IT News

กล้องวงจรปิดกว่า 60 ตัวในญี่ปุ่นถูกแฮกเกอร์เข้าถึงเพราะไม่เปลี่ยนรหัสผ่าน

Blognone - Mon, 07/05/2018 - 15:52

แฮกเกอร์จำนวนหนึ่งสามารถเข้าถึงระบบกล้องวงจรปิดกว่า 60 ตัวที่ผลิตโดย Canon Inc. ซึ่งถูกติดตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น โดยกล้องทั้งหมดมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อการดูภาพจากระยะไกล

รายงานข่าวระบุว่าภาพจากกล้องบางส่วนจะปรากฏข้อความที่แฮกเกอร์ทิ้งไว้ว่า "I’m Hacked. bye2." อยู่ด้วย

หลังเกิดเหตุ เมืองยะชิโยะในจังหวัดชิบะ และเมืองอะเงะโอะในจังหวัดไซตะมะ ซึ่งสูญเสียการควบคุมกล้องวงจรปิดในพื้นที่คลองส่งน้ำ ต่างก็ออกมายอมรับว่าพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านของกล้องวงจรปิด แต่ใช้ค่าเดิมที่ตั้งมาจากโรงงาน ซึ่งหลังจากตรวจพบความผิดปกติจึงได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านและตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวมถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

ส่วนทางด้าน Canon ได้ออกมาแนะนำผ่านทางเว็บไซต์ว่าผู้ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมดควรทำการเปลี่ยนรหัสผ่านเสียใหม่

นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับกล้องวงจรปิดในอีกหลายพื้นที่ เช่น ตลาดปลาในจังหวัดฮิโระชิมะ ศูนย์ดูแลผู้พิการในจังหวัดเฮียวโงะ และบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดโอกินาวะ

ที่มา - Japan Times


ภาพจาก Shutterstock โดย Vasin Lee

Topics: JapanSecurity
Categories: IT News

จีนเพิ่มหลักสูตร AI สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาแล้ว เพื่อผลิตบุคลากรรองรับ ไม่ต้องรอถึงมหาวิทยาลัย

Blognone - Mon, 07/05/2018 - 15:48

คนที่ติดตามเรื่อง AI คงทราบว่าปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของวงการนี้ในโลกคือการขาดแคลนบุคลากร ล่าสุดจีนมีแผนแก้ปัญหานี้ที่จริงจังขึ้นอีก โดยนำหลักสูตร AI มาใส่เป็นวิชาหนึ่งในระดับมัธยมศึกษาเลย เพื่อสร้างบุคลากรกันตั้งแต่เยาวชน ไม่ต้องรอให้ถึงระดับมหาวิทยาลัย

โดยตำราเรียนวิชานี้ชื่อว่า Fundamentals of Artificial Intelligence มีผู้แต่งหลักคือ Tang Xiaoou ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์สาขาวิศวกรรมสารสนเทศที่ Chinese University of Hong Kong และเป็นประธาน SenseTime สตาร์ทอัพสาย AI ที่มีมูลค่ากิจการสูงสุดในโลก ร่วมกับทีมอาจารย์จาก East China Normal University และอาจารย์จากโรงเรียนมัธยม 5 แห่งในเซี่ยงไฮ้

หลักสูตรนี้เริ่มทำการเรียนการสอนแล้วในโรงเรียนมัธยม 40 แห่งในจีน และมีแผนจะเพิ่มโรงเรียนให้ได้ทั่วประเทศ ปัจจุบันจีนมีความต้องการบุคลากรด้าน AI ราว 5 ล้านคน ซึ่งตอนนี้ยังขาดแคลนมาก

ที่มา: South China Morning Post ภาพ @PDChina

Topics: ChinaEducationArtificial Intelligence
Categories: IT News

Google ตั้งกฎใหม่ คนซื้อโฆษณาการเมืองต้องพิสูจน์ความเป็นพลเมืองสหรัฐฯด้วย

Blognone - Mon, 07/05/2018 - 15:44

Facebook ประกาศนโยบายลงโฆษณาการเมืองดดยเน้นที่การเปิดเผยตัวตนของผู้ลงโฆษณามากขึ้น Google ก็เช่นกัน โดย Google ประกาศนโยบายลงโฆษณาการเมืองในสหรัฐฯ ผู้ลงต้องแสดงเลขประชาชนพิสูจน์ความเป็นพลเมืองสหรัฐฯ

ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ Google ให้ผู้ลงโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นบุคคล องค์กรหรือหน่วยงาน ต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองเป็นใคร และให้เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ชำระเงินค่าลงโฆษณา

การพิสูจน์ความเป็นพลเมืองสหรัฐฯ เป็นผลจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 มีปัญหาบัญชีปลอมจากรัสเซียซื้อโฆษณาเนื้อหาการเมืองเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย มีคนเห็นเป็นสิบๆ ล้านราย มาตรการนี้จึงตั้งขึ้นมาเพื่อแน่ใจว่าต่างประเทศจะไม่แทรกแซงการเลือกตั้งผ่านช่องทางนี้ได้อีก ซึ่งหลังจาก Facebook, Twitter ตั้งกฎเข้มงวดขึ้นมา Google ก็เอาด้วย


ภาพจาก Shutterstock โดย MikeDotta

ที่มา - Gizmodo

Topics: GooglePoliticsAdvertisementRussiaUSA
Categories: IT News

นักวิจัยพบช่องโหว่ เข้าถึงพาสเวิร์ดแอดมินของ DVR, กระทบกว่า 5 หมื่นเครื่องที่ต่ออินเทอร์เน็ต

Blognone - Mon, 07/05/2018 - 15:30

Ezequiel Fernandez นักวิจัยความปลอดภัยชาวอาร์เจนตินาได้รายงานการค้นพบช่องโหว่ CVE-2018-9995 ในระบบของ Digital Video Recorder หลายราย ทำให้เมื่อส่งคุกกี้ uid=admin ไปยัง URL /device.rsp ของ DVR ระบบจะตอบกลับมาพร้อมรหัสเข้าถึงอุปกรณ์ระดับแอดมิน

เมื่อได้พาสเวิร์ด แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงการตั้งค่าทั้งหมดของ DVR ไปจนถึงไลฟ์วิดีโอสดๆ จากกล้องด้วย โดยเบื้องต้น Fernandez ระบุว่าช่องโหว่นี้กระทบเฉพาะ DVR ที่ถูกผลิตโดยบริษัท TBK เท่านั้น ก่อนจะพบว่ากระทบแบรนด์อื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกันยังไม่พบรายการการโจมตีด้วยช่องโหว่นี้ แต่ก็กระทบอุปกรณ์ DVR ไม่ต่ำกว่า 55,000 ตัวที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

นักวิจัยแนะนำว่าสามารถตรวจสอบการโจมตีได้จากความพยายามเข้า URL /login.rsp หรือ /device.rsp หากยังไม่มีแพตช์จากผู้ผลิต ควรเปิดให้ไอพีที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงพอร์ต management ได้

ที่มา - BleepingComputer

Topics: Security
Categories: IT News

BBC พบวิดีโอบน YouTube จำนวนมากมีโฆษณาบริการช่วยเขียนบทความส่งสถานศึกษา YouTube สั่งลบแล้ว

Blognone - Mon, 07/05/2018 - 14:42

สำนักข่าว BBC ได้รายงานว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่โปรโมตบริการเขียนบทความผ่านวิดีโอจำนวนมากบนเว็บไซต์ YouTube ซึ่งบริการเขียนบทความนี้เป็นบริการที่เน้นช่วยให้ผู้เรียนทุจริตงานที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันการศึกษา

BBC พบช่องบน YouTube กว่า 250 ช่องที่คอยโปรโมตบริการ EduBirdie ซึ่งจะคอยขายบทความให้ผู้เรียนที่ต้องการเอางานไปส่งที่สถาบันการศึกษาเป็นทางลัดให้ผ่านวิชาเรียนนั้น ๆ โดยวิดีโอโปรโมตบริการทั้งหมดนี้มีผู้รับชมแล้วกว่า 700 ล้านครั้ง ซึ่ง EduBirdie เคลมว่าบทความที่ซื้อไปนี้ไม่ใช่งานคัดลอกและแปะ ดังนั้นจะปลอดภัยจากการตรวจสอบด้วยซอฟต์แวร์ตรวจจับการคัดลอกงานต่าง ๆ (แต่การนำงานที่คนอื่นทำไปส่งก็ผิดกฎอยู่ดี)

หลังจาก BBC เผยแพร่บทความเรื่องการสืบสวนดังกล่าวออกไป YouTube ก็ได้แจ้งให้เจ้าของช่องต่าง ๆ นำวิดีโอที่ไม่ทำตามนโยบายออกจาก YouTube ซึ่งแม้ว่า BBC จะยืนยันว่าการขายบทความนั้นไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ตามกฎของ YouTube แล้ว โฆษณาประเภท Academic Aids อย่างเช่นบริการช่วยทำข้อสอบ หรือบริการเขียนงานวิจัยเชิงวิชาการนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามบนแพลตฟอร์ม

ที่มา - The Verge, BBC

ภาพจาก shutterstock.com

Topics: YouTubeBBCEducation
Categories: IT News

พนักงานเฟซบุ๊กมีอภิสิทธิ์ ได้รับแจ้งเตือนเมื่อพนักงานคนอื่นส่องข้อมูลส่วนตัว

Blognone - Sun, 06/05/2018 - 22:03

เฟซบุ๊กถือข้อมูลส่วนตัวคนจำนวนมาก และบางครั้งพนักงานก็ใช้อำนาจในทางไม่ชอบไปส่องข้อมูลส่วนตัวที่ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ดู ปัญหาเช่นนี้ทำให้มีคำถามว่าพนักงานเฟซบุ๊กด้วยกันเองจะมีปัญหาพนักงานแอบส่องข้อมูลกันเองหรือไม่ และทางเฟซบุ๊กก็ออกมาตอบว่าสำหรับพนักงานของเฟซบุ๊กเอง จะได้รับแจ้งเตือนเมื่อมีพนักงานคนอื่นเข้าไปส่องข้อมูลในบัญชี

โฆษกของเฟซบุ๊กระบุว่าบริษัทเคยพิจารณาว่าจะปล่อยฟีเจอร์ "แบบเดียวกัน" ให้กับผู้ใช้ทั่วไป แต่ก็ต้องคิดถึงผลกระทบที่ตามมา เช่น ฟีเจอร์นี้อาจจะกลายเป็นการเตือน "คนร้าย" ให้รู้ตัวเมื่อถูกสอบสวน

เฟซบุ๊กระบุว่ามีพนักงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีการแจ้งเตือน และพนักงานเหล่านั้นก็ยังถูกตรวจสอบอย่างหนัก การเข้าถึงข้อมูลต้องตรวจย้อนกลับไปถึงบั๊กหรือเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร เหตุผลเหล่านั้นจะถูกตรวจสอบโดยผู้จัดการภายหลัง

อย่างไรก็ดี มีพนักงานจำนวนหนึ่งถูกไล่ออกจากการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่เหมาะสมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ที่มา - Engadget


ภาพจาก Shutterstock โดย jgolby

Topics: FacebookPrivacy
Categories: IT News

Google เปิดตัว Asylo เครื่องมือโอเพ่นซอร์สสำหรับพัฒนาแอพในรูปแบบ confidential computing

Blognone - Sun, 06/05/2018 - 11:54

Google เปิดตัวโอเพ่นซอร์สเฟรมเวิร์คใหม่ชื่อว่า Asylo เป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการทำแอพเพื่อรันบน confidential computing environment มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญเช่นการเข้ารหัสข้อมูลสำหรับการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ และการยืนยันความเที่ยงตรงของโค้ดที่รันเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลและแอพ ซึ่ง Asylo นั้นมาจากภาษากรีก มีความหมายว่า “พื้นที่ปลอดภัย”

Asylo เป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอพเพื่อนำไปรันใน trusted execution environment (TEE) หรือ enclave ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษสำหรับการประมวลผลข้อมูลสำคัญ โดย TEE จะคอยป้องกันการโจมตีที่มีเป้าหมายเป็นระบบในเลเยอร์ล่าง ๆ เช่น ระบบปฏิบัติการ, ไฮเปอร์ไวเซอร์, ไดรเวอร์ และเฟิร์มแวร์

ปัญหาของการพัฒนาและรันแอพบน TEE คือนักพัฒนาจะต้องใช้ความรู้และเครื่องมือเฉพาะทาง รวมถึงการอิมพลีเมนต์ก็ผูกกับฮาร์ดแวร์มาก เครื่องมือ Asylo จะทำให้นักพัฒนาทั่วไปใช้งาน TEE ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเรียนรู้โมเดลการเขียนโปรแกรมใหม่ ไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่ทั้งหมด รวมถึงใช้งานกับฮาร์ดแวร์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์แบบ on-premise ไปจนถึงบนคลาวด์ ตัวระบบยังมีความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน รวมทั้งการพอร์ตแอพไปมาระหว่างอุปกรณ์ก็สามารถทำได้ง่าย

ปัจจุบัน Asylo อยู่ในเวอร์ชัน 0.2 ซึ่งในอนาคต Google มีแผนจะพัฒนาให้ Asylo นำแอพที่เขียนไว้เดิมมารันแบบ enclave โดยไม่ต้องแก้ไขโค้ดใด ๆ แค่คัดลอกแอพมาไว้ในคอนเทนเนอร์ของ Asylo ตั้งค่าเล็กน้อย จากนั้นก็ build และรันได้ทันที

สำหรับโค้ดของ ​Asylo สามารถดูได้จาก GitHub ส่วนคำแนะนำต่าง ๆ ของ Asylo สามารถเข้าไปดูได้ผ่านหน้าเว็บ asylo.dev

ที่มา - Asylo, Google Cloud Platform

Topics: GoogleOpen SourceCloud Computing
Categories: IT News

คาดเดา Google I/O 2018 - แอพ Google News ตัวใหม่, Chromecast Bluetooth

Blognone - Sun, 06/05/2018 - 07:49

งาน Google I/O 2018 จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 8 พฤษภาคมนี้ (เวลาบ้านเราคือวันพุธ) ช่วงนี้เริ่มมีข้อมูลหลุดของข่าวต่างๆ ในงานออกมาแล้ว

  • พบการยื่นขออนุมัติ Chromecast รุ่นที่สอง (ไม่ใช่ Chromecast Ultra) กับ FCC หรือ กสทช. สหรัฐ สิ่งที่เพิ่มเข้ามามีแค่รองรับ Bluetooth เท่านั้น (ของเก่ารองรับเฉพาะ Bluetooth LE) - 9to5google
  • แอพ Google News ตัวใหม่ ดีไซน์ใหม่ ผนวกเอาฟีเจอร์นิตยสารของ Google Newsstand, ช่องข่าวจาก YouTube และเทคโนโลยี AMP ของกูเกิลเข้ามา - AdAge
  • 9to5google พบภาพไอคอนชุดใหม่ของกูเกิล และมีไอคอนชื่อใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น One (รูปเลข 1), PLX, Insights, MDC iOS (น่าจะมาจาก Material Design Concept) ภาพทั้งหมดดูได้ตามลิงก์ - 9to5google

Topics: Google I/OGoogle NewsChromecastGoogle
Categories: IT News

Chainfire ผู้สร้างแอพ SuperSU ประกาศยุติงานทุกอย่างที่เกี่ยวกับการ Root Android

Blognone - Sun, 06/05/2018 - 07:29

Chainfire นักพัฒนาชื่อดังในโลกของ Rooted Android ผู้สร้างชื่อจากแอพ SuperSU (แต่ก็ยังมีผลงานทำแอพอื่นๆ อีกมาก) ประกาศเลิกทำงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการ root เครื่องแล้ว

Chainfire ประกาศหยุดพักงานเกี่ยวกับ Android และ SuperSU เมื่อครึ่งปีก่อน เพื่อทบทวนว่าเขาอยากทำอะไรต่อไป หลังเวลาผ่านมาครึ่งปี เขาพบว่าตัวเองไม่อยากกลับมาทำงานเดิมๆ ต่ออีก จึงตัดสินใจประกาศหยุดยุ่งเกี่ยวกับงานเหล่านี้

ผลคือในอีกไม่ช้า แอพบางตัวของ Chainfire จะหายไปเลย บางตัวจะขึ้นข้อความเตือนว่าหยุดพัฒนาและไม่อัพเดตแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้บอกรายละเอียดว่าตัวไหนบ้าง

Chainfire ระบุว่าตอนนี้เขากำลังทำโครงการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Android และไม่เปิดเผยว่าเป็นโครงการอะไร

ที่มา - +Chainfire, xda

Topics: AndroidMobile AppDevelopment
Categories: IT News

รีวิว Huawei P20 Pro การพัฒนาที่ก้าวกระโดดจากรุ่นก่อน จนได้ตำแหน่งมือถือกล้องดีที่สุด

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 22:49

หนึ่งในมือถือที่มาแรงที่สุดในปีนี้ย่อมหนีไม่พ้น Huawei P20 และ P20 Pro ที่ยังคงสานต่อจุดขายเรื่องกล้องด้วยความร่วมมือกับ Leica จนได้คะแนน DxO Mark Mobile ไปถึง 109 คะแนน จัดเป็นมือถือที่กล้องดีที่สุดตามการจัดอันดับของเว็บไซต์ แซงแชมป์เก่าอย่าง Google Pixel 2 ที่ได้ 98 คะแนนไปได้

หลังเปิดตัวมาได้ไม่ถึงเดือน Huawei ได้ส่ง P20 Pro มาให้ทดลองใช้ และออกมาเป็นรีวิวชิ้นนี้ครับ

ฮาร์ดแวร์

Huawei P20 Pro มาในบอดี้มันวาวเหมือนกระจก โดยสีที่ได้รับมารีวิวคือสี Twilight บอดี้ส่วนล่างออกสีเขียว ไล่ขึ้นไปเป็นสีม่วง และแน่นอนว่าพื้นผิวแบบนี้เก็บลายนิ้วมือดีมากๆ แต่รู้สึกได้ว่ามีการเคลือบผิวไว้ ทำให้เช็ดออกได้ง่าย

จุดเด่นของ P20 Pro คือมีกล้องด้วยกันถึง 3 ตัว ไล่จากบนสุดคือเลนส์เทเล 8 ล้านพิกเซล ซูมได้ 3 เท่า, ตรงกลางคือกล้องหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล และล่างสุดที่แยกออกมาเดี่ยวๆ คือกล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

อีกหนึ่งเรื่องที่ Huawei ใส่เข้ามาคือเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ 1/1.78 นิ้ว ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่ากล้องนั้น "ปูด" ออกมามากกว่ามือถือปกติอยู่พอสมควร

จุดขายอีกอย่างของ P20 Pro คือหน้าจอไร้ขอบ โดยจอกินพื้นที่เต็มด้านซ้าย, ขวา และขอบบนได้ใส่ "ติ่ง" เข้ามา ซึ่งเป็นบริเวณของกล้องหน้า, ลำโพง, เซ็นเซอร์วัดระยะสำหรับปิดหน้าจอ และไฟ LED แจ้งเตือน

ขอบขวาของเครื่องมีปุ่มปรับเสียงและปุ่ม Power

ขอบบนมีไมค์ตัดเสียงรบกวนและ IR Blaster สำหรับใช้เป็นรีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

ขอบล่างทางซ้ายเป็นลำโพง ส่วนด้านขวาเป็นไมโครโฟน และตรงกลางเป็นพอร์ต USB-C ไม่มีแจ็คหูฟัง 3.5 มม. นะครับ แต่มีสายแปลงแถมมาให้ในกล่อง

รวมของที่ให้มาในกล่องมีตัวเครื่อง, สาย USB-A to USB-C, อะแดปเตอร์ SuperCharge จ่ายไฟ 5V 2A, 4.5V 5A หรือ 5V 4.5A, หูฟังทรงเหมือน Apple EarPods แบบใช้พอร์ต USB-C, สายแปลง USB-C เป็น 3.5 มม. และเข็มจิ้มถาดซิม

การใช้งาน

อันนี้ต้องออกตัวก่อนว่าส่วนตัวผมใช้ Pixel 2 และก่อนหน้านี้ก็ใช้ Pixel 1 และ Nexus 5X ทำให้ชินกับรอมแบบ AOSP หรือที่เรียกกันว่า Pure Android นะครับ ครั้งสุดท้ายที่ใช้มือถือรอมแต่งคือสมัย HTC One M7 นู่นเลย ฟีเจอร์บางอันที่เจอใน P20 Pro อาจมีกันมานานแล้ว หรือมีในมือถือยี่ห้ออื่น ผมอาจจะไม่ทราบ ฉะนั้นสำหรับรีวิวนี้ถ้าผมเจอฟีเจอร์ไหนน่าสนใจก็จะเขียนไว้ครับ

Huawei P20 Pro มาพร้อม Android 8.1.0 ครอบทับด้วย EMUI 8.1.0 การใช้งานโดยรวมถือว่าทำรอมมาได้โอเค มีให้ผู้ใช้ปรับแต่งลูกเล่นได้เยอะ เช่นสามารถเลือกใช้หน้าโฮมแบบมี app drawer หรือไม่ก็ได้ (รอมจีนมักตัด drawer ทิ้ง แล้วเอาไอคอนทุกแอพมากองอยู่หน้าโฮม แบบ iOS) หรือที่ผมชอบมากคือเลือกปิดติ่งได้ โดยขอบจอด้านบนจะกลายเป็นสีดำ กลืนไปกับติ่ง เสมือนเป็นจอสี่เหลี่ยมปกติ แต่ไอคอนแจ้งเตือนยังอยู่ที่เดิม ทำให้การใช้งานไม่รู้สึกรกหูรกตา

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานทั่วไปผมพบว่า P20 Pro ยังมีอาการกระตุกในบางครั้ง และมากเป็นพิเศษเมื่อใช้งานแอพของกูเกิล เช่นเวลาเลื่อนดูรูปทีละรูปในแอพ Google Photos จะมีกระตุกเวลาเลื่อนรูปเร็วๆ หรือในแอพ Google Maps จะกระตุกตอนเลื่อนแผนที่ไปมาแบบเร็วๆ รวมถึงตอนกดดูข้อมูลของสถานที่ ทั้งนี้ ไม่พบอาการแบบนี้ใน Google Pixel 2 ที่ผมใช้งานอยู่ หากดูรวมๆ ทุกอย่างแล้ว รอมของ P20 Pro ยังลื่นไม่เท่า Pixel 2 ครับ

จากอาการกระตุกบนแอพ Google Photos ดังกล่าว ทำให้ผมต้องใช้แอพ Gallery ที่ติดมากับเครื่องแทน ซึ่งก็ใช้งานได้ลื่นไหลปกติ รวมถึงแอพที่ติดมากับเครื่องทุกแอพ เช่นกล้อง, อีเมล ฯลฯ ก็ใช้งานได้ลื่นเช่นกัน

ในด้านแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4000 mAh จัดว่าใช้งานได้ทั้งวัน แต่ก็หมดเร็วหากใช้งานติดต่อกันนานหรือใช้งานหนักเช่นถ่ายรูปเยอะๆ แต่ระบบ SuperCharge ก็ช่วยได้มาก โดยผมได้ลองจับเวลาแบบหยาบๆ เริ่มชาร์จตอนแบตเตอรี่เหลือราว 5% จนถึงชาร์จเต็มแบบไม่หยิบมาเล่นเลย ใช้เวลาชาร์จราว 1 ชั่วโมง 20 นาที อย่างไรก็ดี ผมมองว่าผู้ผลิตควรนำมาตรฐานการชาร์จอย่าง USB Power Delivery มาใช้ได้แล้ว

ตัวเลือกอันหนึ่งที่น่าสนใจในหมวดพลังงานคือ Screen resulotion ที่ให้เราเลือกปรับความละเอียดหน้าจอให้ต่ำลงได้เป็น 1493x720 ซึ่งผมลองปรับดูแล้วเห็นความต่างน้อยมาก ต้องจ้องจริงๆ ถึงจะเห็นความหยาบ แต่ก็ไม่ได้ลองเทียบดูว่าจะประหยัดแบตเตอรี่ได้มากน้อยแค่ไหน

สำหรับหน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว แสดงผลได้สวยงาม แต่ค่าเริ่มต้นจากโรงงานตั้งโหมดสีไว้ที่ Vivid ซึ่งผมว่ามันจัดเกินไปหน่อย พอปรับมาเป็นแบบ Normal คิดว่ากำลังดี นอกจากนี้ยังปรับอุณหภูมิสีได้ตามชอบด้วยว่าชอบโทนเย็นหรืออุ่น อีกทั้งปรับให้เป็นโทนธรรมชาติก็ได้ โดยสีจะออกเหลืองนวลเหมือนกระดาษถนอมสายตา

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเล็กๆ กับหูฟัง คือผมลองเอาหัวแปลง USB-C เป็น 3.5 มม. ของ Pixel 2 มาเสียบฟังเพลง ปรากฎว่าเครื่องแจ้งเตือนว่าอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ผ่านการรับรอง แต่ก็ฟังได้ปกตินะครับ

และในช่วงท้ายของการทดลองใช้งาน มือถือแจ้งเตือนขึ้นมาว่ามีอัพเดตซอฟต์แวร์ใหม่ ซึ่งก็ถือว่าโชคดีที่ได้รู้สิ่งที่ผมว่าเป็นข้อเสียอันใหญ่ นั่นคือ P20 Pro ไม่รองรับ Seamless Updates ที่เพิ่มเข้ามาตอน Android 7.0 Nougat

มือถือที่รองรับฟีเจอร์ Seamless Updates (A/B System Updates) จะแบ่งพาร์ทิชันของพื้นที่เก็บข้อมูลออกเป็นสองพาร์ทิชัน คือ slot A และ slot B สมมติว่าตอนนี้เครื่องรันอยู่จาก slot A เมื่อมีอัพเดตใหม่ออกมาเครื่องจะติดตั้งอัพเดตนั้นใน slot B อย่างเงียบๆ และแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่ออัพเดตเสร็จ ผู้ใช้เพียงแค่รีบูตเครื่อง 1 ทีก็เสร็จสิ้นกระบวนการ โดยการรีบูตนี้ก็เหมือนการรีบูตธรรมดา ไม่ได้กินเวลายาวนานเหมือนการอัพเดตทั่วไป อีกทั้งไม่มีข้อความ Android is Upgrading ที่ต้องรออีกหลายนาทีกว่าจะได้ใช้เครื่อง ซึ่งเบื้องหลังคือการสลับไปบูตจาก slot B แทน

ข้อดีมากๆ ของ Seamless Updates คือความมั่นใจว่าจะอัพเดตผ่านแน่นอน หากอัพเดตที่ดาวน์โหลดมาเกิด corrupt ระหว่างติดตั้ง เครื่องจะกลับมาบูตจาก slot A เหมือนเดิม และผู้ใช้สามารถสั่งอัพเดตใหม่ได้ แต่ในระบบอัพเดตแบบดั้งเดิม หากมีความผิดพลาดระหว่างติดตั้งก็หมายความว่าเครื่องจะเสียไปเลย (brick) หรือกู้ได้แต่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคบ้าง

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า P20 Pro ไม่รองรับ Seamless Updates ทำให้ระหว่างการอัพเดตผมต้องเจอกับหน้าจอ Android is Upgrading ที่ส่วนตัวไม่เจอมานานแล้ว และจะติดอยู่หน้านี้นานมากถ้าเราติดตั้งแอพไว้เยอะ

กล้อง

มาถึงไฮไลท์ของ P20 Pro กันบ้าง นั่นก็คือกล้องนะครับ ต้องบอกว่ากล้องนี่ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ผมใช้แล้วประทับใจมาก เพราะถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีสุดๆ รวมถึงมีโหมดต่างๆ ให้ลองใช้มากมาย (เยอะจนลองได้ไม่ครบ)

หนึ่งในจุดเด่นที่ Huawei ใช้โฆษณากล้องของโทรศัพท์รุ่นนี้คือฟีเจอร์ชื่อ Master AI หลักๆ แล้วมันคือการที่โทรศัพท์สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เรากำลังจะถ่ายนั้นคืออะไร และปรับสีของภาพให้เหมาะสมกับสิ่งนั้น

เช่นเมื่อเราตั้งกล้องถ่ายอาหาร จะมีป๊อปอัพเล็กๆ เด้งขึ้นมาบนหน้าจอว่า Food และภาพที่ได้ก็จะออกโทนอุ่น ดูแล้วน่ากิน หรือถ่ายวิวท้องฟ้าก็จะเด้งมาบอกว่า Blue Sky พร้อมปรับให้สีฟ้าเข้มขึ้น โดยเท่าที่ผมทดลอง มีโหมดเยอะมาก และอาจยังเจอไม่ครบ เพราะไม่สามารถบังคับเปิดโหมดเองได้ ต้องให้กล้องตั้งเองเท่านั้น

รายการโหมดที่เจอ

  • Food
  • Portrait (หน้าชัดหลังเบลอ มีค่าเทียบเท่าการเข้าโหมด Portrait)
  • Blue Sky
  • Greenery (ถ่ายต้นไม้ ทุ่งหญ้า เร่งสีเขียว)
  • Snow (ถ่ายหิมะ อันนี้เจอโดยบังเอิญตอนชี้กล้องไปที่พื้นสีขาวล้วน ถือว่าผิดพลาด)
  • Sunrise / Sunset (ถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น/ตก คอนทราสต์จะจัด)
  • Text (เพิ่มคอนทราสต์ให้ตัวหนังสือคมชัด)
  • Document Scan (ถ่ายรูปหน้ากระดาษ และครอปให้เหมือนการสแกน)
  • Close Up (ถ่ายวัตถุใกล้ๆ)
  • Firework
  • Stage Performance (ถ่ายคอนเสิร์ตหรือการแสดงในที่มืด)
  • Dog (ถ่ายสัตว์เลี้ยง อันนี้ไม่ได้เจอเองแต่เห็นมาจากรีวิวต่างประเทศ)

จากการทดลองใช้อยู่หลายวันพบว่า Master AI สามารถแยกแยะวัตถุได้ดีพอสมควร อีกทั้งทำงานได้เร็วมากจนเกือบจะทันทีที่หันกล้องหาวัตถุนั้น แต่บางคนอาจไม่ชอบที่กล้องมาคิดแทนเรามากเกินไป หรือไม่ชอบที่กล้องแต่งสีมาให้เสร็จก็สามารถเลือกปิดโหมดนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีโหมด Pro ที่เป็นจุดขายมาตั้งแต่รุ่น P9 แล้ว

โหมด Pro เปิดให้เราตั้ง ISO ได้ตั้งแต่ 50 ถึง 3200, ความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่ 1/4000 วินาที ถึง 30 วินาที, ชดเชยแสงตั้งแต่ -4 ถึง +4, สมดุลแสงขาว (White Balance) และมีให้ตั้งอุณหภูมิแสง หรือค่า K ได้เองด้วย รวมถึงตั้งโหมดวัดแสง (Metering Mode) ได้เหมือนกล้องทั่วไป และโหมดโฟกัส เช่น AF-S, AF-C, MF ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถตั้งค่ารูรับแสงหรือ F ในโหมด Pro ได้ โดยกล้องมีโหมดแยกชื่อ Aperture ให้ใช้ ตั้งได้จาก f/0.95 ถึง f/16 แต่เท่าที่ทดสอบจะเป็นความเบลอหลอกๆ มากกว่า คือใช้ซอฟต์แวร์ปรับชัด-เบลอเอา (แต่ใน EXIF เขียนว่า f/0.95 เฉยเลย ทั้งที่เลนส์มัน f/1.8)

ผมไม่ได้จับภาพหน้าจอของหน้าตาแอพกล้องมามากนัก เราไปดูภาพตัวอย่างเลยดีกว่าครับ บางภาพผมถ่ายเทียบกับ Pixel 2 มาด้วย ให้ดูคำกำกับใต้ภาพนะครับว่าถ่ายด้วยมือถือตัวไหน หากไม่ได้ระบุไว้คือถ่ายด้วย P20 Pro โหมดออโต้ เปิด Master AI ยกเว้นว่าระบุเป็นอย่างอื่น


P20 Pro (f/1.8, 1/17s, ISO1600)


Pixel 2 (f/1.8, 1/25s, ISO440) จะเห็นว่าแม้ Pixel 2 เปิด ISO แค่ 440 แต่ noise เยอะกว่า P20 Pro มาก น่าจะเกิดจากขนาดเซ็นเซอร์ของ Pixel 2 ที่เล็กกว่า


โหมด Pro ทดลองตั้งโฟกัสแบบแมนนวล และตั้งโฟกัสใกล้สุดเพื่อดูโบเก้


Master AI โหมด Blue Sky


ปิด Master AI


(f/1.8, 1/50s, ISO125)


โหมด Aperture ตั้ง f/0.95


Master AI โหมด Sunrise / Sunset


Master AI ไม่แน่ใจ น่าจะ Greenery


ปิด Master AI


P20 Pro


Pixel 2

ผมได้ทดลองซูมเทียบ 1x, 3x, 5x และ 10x มาด้วยครับ


1x


3x


5x


10x (มากสุด)

Huawei P20 Pro โฆษณาว่ากันน้ำที่มาตรฐาน IP67 คือกันฝุ่นแบบแน่นหนา และกันน้ำแบบจุ่มได้ลึก 1 เมตร โดยช่วงที่ผมได้เครื่องมาทดสอบเป็นช่วงสงกรานต์พอดี เลยถือโอกาสเอาไปเล่นน้ำด้วยเลย แบบไม่ใส่เคสหรือซองพลาสติกป้องกันใดๆ และหยิบออกมาถ่ายรูปตลอดเวลา

ระหว่างที่ใช้งานแบบเปียก แน่นอนว่าเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไม่สามารถทำงานได้ ผมจึงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบ Face unlock แทน พร้อมเปิดฟีเจอร์ Pick up to wake เพื่อให้เครื่องตื่นมาสแกนหน้าตอนยกขึ้นมา และโหลด widget สำหรับล็อคหน้าจอมาใช้ เพราะเราไม่ควรกดปุ่มใดๆ เวลาเครื่องเปียกน้ำ

ต่อมาผมได้ไปถ่ายรูปใต้สะพานภูมิพล เชิญรับชมครับ


โหมด Monochrome


ซูม 1x


ซูม 3x


ซูม 5x


ซูม 10x

นอกจากนี้ในโหมด Monochrome ยังมีโหมดย่อยให้เลือกได้อีก 4 โหมดคือ Normal, Aperture, Portrait และ Pro ซึ่งหากเราเลือกโหมด Pro และตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้ต่ำๆ พร้อมแพนกล้องตามวัตถุเคลื่อนไหวก็จะได้ภาพประมาณนี้


(f/1.6, 1/30s, ISO200)

อันนี้ถ่ายปกติ

และยังมีโหมดสนุกๆ อย่าง Light Painting ที่มีโหมดย่อยอีก 4 อันคือ

  • Traffic trails ใช้ถ่ายแสงไฟจากรถ เปิดชัตเตอร์ยาวให้แสงลากไปตามทาง
  • Light graffiti ถ่ายการวาดตัวหนังสือด้วยไฟฉาย
  • Star trails ถ่ายการเคลื่อนที่ของดาว
  • Silky water ถ่ายน้ำให้เป็นปื้นๆ นุ่มๆ โดยการเปิดชัตเตอร์ยาว

(โหมดพวกนี้ผมไม่ได้ลองนะครับ แต่แน่นอนว่าต้องใช้ขาตั้ง ถ่ายด้วยมือเปล่าสั่นชัวร์)


รวมโหมดเพิ่มเติมทั้งหมด

วิดีโอ

สำหรับวิดีโอผมถ่ายมานิดหน่อย รับชมได้ครับ

Huawei P20 Pro ถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1080p/30fps, 1080p/60fps และ 4K/30fps มีระบบกันสั่นหรือ stabilizer ตอนถ่ายวิดีโอด้วย แต่มีข้อจำกัดคือทำงานได้แค่ความละเอียด 1080p/30fps เท่านั้น ในขณะที่ Pixel 2 ทำงานได้ถึง 4K เลย

เชิญชมวิดีโอเปรียบเทียบระบบกันสั่นในวิดีโอของ P20 Pro เทียบกับ Pixel 2 ครับ

สุดท้ายผมได้รวบรวมรูปที่ถ่ายด้วย P20 Pro ไว้ในอัลบั้มของ Google Photos แบบไม่ปรับแต่งและไม่ย่อรูปใดๆ เข้าชมได้ที่นี่

สรุป

Huawei P20 Pro จัดว่าเป็นผลงานที่ดีมากจาก Huawei ในปีนี้ มีการพัฒนาจาก P10 ทั้งดีไซน์, รอม และที่สำคัญที่สุดคือกล้องอย่างเห็นได้ชัด คุณภาพการประกอบดีเยี่ยม มีเทคนิคการประกอบที่ผมชอบคือไฟแฟลชนั้นฝังลงไปในบอดี้เลย เอานิ้วลูบผ่านคือไม่มีรอยต่อ

รอมก็ทำมาได้ดี ก่อนอัพเดตเจอบั๊กเล็กน้อย แต่พออัพเดตบั๊กนั้นก็หายไป แต่ยังมีอากากรกระตุกอย่างที่เขียนไว้ข้างต้น

ส่วนสิ่งที่ไม่ถูกใจคือรอมยังมี bloatware อยู่บ้างประปราย และระบบชาร์จเร็วเป็นของตัวเอง แม้กระทั่งสายชาร์จก็ต้องใช้สายที่มากับเครื่องถึงจะใช้ SuperCharge ได้ รวมถึงไม่รองรับฟีเจอร์ Seamless Updates ที่มีมาตั้งแต่สมัย Android 7.0 แล้ว และฟีเจอร์กันสั่นของกล้องทำงานได้แค่ความละเอียดวิดีโอ 1080p / 30fps เท่านั้น

นอกจากนี้ผมมองว่าราคาค่อนข้างแพงเกินไป และแม้จะไม่ได้ลองรุ่น P20 ธรรมดา แต่ผมคิดว่าการใช้งานไม่น่าต่างกันมาก กล้องน่าจะยังถ่ายได้ยอดเยี่ยมใกล้เคียงรุ่น Pro ผมเลยขอแนะนำให้มองรุ่นเล็กที่ส่วนตัวคิดว่าคุ้มค่าเงินกว่าเพราะราคาต่างกันตั้ง 8,000 บาทครับ

Topics: HuaweiMobileReview
Categories: IT News

[ไม่ยืนยัน] ช่องโหว่ Spectre อาจจะกลับมาอีกครั้ง, คาดว่าแพตช์ชุดแรกจะออกภายในเดือนนี้

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 21:52

เว็บข่าวเยอรมัน Heise.de รายงานถึงช่องโหว่ซีพียูชุดใหม่ 8 รายการ (CVE) ที่อินเทลได้รับรายงานจากนักวิจัยแต่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเรียกรวมชุดช่องโหว่ว่า Spectre-NG

ทาง Heise ระบุว่าอินเทลกำลังพัฒนาแพตช์ร่วมกับผู้ผลิตระบบปฎิบัติการ ขณะที่บางช่องโหว่ก็กระทบซีพียู ARM บางรุ่นด้วย ส่วนทางเอเอ็มดีนั้นกำลังทดสอบว่าได้รับผลกระทบหรือไม่

แม้จะไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าช่องโหว่หน้าตาเป็นเช่นไร แต่ข้อมูลของทาง Heise ระบุว่าแพตช์จะออกมาสองระลอก ระลอกแรกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และระลอกสองเดือนสิงหาคม ในบรรดาช่องโหว่ 8 รายการ มี 4 รายการถูกจัดเป็นระดับร้ายแรงสูง (high) ที่เหลือเป็นระดับปานกลาง

รายงานนี้ยังไม่มีข้อมูลทางการจากแหล่งใด ทั้งอินเทลเอง หรือ Project Zero ที่รายงานระบุว่าเป็นผู้พบช่องโหว่ 1 ใน 8 ด้วย

ที่มา - Heise.de

Topics: SpectreIntelSecuritySecurity Patch
Categories: IT News

สายไพธอนต้องลอง Humble Bundle ชุดใหม่รวมมิตรเครื่องมือแบบเสียเงิน

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 20:52

นักพัฒนาไพธอนส่วนมากคงใช้เครื่องมือฟรีกันจนชินเป็นปกติ เช่น VSCode หรือ IPython แต่ชุดซอฟต์แวร์ Humble Bundle ชุดใหม่อาจจะเปิดเส้นทางสู่การเสียเงิน

ชุด Python Dev Kit รวมเอาตั้งแต่ IDE อย่าง PyCharm และไคลเอนต์ git อย่าง GitKraken บริการตรวจสอบความปลอดภัยไลบรารี PyUP และ Postman บริการสภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนา API สำหรับหนังสือและความรู้ก็ยังมีสมาชิก Egghead.io เป็นเวลา 6 เดือนและหนังสือ Fluent Python สำหรับผู้ที่เขียนไพธอนเป็นอยู่แล้วแต่ต้องการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม

ที่มา - Humble Bundle

Topics: PythonHumble Bundle
Categories: IT News

รัฐบาลไทยเตรียมยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน เริ่มสิงหาคมนี้

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 13:09

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล โดยหลังจากนั้นจะมีแอพพลิเคชันออกมาให้หน่วยงานใช้งานแทน

โดยก่อนการยกเลิกจะมีผลนั้น จะทำการระบุจุดให้บริการประชาชนทั้งหมด 40,000 จุด ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ตามคู่มือสำหรับประชาชนในเว็บไซต์ info.go.th

หลังจากการยกเลิกนี้เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว จะเริ่มทำการยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล สำหรับให้บริการบริษัทและหน่วยงานเอกชน ภายในเดือนตุลาคมนี้ และเปิดใช้งาน Citizen Feedback ที่ประชาชนสามารถประเมินความพึงพอใจในการให้บริการ แสดงความคิดเห็น และร้องเรียนปัญหาการให้บริการของรัฐได้ ในเดือนมกราคมปีหน้า

ที่มา: PPTV36

Topics: Thailand 4.0CopyThailandGovernment
Categories: IT News

Google โอเพ่นซอร์ส Seurat เครื่องมือลดความซับซ้อนในฉาก VR

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 11:51

Google ประกาศโอเพ่นซอร์ส Seurat เครื่องมือสำหรับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยลดความซับซ้อนในฉากความละเอียดสูง

Seurat นั้นเปิดตัวมาพร้อมกับ Daydream VR 2.0 โดยออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในฉาก โดยวิธีที่ Seurat ใช้คือการระบุว่าผู้ใช้จะอยู่ในส่วนไหนของโลกสามมิติได้บ้าง จากนั้นส่วนที่ไม่จำเป็นจะถูกตัดรายละเอียดออก

Google โชว์ตัวอย่าง Blade Runner ซึ่งระบุว่า Seurat ได้ลดรูปสามเหลี่ยมจาก 46.6 ล้านรูปเหลือเพียง 307,000 รูปเท่านั้น ซึ่งการลดรายละเอียดลงจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำคอนเทนต์สามมิติไปลงอุปกรณ์ VR แบบพกพาที่มีข้อจำกัดสูงกว่าได้ง่ายขึ้น โดยซอร์สโค้ดของ Seurat สามารถดูได้จาก GitHub

ที่มา - TechCrunch

ตัวอย่างฉากใน Blade Runner

Topics: GoogleVirtual RealityDaydream
Categories: IT News

รถยนต์อัตโนมัติของ Waymo ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถคันอื่นชนที่แอริโซนา

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 06:59

เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ไร้คนขับอีกแล้ว คราวนี้เป็นรถแวนของ Waymo บริษัทในเครือ Alphabet ที่กำลังทดสอบการให้บริการในแอริโซนา

อุบัติเหตุครั้งนี้ต้องเรียกว่า Waymo "ถูกชน" เพราะเกิดจากรถยนต์อีกคัน (เป็น Honda) หลบการชนจากรถยนต์อีกคันหนึ่ง แล้วข้ามเลนมาชนกับรถยนต์ของ Waymo พอดี ตามข่าวบอกว่ารถของ Waymo ขับเคลื่อนด้วยโหมดอัตโนมัติ ความเร็วต่ำ และมีคนขับนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ซึ่งผลคือบาดเจ็บเล็กน้อย

ที่มา - Jalopnik

Topics: WaymoSelf-Driving Car
Categories: IT News

LG G7 ThinQ เปิดตัว หน้าจอแหว่งตามยุคสมัย กล้องคู่ ระบบเสียงจัดเต็ม

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 06:50

สัปดาห์ที่ผ่านมา LG เปิดตัวมือถือเรือธงของปี 2018 คือ LG G7 ThinQ โดยใช้ดีไซน์ "จอแหว่ง" ตามภาพหลุดที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ สเปกคร่าวๆ คือ

  • หน้าจอ LCD 6.1" QHD+ (3120 x 1440) สัดส่วน 19.5:9 FullVision กระจก Gorilla Glass 5
  • Snapdragon 845, แรม 4/6GB, สตอเรจ 64/128GB (รุ่น G7+ จะเป็น 6GB/128GB)
  • กันน้ำกันฝุ่น IP68 และผ่านมาตรฐานความทนทาน MIL-STD 810G
  • กล้องหน้า 8MP, กล้องหลังคู่ 16MP ทั้งสองเลนส์ (เลนส์ปกติและ Super Wide Angle) พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยถ่ายภาพตามโหมดต่างๆ
  • โหมดถ่ายภาพตามสมัยนิยม: Portrait ลบฉากหลัง, Live Photo บันทึกภาพก่อนกดชัตเตอร์, สติ๊กเกอร์ 3D
  • ไมโครโฟนพร้อม Super Far Field Voice Recognition (SFFVR) ฟังเสียงได้ไกล 5 เมตร สั่งงาน Google Assistant ได้จากระยะไกล
  • ระบบเสียงเพียบพร้อม ลำโพง Boombox Speaker ให้เสียงเบสสองเท่า, รองรับเสียงสามมิติ DTS:X, มาพร้อม Hi-Fi Quad DAC
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh, Android 8.0 Oreo

LG G7 ThinQ เริ่มขายแล้วในเกาหลีใต้ และจะวางขายในประเทศอื่นๆ ตามมา

ที่มา - LG

Topics: LG G7LGMobile
Categories: IT News

Strategy Analytics: iPhone ยึดอันดับ 1-4 สมาร์ทโฟนขายดีที่สุดในโลก ไตรมาส 1/2018

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 06:49

บริษัทวิจัยตลาด Strategy Analytics รายงานตลาดสมาร์ทโฟนของไตรมาสที่ 1 ปี 2018 ภาพรวมมียอดส่งมอบ 345.4 ล้านเครื่อง และที่น่าสนใจคือสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายดี 6 อันดับแรก ครองส่วนแบ่งรวมกันถึง 1 ใน 7 ในยอดส่งมอบทั้งหมด

โดย iPhone X ของแอปเปิล ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายที่ดีที่สุด จำนวน 16.0 ล้านเครื่อง คิดเป็น 5% ของส่วนแบ่งทั้งหมด เป็นไตรมาสที่สองติดต่อกันที่ iPhone X ครองอันดับหนึ่ง ตามด้วย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ในอันดับ 2-3 ส่วน iPhone 7 อยู่อันดับที่ 4

Xiaomi Redmi 5A มียอดส่งมอบ 5.4 ล้านเครื่อง อยู่อันดับที่ 5 มีตลาดหลักคืออินเดียและจีน และ Samsung Galaxy S9 Plus มียอดส่งมอบ 5.3 ล้านเครื่อง อยู่อันดับที่ 6

ที่มา: Strategy Analytics

Topics: iPhone XStrategy AnalyticsSmartphoneMarket Share
Categories: IT News

Alibaba ไตรมาสล่าสุด ยังเติบโตสูงต่ออีกไตรมาส, บริการคลาวด์โตถึง 103%

Blognone - Sat, 05/05/2018 - 06:30

Alibaba รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2018 รายได้รวม 9,873 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 61% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,248 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 35%

ซีอีโอ Daniel Zhang กล่าวว่านี่เป็นอีกไตรมาสที่ยอดเยี่ยมของกลุ่ม Alibaba ซึ่งมาจากการเติบโตต่อเนื่องในธุรกิจค้าปลีก ที่เป็นธุรกิจหลักของ Alibaba และจากการลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่เสริมการเติบโต ตามยุทธศาสตร์ New Retail ทำให้ Alibaba เป็นผู้นำในโครงสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน

Alibaba มีผู้ใช้งานมือถือ 617 ล้านคน เพิ่มขึ้นมาอีก 37 ล้านคน จากไตรมาสก่อนหน้านี้ ส่วนบริการ Alibaba Cloud มีรายได้โตถึง 103% และมีส่วนแบ่งการตลาด IaaS เฉพาะในจีนถึง 47.6% โดย Alibaba ได้ยกตัวอย่างลูกค้าองค์กรรายใหญ่ที่เลือกใช้บริการ อาทิ China National Petroleum, Malaysia Digital Economy Corporation และ Cathay Pacific

ที่มา: Alibaba

Topics: AlibabaFinancial Report
Categories: IT News

Google เพิ่มฟีเจอร์ให้ Google Assistant บน Wear OS ฉลาดขึ้น รับคำสั่งมากขึ้น

Blognone - Fri, 04/05/2018 - 18:15

หลังถูกหมางเมินไปนานจนถูกเปลี่ยนชื่อจาก Android Wear เป็น Wear OS ล่าสุด Google มีอัพเดตให้ Google Assistant บน Wear OS อีกครั้งหลังปล่อยมาเมื่อต้นปีที่แล้ว

อัพเดตใหม่นี้ Google Assistant จะสามารถรองรับคำสั่งหรือคำพูดต่อเนื่องจากข้อความก่อนหน้าได้แล้ว รวมถึงรองรับคำสั่ง (Actions on Google) สำหรับสั่งงานอุปกรณ์ IoT อื่นๆ ที่เชื่อมต่อแล้ว สุดท้าย Google Assistant จะอ่านออกเสียงข้อความหรือสิ่งที่แสดงบนหน้าจอ เพิ่มเติมจากเดิมที่แสดงบนหน้าจอแต่เพียงอย่างเดียว

อัพเดตจะค่อยๆ ปล่อยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ที่มา - Google Blog

Topics: Wear OSGoogle AssistantGoogleAndrod
Categories: IT News

สื่อวิเคราะห์ Facebook ถือเป็นผู้นำและเป็นแพลตฟอร์ม AR ที่ใหญ่ที่สุดขณะนี้

Blognone - Fri, 04/05/2018 - 16:03

เว็บไซต์ Engadget เผยแพร่บทวิเคราะห์ว่า Facebook กำลังเป็นผู้นำในด้าน AR ตอนนี้ ซึ่งถ้าไม่นับเรื่องข่าวปลอม ข้อมูลหลุด อีกหนึ่งเป้าหมายของ Facebook ในอนาคตต่อจากนี้นอกจากฟีเจอร์หาคู่แล้ว ก็มี AR นี่เองเป็นตัวชูโรง จากการผนวกเอา AR เข้าไปในช่องทางต่างๆ ทั้ง Facebook Messenger, Instagram, News Feed จะส่งผลให้ Facebook เป็นแพลตฟอร์ม AR ที่ใหญ่ที่สุด

AR บน โซเชียลมีเดียที่เราเห็นทั่วๆ ไปที่ชัดเจนคือ เอฟเฟกต์กล้อง สติกเกอร์ ซึ่ง Facebook พยายามขยาย AR ไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย ที่เห็นได้ชัดคือการให้แบรนด์แสดงสินค้าแบบ AR ส่งให้ลูกค้าผ่าน Facebook Messenger รวมทั้งเปิดให้นักพัฒนาเช้าไปเพิ่มลูกเล่นใน Camera Effects ใน Instagram

Facebook มี AR Studio เป็นสตูดิโอที่สร้างงาน AR โดยเฉพาะ Ficus Kirkpatrick ผู้ดูแลโปรเจกต์ AR บอกว่า AR Studio นั้นช่วยให้ง่ายเวลาจะสร้างสรรค์คอนเทนต์ AR ใหม่ๆ ไม่ต้องเขียนโค้ดเป็นก็ทำได้ เช่นเป็นศิลปิน นักวาด ก็สร้างงานได้ เป็นจุดที่ทำให้ Facebook แตกต่างจาก Apple (ARKit) และ Google (ARCore) เพราะสองอย่างหลังนี้ นักพัฒนาต้องสร้างแอพเพื่อจะสร้างงานได้ แต่ AR Studio ของ Facebook เข้าถึงง่ายกว่านั้น

จริงอยู่ที่ Facebook ไม่ใช่รายแรกที่สร้างสรรค์ AR แต่ความพยายามเพิ่มความสามารถ AR เข้ามาในสิ่งที่คนใช้ทุกวันอย่าง Facebook Messenger, Instagram จะช่วยให้ AR ได้เข้าถึงผู้คนเป็นพันล้านราย ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเพียงระยะแรกเริ่มเท่านั้น

ที่มา - Engadget

Topics: FacebookAugmented Reality
Categories: IT News
Syndicate content