกลียดน่ากลัว กับอีกด้านที่คิดว่ามันจะมาแทนที่ตลาดไปทั้งหมด นั้นหายไปเยอะแล้ว และเข้ามาอยู่ตรงกลางมากขึ้น โดยเป็นวิวัฒนาการของตัวตลาดเอง ขณะที่ตลาดก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก

ในแง่ของการกำกับดูแล เขาระบุว่าก.ล.ต. เป็นประเทศแรกของโลกที่ได้รับหน้าที่ให้กำกับดูแลในส่วนนี้ ที่ต้องสร้างสมดุลให้ทั้งการกำกับดูแลและการสนับสนุน

ที่มา - คำกล่าวเปิดงาน Fintech Challenge 2018 (บทถอดเทปอยู่ท้ายข่าว)

งาน FinTech Challenge ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เพื่อกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านต่างๆ ทั้งการสร้างโชว์เคสสำหรับคนที่เราคิดว่าจะสามารถทำธุรกิจหรือมีไอเดีย ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรากำลังอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ภายใน ก.ล.ต.เอง เราเชื่อว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจเท่านั้นที่เราจะเปลี่ยนแปลงไปแบบคาดไม่ถึง สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปมาก คือ การใช้ชีวิตของคนเรา ซึ่งถ้าถามว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากอะไร แน่นอนว่า เทคโนโลยีมาแล้ว เราจะได้เห็นเทคโนโลยีรูปแบบต่างๆเข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของเรา และเป็นตัวที่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนได้สูงมาก จากโฆษณาบนรถไฟฟ้า เว็บไซต์หนึ่งทำให้คนสามารถเลือกโรงแรม ร้านอาหารได้ในราคาที่ถูกและถูกใจตัวเอง ในโฆษณายังบอกด้วยว่า คนกว่า 10 ล้านคนที่สามารถเข้าถึงรายการนั้น ๆ จึงเป็นคำถามว่าเมื่อไหร่ที่เทคโนโลยีนี้จะนำพาไปสู่การเปิดตลาดทุน เพราะตลาดทุนบ้านเรานั้นมีขนาดใหญ่มาก มี Market Cap 110% ของ GDP มูลค่าซื้อขายบางวันวิ่งไปถึง 6-7 หมื่น หรืออาจถึงแสนล้านบาทได้ แต่หากดูภาพจริงแล้วคนไทยเข้าถึงตลาดทุนน้อยมาก ถ้าดูแค่จำนวนคนจริงๆ ไม่ได้ดูแค่บัญชี คนที่ใช้งานตลาดทุนให้เป็นประโยชย์มีแค่ 3-4 ล้านคนเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับประเทศที่มีประชาชนถึง 60 กว่าล้านคน เราเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นอะไรที่สามารถช่วยเปิดศักราชของการลงทุนให้เข้าถึงประชาชนได้ และไม่ใช่มีความสำคัญแค่ตลาดทุนเท่านั้น แต่เป็นสำคัญต่อประเทศของเรา หากประชาชนมีความรู้ในการบริหารการลงทุนของตัวเองได้ สร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะทำให้ทุกคนเกิดอิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom) ใช้ตลาดทุนสร้างความมั่งคั่งของประเทศ ไม่ต้องพึ่งพากราฟอื่นๆ สร้างคุณภาพชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ในบั้นปลาย นี่จึงถือเป็นโจทย์ที่สำคัญ

เช้านี้เราจะได้ฟังว่าแนวร่วมต่าง ๆ ว่ามองเรื่องนี้เป็นยังไง แม้กระทั่งคนเข้าประกวด ในส่วนนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าคนที่มีไอเดียพัฒนาโครงการเหล่านี้ สามารถที่จะวิเคราะห์ pain point ของผู้ใช้ได้จริงรึเปล่า และเมื่อแก้จุดนั้นสามารถที่จะทำให้คนติดใจกับระบบที่เขาพัฒนาขึ้นมาแล้วก็จะใช้แก้ปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้จริงหรือไม่ ซึ่งถ้าทำได้ อาจจะไม่ใช่คนเพียง 10 ล้านคนอย่างที่เห็นในโฆษณา อาจจะมีคนเข้าถึงได้มากกว่า

อีกด้านหนึ่งก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตลาดของ ICO ซึ่งผมคิดว่าเราเพิ่งห่างจากจุดที่เราเรียกว่า การเห่อแบบบ้าระห่ำ เราผ่านจุดที่เรียกว่า ถ้าผ่านป้าย ICO คริปโตเคอร์เรนซี่ไป ก็จะมีคนเฮเข้าไปโดยที่ไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งจุดนั้นเราได้ผ่านมันมาแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการการตลาดจะต้องมีการพัฒนา เราได้เห็นพัฒนาการทางด้านนี้ เห็นมุมมองของคนในแต่ละด้านจากการที่ยืนกันคนละจุด มีการแบ่งแยกชัดเจนยิ่งไปกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเสียอีก ขณะที่บางรัฐมองว่าคริปโตเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเกลียดน่ากลัว ไม่น่าสนับสนุน เป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยการโกง กับอีกด้านหนึ่งคนที่มองแบบสุดโต่งว่า คริปโตจะเป็นอะไรที่เข้ามาโอเวอร์เทคตลาด Positional ทั้งหมด และในที่สุดตลาดนี้ก็ไม่สามารถจะอยู่ได้ ถือว่าทั้งสองมุมมองนี้หายไปค่อนข้างเยอะแล้วก็เข้ามาอยู่ตรงกลางมากขึ้น ในการที่ทั้งสองข้างเดินเข้ามาหาตรงกลางมากขึ้นเป็นเพราะคิดเปลี่ยนความคิดรึเปล่า ก็อาจจะไม่เชิง อาจจะเห็นว่าจริงๆ แล้วเป็นวิวัฒนาการของตัวตลาดเอง ทั้งในด้านผู้เล่นและผู้ประกอบการ รวมไปถึงผู้ลงทุนในสิ่งพวกนี้ที่มองเห็นว่าการเก็งกำไรหรือการลงทุนแบบบ้าระห่ำโดยที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจ เป็นอะไรที่ไม่สามารถจะสร้างความยืดหยุ่นให้กับเราได้ ตลาดพวกนี้เริ่มจากขนาดกลาง เด็กเข้าสู่วัยรุ่นและก็อาจจะก้าวกระโดดไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่มีเวลาเพียงแค่สั้นๆ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้ตลาดยั่งยืนแล้วก็เสริมกับองค์ประกอบในอนาคต เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วตลาดตรงนี้เป็นตลาดที่จะต้องเรียนรู้อีกเยอะมาก ทั้งในด้านผู้ประกอบการ ผู้ลงทุน แล้วก็คนที่มีส่วนร่วม แน่นอนที่สุดผมคิดว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงก็คือคนที่ทำหน้าที่ ติวเตอร์ เราเองก็ฝึกหัดเข้ามาให้จำกัดดูแลในส่วนของตลาดนี้ ก็จำเป็นมาที่จะปรับปรุงค่อนข้างเยอะ การปรับตัวไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความรู้ลึก ต้องมี Mindset ในเรื่องของมุมมอง ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดมันจะนำความเปลี่ยนแปลงขอบเขตของผู้ร่วมอย่างไร ทั้งพฤติกรรมของผู้ลงทุน ผู้ประกอบการ คนที่เข้ามาเล่นใหม่ พวกนี้เป็นเรื่องในส่วนของ mindset ที่สำคัญมาก การที่เราต้องกำกับดูแลในสิ่งที่เป็น precision space เป็นเรื่องที่เราจะต้องคิดว่ามุ่งไปข้างหน้ามากน้อยแค่ไหน และเป็นเรื่องที่ Challenging มาก สำหรับร่างติวเตอร์ของเรา เพราะเป็นเรื่องใหม่ และเราเป็น กลต. ประเทศแรกของโลกเสียด้วยซ้ำ ที่ได้รับบทบาทหน้าที่ให้เข้ากำกับดูแลในส่วนนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังไม่กล้าทำ แต่ของเราไม่ได้ prospect เพราะเป็นหน้าที่เราที่ต้องก้าวเข้ามา และดำเนินการภายใต้บทบาทภาระหน้าที่ ซึ่งก็มีทั้ง 2 ด้านคือด้านกิจการกำกับ และสนับสนุน ความยากก็คือการต้องบาลานซ์ทั้ง 2 ด้าน รวมทั้งทำอย่างไร ที่จะต้องมีเครื่องมือต่างๆ ในที่จะพัฒนาให้ตลาด success ได้ เรื่องการสร้าง education และการสร้าง awareness เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่เราจะต้องมี insight และก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง

Topics: Thai SECThailandCryptocurrency
Categories: IT News

Google เผย Dark Mode ช่วยประหยัดแบตได้สูงสุดราว 60%, ขอโทษที่ผลักดันแอปสีขาว

Blognone - Fri, 09/11/2018 - 19:29

ในงาน Android Developer Summit ที่กำลังจัดขึ้น Google ได้พูดถึงประโยชน์ของ Dark Mode หรือ Dark Theme ในแอปที่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ลงได้มากถึง 60% พร้อมยอมรับความผิดพลาดที่ผ่านมา ที่ผลักดันการดีไซน์แอปที่เน้นสีขาวเป็นหลัก

ตัวอย่างที่ Google ยกมาคือการเล่น YouTube บน Pixel (หน้าจอ AMOLED) ที่ความสว่าง 50% ในโหมดปกติ (สีขาว) จะใช้พลังงานไฟฟ้า 193mA ส่วนใน Dark Mode ใช้พลังงานที่ 185mA (ลดลง 4%) แต่เมื่อเปิดความสว่างสุด โหมดปกติจะกินพลังงานที่ 343mA ขณะที่ Dark Mode กินพลังงานแค่ 197mA (ลดลง 43%) หรือใน Google Maps ที่ความสว่างสุด โหมดปกติกินพลังงาน 250mA ส่วน Night Mode กินพลังงานแค่ 92mA น้อยลงถึง 63%

ปัจจัยสำคัญก็คือแพแนลของ OLED ที่ไม่มีการปล่อยแสงออกมาเมื่อแสดงผลสีดำ ทำให้ใน Dark Mode ตัวหน้าจอกินพลังงานลดลง รวมถึงน้อยกว่าหน้าจอ LCD ใน iPhone 7 ที่เม็ดพิกเซลยังต้องแสดงผลสีดำ และถูกยกขึ้นมาเทียบว่ากินพลังงานแทบไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะโหมดปกติหรือ Dark Mode

แน่นอน Google ยอมรับผิดในเรื่องนี้หลังไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ผลักดันแนวทางการออกแบบที่เน้นสีขาวเป็นหลัก นับตั้งแต่การเปิดตัว Material Design จึงเป็นไปได้ว่า Google น่าจะทยอยออก Dark Mode ให้กับแอปของตัวเองมากขึ้น รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการออกแบบแอปในอนาคตด้วย

ที่มา - SlashGear, 9to5Google

Topics: GoogleMobile App
Categories: IT News

Google เผยมีผู้ใช้ Files Go ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคนต่อเดือน, รีแบรนด์เหลือแค่ Files

Blognone - Fri, 09/11/2018 - 19:14

หลังเปิดตัว Files Go แอปจัดการไฟล์และขยะในเครื่องแอนดรอยด์เมื่อปลายปีที่แล้ว Google ระบุว่าแอปได้รับความนิยมสูง จนมีผู้ใช้เฉลี่ยราว 30 ล้านคนต่อเดือน

ตัวแอปตั้งเป้าเอาไว้สำหรับกลุ่มสมาร์ทโฟน Android Go ที่มีพื้นที่ความจุน้อย ทว่ากลับได้รับความนิยมอย่างมากในทุกกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน ทำให้ Google รีแบรนด์ Files Go เหลือแค่ Files by Google เท่านั้น พร้อมอัพเดตดีไซน์ใหม่มาใช้ Material Theme ตามแอป Google อื่นๆ ให้ดูใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนความสามารถทุกอย่างยังเหมือนเดิม

ที่มา - Google

Topics: GoogleAndroid
Categories: IT News

ASUS เปิดราคา ROG Phone เริ่ม 29,900 พร้อมแถม Aero Active Cooler

Blognone - Fri, 09/11/2018 - 17:39

หลังเปิดตัวไปในงาน Computex เมื่อกลางปีที่ผ่านมา วันนี้ ASUS ประเทศไทยก็ได้ฤกษ์เปิดตัว ROG Phone สมาร์ทโฟนเกมมิ่งรุ่นแรกของบริษัทในไทยแล้ว

ในส่วนของสเปคสามารถอ่านได้จากข่าวเปิดตัว ที่น่าสนใจคือซอฟต์แวร์ เพราะ ROG Phone มาพร้อมกับซอฟต์แวร์เสริมสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ อาทิ X Mode ที่จะปรับคล๊อกสปีดของชิปเซ็ตให้แรงขึ้นที่ 2.96GHz และ Genie Gaming ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มมาโครต่างๆ ได้อิสระ รวมถึงเวลาเล่นกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ

สามารถอ่านบทความทดลองจับได้ที่นี่ ส่วนรีวิวจะมาเร็วๆ นี้

ROG Phone รุ่นแรม 8GB ความจุ 128GB ราคาอยู่ที่ 29,990 บาท ส่วนรุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคาอยู่ที่ 34,990 บาท พร้อมแถม Aero Active Cooler อุปกรณ์เสริมที่ช่วยระบายความร้อนให้ในกล่องทั้ง 2 รุ่น เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้ผ่านทาง Shopee และจะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 พ.ย. และ 1 ธ.ค. ตามลำดับ แต่สามารถไปทดลองเล่นได้แล้วตามตัวแทนจำหน่าย อาทิ IT City, JIB และ Advice

ทั้งนี้สำหรับคนที่สั่งพรีออเดอร์รุ่นความจุ 512GB จำนวน 60 คนแรกจะได้รับฟรี GameVice มูลค่า 3,290 บาท ฟรี พร้อม Shopee Coins 500 บาท

สุดท้ายอุปกรณ์เสริมที่ขายแยกก็มี GameVice และ Professional Dock มูลค่า 3,290 บาท วางจำหน่ายเดือนธันวาคมนี้ หรือจะซื้ออุปกรณ์เสริมยกเซ็ตไปทั้งหมด พร้อมกระเป๋าเดินทางลาย ROG ก็ขายมัดแพ็คที่ราคา 32,990 บาทผ่านทาง Shopee ในเดือนธันวาคมเช่นกัน

ดูรายละเอียดของอุปกรณ์เสริมทั้งหมดได้จากบทความลองจับ

กล่องใส่ ROG Phone

Aero Active Cooler

GameVice

ASUS Professional Dock

Topics: ROGASUSMobile
Categories: IT News

โบสถ์ซาตานฟ้อง Netflix และ Warner. Bros เพราะนำรูปปั้นปีศาจบาโฟเมตไปใช้ในเรื่อง Sabrina

Blognone - Fri, 09/11/2018 - 17:36

โบสถ์ซาตานหรือ The Satanic Temple (TST) ฟ้อง Netflix และ Warner. Bros ผู้ผลิต เป็นเงิน 150 ล้านดอลลาร์ ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ใช้รูปปั้นปีศาจหัวแพะหรือบาโฟเมตที่มีลักษณะเหมือนกับรูปปั้นบาโฟเมตของจริงที่โบสถ์ซาตานในดีทรอยท์ในซีรีส์เรื่อง Chilling Adventures of Sabrina

ทางโบสถ์ยังบอกอีกด้วยว่า ในซีรีส์ Sabrina มีตัวละครที่บูชา "ลอร์ดมืด" หรือซาตาน และมีส่วนร่วมในลัทธิบางอย่างที่กินมนุษย์เป็นอาหาร การฆาตกรรมและความโหดร้ายต่างๆ แต่แนวคิดของโบสถ์ซาตานไม่ได้พูดว่าซาตานเป็นมารหรือสิ่งชั่วร้าย แต่เป็นกบฏต่ออำนาจของพระเจ้า มากกว่าจะเป็นความชั่วร้าย

For purposes of comparison... pic.twitter.com/AZJvmq1Cks

— Lucien Greaves (@LucienGreaves) October 30, 2018

ที่มา - CNBC

Topics: NetflixWarner Bros.
Categories: IT News
Syndicate content