IT News

Blizzard ส่งบัตรเชิญอีเวนท์ลับของ Warcraft III คาดประกาศข่าวรีมาสเตอร์

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 21:46

มีข่าวให้แฟนๆ ลุ้นมาเนืองๆ ตั้งแต่การรับสมัครวิศวกรเพื่อรีมาสเตอร์เกม Warcraft III และ Diablo II ก่อนที่โปรดิวเซอร์ที่ดูแลเกมคลาสสิคจะออกมาบอกว่า การรีมาสเตอร์เกมดังกล่าวอาจจะต้องรอนานหน่อย เพราะต้องแก้ปัญหาเกมต้นฉบับก่อน

ล่าสุด Blizzard อาจจะได้ฤกษ์ประกาศข่าวนี้อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อผู้เล่น Warcraft III ระดับโปรหลายคนมีรายงานว่ายื่นวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐ โดยหนึ่งในโปรเพลเยอร์เหล่านั้นบอกใบ้ว่าได้รับคำเชิญไปงานอีเวนท์ออฟไลน์แบบลับๆ ของ Warcraft III ในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งก็ทำให้สื่อตีความว่าน่าจะเป็นการประกาศ Warcraft III รีมาสเตอร์หรืออาจจะเซอร์ไพร์สประกาศ Warcraft 4 ก็ได้

ที่มา - PCGamesN

Topics: WarcraftBlizzardGames
Categories: IT News

หลุดจนไม่เหลืออะไรให้จินตนาการ Galaxy S9 กล้อง f/1.5 และ f/2.4 พร้อมลำโพงสเตอริโอ

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 21:44

ใกล้วันเปิดตัว Galaxy S9 วันที่ 25 กุมภาพันธ์ เข้ามาเรื่อยๆ ก็มีข่าวและภาพหลุดของ S9 ออกมาอีกชุดใหญ่ จนแทบไม่เหลืออะไรให้จินตนาการอีกแล้ว

ภาพหลุดชุดนี้มาจากหลายแหล่ง ทั้งเว็บไซต์ WinFuture ของเยอรมนี และ @evleaks เผยให้เราเห็นข้อมูลดังนี้ (หลายอย่างก็มีภาพหลุดมาก่อนแล้ว)

  • วางกล้องหลังในแนวตั้ง แก้ปัญหาจากจุดที่โดนวิจารณ์เยอะตอน S8
  • กล้องคู่ f/1.5 และ f/2.4
  • ลำโพงสเตอริโอ ปรับแต่งโดยแบรนด์ AKG
  • มีทั้งหมด 4 สีคือ ม่วง Lilac Purple, ดำ, น้ำเงิน, เทา Titanium Gray

ที่มา - SamMobile

You're, ahem, missing Titanium Gray ;) pic.twitter.com/fFVdZ5hUoZ

— Evan Blass (@evleaks) February 19, 2018

Topics: Galaxy S9MobileSamsungLeak
Categories: IT News

สิงคโปร์ปรับกฎหมายภาษี ผู้ใช้บริการสตรีมมิ่งออนไลน์ต่างชาติต้องจ่ายภาษีเพิ่มปี 2020

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 21:39

สิงคโปร์ปรับแก้กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม (GST) ใหม่ในปี 2020 ให้ลูกค้าและบริษัทที่ซื้อหรือนำเข้าสินค้าและบริการ จากซัพพลายเออร์หรือผู้ให้บริการต่างชาติ ที่ไม่มีการตั้งบริษัทหรือสำนักงานในสิงคโปร์จะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม

กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่นี้จะไม่มีผลกับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านอีคอมเมิร์ซ แต่จะมีผลกับองค์กรที่ใช้บริการแบบ B2B กับผู้ให้บริการต่างชาติ หรือลูกค้าที่จ่ายค่าบริการสตรีมมิ่ง, แอปหรือค่าสมาชิกรายเดือน/ปี โดยการคิดภาษีเพิ่มรัฐบาลจะคิดกับผู้ให้บริการ ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้จะต้องมาลงทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยหากเป็นการให้บริการให้กับผู้ใช้ทั่วไป (B2C) บริษัทนั้นจะต้องมีรายได้รวมเกิน 1 ล้านเหรียญและมียอดขายในสิงคโปร์เกิน 1 แสนเหรียญ ถึงจะเข้าข่ายเสียภาษี

ขณะที่ออสเตรเลียกำลังพิจารณากฎหมายคล้ายๆ กันคือคิดภาษีจากสินค้าอีคอมเมิร์ซที่ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

ที่มา - Strait Times

Topics: SingaporeTax
Categories: IT News

Omise ลงนามกับ ETDA ร่วมพัฒนา Proxy ให้โครงการ National Digital ID, เตรียมเป็นผู้ให้บริการยืนยันตัวตน

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 18:54

Omise ผู้ให้บริการ payment gateway ลงนามความตกลงกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA เพื่อเข้ามาช่วยพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล ในโครงการ National Digital ID

ผมสอบถามช้อมูลเพิ่มเติมของข้อตกลงนี้ไปยังคุณนฤดม รุ่งศิริวงศ์ หนึ่งในทีมเทคนิคของโครงการ National Digital ID ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทาง Omise จะเข้ามาช่วย ETDA พัฒนา Federated Proxy ที่เป็นความรับผิดชอบของ ETDA ตามเอกสาร whitepaper ของโครงการ

นอกจากช่วยพัฒนา Federated Proxy แล้ว ทาง Omise ประกาศจะเป็นผู้ให้บริการยืนยันตัวตน (Identity Provider - IdP) รายแรกที่เชื่อมต่อผ่านตัว Federated Proxy

ที่มา - ETDA

Topics: ETDAOmiseThailand
Categories: IT News

WorldQuant Challenge: เส้นทางสู่งาน Quantitative Finance ด้วย Data Science

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 15:45

คงเป็นการยากที่จะปฏิเสธว่างานสาย Data Science กำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงต่างกับจำนวนบุคลากรที่ยังคงมีอยู่จำกัด ส่วนหนึ่งก็เพราะความเป็นสหวิทยาการที่ต้องอาศัยความรู้คอมพิวเตอร์ สถิติ และคณิตศาสตร์ร่วมกับศาสตร์อื่นๆ จึงเป็นการยากที่ผู้ที่สนใจในสายงานนี้ จะสามารถหาโอกาสการทำงานเพื่อเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ในการบูรณาการณ์ศาสตร์ที่แตกต่างกัน บุคลากรที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่องค์กรต้องการ จึงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม และสนใจเข้ามาเรียนรู้การนำ Data Science มาประยุกต์ใช้ในงานสาย Quantitative Finance โอกาสนั้นมาถึงแล้วกับ WorldQuant Challenge จากบริษัท WorldQuant บริษัทที่นำข้อมูลมาสร้างโมเดลการลงทุน

รู้จัก WorldQuant

WorldQuant เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารสินทรัพย์โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2007 ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 600 คน ทำงานอยู่ในสำนักงานกว่า 25 แห่ง ใน 15 ประเทศ WorldQuant มุ่งเน้นในการพัฒนากลยุทธ์การลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยใช้กระบวนการวิจัย และการจัดการความเสี่ยงของบริษัทเอง สำนักงานWorldQuant ในประเทศไทยมุ่งเน้นในการทำวิจัย เพื่อสร้างโมเดลการลงทุน (ที่เรียกว่า alpha) แต่ไม่ได้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WorldQuant ได้ที่ We are WorldQuant

บทบาทของ Big Data

Big Data เป็นสิ่งที่ WorldQuant ใช้ช่วยในการตัดสินใจลงทุนมาตลอดระยะเวลาหลายปี WorldQuant ได้ลงทุนกับทีมนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วย Quantitative Researcher หรือ Quant โดยดึงเอาผู้มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และคอมพิวเตอร์จากทั่วโลกมาช่วยกันประมวลผลข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ฝ่ายลงทุน นำไปใช้ลงทุนจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (อ่านบทความฉบับเต็มได้จากที่นี่)

คุณสงกรานต์ จารุสิริสวัสดิ์ และ คุณวัชรินทร์ เหลืองวัฒนากิจ ผู้รับผิดชอบโครงการ WorldQuant Challenge ในไทย

WorldQuant Challenge โอกาสสำหรับผู้ที่สนใจด้าน Quantitative Finance

WorldQuant Challenge เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้เรียนรู้การทำงานสายการเงินด้าน Quantitative Finance โดยผู้ที่สนใจหรืออยากท้าทายตัวเอง สามารถสร้างโมเดลจำลองกลยุทธ์ในการลงทุน หรือ alpha แล้วส่งเข้ามาแข่งขันในรายการนี้ ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันมาจากทั่วโลก

การเข้าร่วมการแข่งขัน ผู้ที่สนใจเพียงแค่ลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บ WorldQuant Challenge เมื่อเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว ทางบริษัทจะมีเครื่องมือสำหรับสร้างกลยุทธ์ในการลงทุน (alpha) เอาไว้ให้เสร็จสรรพตั้งแต่ simulator บนเว็บ (WebSim) ไปจนถึงข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ และสร้างโมเดล

ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สนใจแต่ยังไม่ถนัดในการเขียนโปรแกรม หรือไม่มีความรู้ด้านการเงินการลงทุน WorldQuant ก็มีวิดีโอ tutorial สอน ให้ด้วยเช่นกัน โดยเริ่มตั้งแต่การสร้าง alpha ตัวแรก เรียกว่าขอแค่มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้เท่านั้น ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้


ตัวอย่างดาต้าสำหรับวิเคราะห์และสร้างโมเดลของผู้เข้าแข่งขัน


วิดีโอ tutorial

ทั้งนี้ การแข่งขันในโครงการ WorldQuant Challenge ไม่มีกำหนดปิดรับสมัครหรือสิ้นสุดการแข่งขัน โดยโครงการนี้จะเปิดรับผู้เข้าแข่งขันและผู้ที่สนใจหน้าใหม่เรื่อยๆ ผู้เข้าแข่งขันจึงมีโอกาสในการส่ง alpha เข้าไปได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมๆ กับการปรับปรุง และพัฒนาทักษะของตัวเองอยู่ตลอด

โดยโครงการนี้จะเปิดรับผู้เข้าแข่งขันและผู้ที่สนใจหน้าใหม่เรื่อยๆ ผู้เข้าแข่งขันจึงมีโอกาสในการส่ง alpha เข้าไปได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมๆ กับการปรับปรุง และพัฒนาทักษะของตัวเองอยู่ตลอด

ตัวอย่าง Alpha Expression และผลการ backtest บน WebSim

Alpha ที่ส่งจะได้คะแนนแตกต่างกันตามคุณภาพของ Alpha นั้นๆ โดยคะแนนของผู้เข้าแข่งขันจะเป็นคะแนนสะสมของ Alpha ทุกตัวที่ส่งตั้งแต่วันแรก และเมื่อคะแนนสะสมผ่านเกณฑ์ก็จะเปลี่ยนสถานะผู้แข่งขันไปสู่ Level ถัดไปได้แก่ เหรียญทองแดง (1,000 คะแนน), เหรียญเงิน (5,000 คะแนน) และเหรียญทอง (10,000 คะแนน) โดยผู้เข้าแข่งขันสามารถดูข้อมูลคะแนนและอันดับของตัวเองได้จาก leaderboard

ตารางคะแนนของผู้ใช้ WebSim จากทั่วโลก

อย่างที่เกริ่นไปว่า WorldQuant Challenge เป็นโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจและมีความสามารถ โดยผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับเหรียญทอง ในอนาคตจะมีสิทธิ์สมัครร่วมงานกับ WorldQuant ในตำแหน่ง Research Consultant แบบพาร์ทไทม์ ภาระหน้าที่ของ Research Consultant คือการใช้ความเชี่ยวชาญทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และความรู้ทางคณิตศาสตร์ ในการสร้าง alpha ส่งให้บริษัท แต่คราวนี้จะได้รับค่าตอบแทนขึ้นกับคุณภาพของผลงานที่ส่งเข้ามา (ตามที่ตกลงกันในสัญญา) เมื่อ alpha ของตัวเองที่ถูกนำไปใช้ในการลงทุนจริง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสมัครเข้าแข่งขันได้เลยที่ WorldQuant Challenge

ในเดือนมีนาคมนี้ (2018) WorldQuant Challenge จะจัดการแข่งขัน International Quant Championship สำหรับนิสิต นักศึกษา ศิษย์เก่า รวมทั้งอาจารย์ ให้รวมทีมกันเพื่อเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย และประเทศ ผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนนสูงมีโอกาสได้ร่วมงานกับ WorldQuant อีกด้วย รอบสุดท้ายของ International Quant Championship จะจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ในเดือนกันยายน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WorldQuant Challenge

Topics: CompetitionFinanceBig DataAdvertorial
Categories: IT News

JCB ประกาศออกบัตรเครดิตแบบจ่ายผ่าน QR ในไทย ภายในปี 2019

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 15:37

JCB เครือข่ายบัตรเครดิตจากญี่ปุ่นเตรียมออกบัตรเครดิตบนโทรศัพท์มือถือ จ่ายด้วยการสแกน QR สำหรับลูกค้าในไทย ภายในปี 2019 หรืออีกหนึ่งปีข้างหน้า

ระบบ QR มาตรฐาน ที่ใช้งานกันในประเทศไทย เป็นมาตรฐานจาก EMVco อยู่แล้ว ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะสร้าง QR ที่สามารถจ่ายได้ทั้งพร้อมเพย์, บัตรเครดิต, หรือการจ่ายผ่านแอปธนาคาร

ก่อนหน้านี้แอป GSB Pay ของธนาคารออมสินก็รองรับการจ่ายเงินด้วย QR ผ่านบัตรเครดิตเครดิตอยู่แล้ว แม้จะมีรายงานว่ามีปัญหาการเพิ่มบัตรอยู่บ้าง

ที่มา - Nikkei Asian Review

Topics: JCBThailandCredit CardJapanQR Code
Categories: IT News

กรรมการแรงงานเคาะ Google ไม่ผิดกฎแรงงาน กรณีไล่พนักงานที่ต่อต้านความหลากหลาย

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 12:26

James Damore อดีตพนักงาน Google ที่ถูกไล่ออกเพราะเขียนจดหมายเวียน แสดงความเห็นเชิงกีดกันทางเพศในที่ทำงาน นำไปสู่การตั้งคำถามว่า Google ทำผิดกฎแรงงานหรือไม่ที่ไล่เขาออกเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นเรื่องนโยบายความหลากหลายในที่ทำงานเท่านั้น

ล่าสุด NLRB หรือ US National Labor Relations Board คณะกรรมการสภาแรงงานแห่งชาติ ปัดตกข้อร้องเรียนของ Damore ที่ยื่นไปยัง NLRB ในเดือนสิงหาคม 2017 (ยื่นหลังจากถูกไล่ออก) โดย NLRB ระบุว่าเนื้อหาในจดหมายของ Damore เป็นการเลือกปฏิบัติและเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างชัดเจน

Jayme Sophir หนึ่งในสมาชิก NLRB ระบุปัญหาสำคัญในจดหมายของ Damore สองส่วน คือ คำกล่าวอ้างของ Damore ว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีอาการทางประสาท มีความกังวลสูง ส่งผลให้มีความอดทนต่อความเครียดน้อยกว่าผู้ชาย และอีกส่วนที่บอกว่า ผู้ชายมี IQ สูงกว่า

Sophir ระบุเพิ่มเติมว่า การอ้างสิทธิ์ทำนองเดียวกับจดหมาย Damore คล้ายกับคดีอื่นๆ ที่ NLRB ตัดสินว่าเป็นเรื่องเผด็จการแบ่งแยกเชื้อชาติ, เพศและการปรักปรำในที่ทำงาน แม้ Damore จะอ้างทฤษฎีทางชีววิทยามาสนับสนุนความคิดเห็นของเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นไปตามคำกล่าวอ้างของ Damore

เนื่องจากสภาแรงงานไม่ใช่ศาล คำตัดสินของสภาฯจะส่งไปให้ผู้พิพากษารับฟังคดี ก่อนจะตัดสินตามกระบวนการทางกฎหมาย

ภาพจาก Google Press

ย้อนกลับไปเดือนมกราคมที่ผ่านมา Damore และกลุ่มพนักงาน Google จำนวนหนึ่ง ฟ้อง Google ข้อหาผู้ชายผิวขาวในบริษัทถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม โดยพนักงานที่แสดงความคิดเห็นเบี่ยงเบนจากมุมมองส่วนใหญ่ใน Google จะถูกตำหนิและลงโทษ ถือเป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมายของพวกเขา โดยคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาล อ่านรายละเอียดจดหมายเวียนและข่าวเก่าได้ที่ 1, 2

ที่มา - Ars Technica

Topics: GoogleGenderLawLabour
Categories: IT News

Daimler อาจถูกลงโทษฐานใช้ซอฟต์แวร์โกงผลทดสอบมลพิษในรถด้วย

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 12:16

Diamler บริษัทแม่ของรถยนต์ค่าย Mercedes-Benz กำลังถูกหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐและเยอรมนีสอบสวน กรณีรถยนต์ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน

ล่าสุดหนังสือพิมพ์ Bild ของเยอรมนีรายงานอ้างอิงเอกสารลับระบุว่า จากการสอบสวนของหน่วยงานของสหรัฐ มีการพบว่ารถยนต์ของ Daimler มีการใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วยโกงผลทดสอบมลพิษ คล้ายๆ กับกรณีของ Volkswagen อาทิ ซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจจับว่ารถยนต์กำลังถูกทดสอบอยู่หรือไม่ จากแพทเทิร์นต่างๆ อย่างความเร่งหรือความเร็ว

ด้าน Daimler ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีนี้ ระบุแต่เพียงการให้คำมั่นในการรักษาความลับกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐและพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอย่างเต็มที่

ที่มา - Reuters

Topics: DaimlerMercedes-BenzAutomobile
Categories: IT News

อ่อนแอก็เลิกไป Wikimedia Foundation ประกาศเลิกโครงการ Wikipedia Zero แล้ว

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 11:30

หลังจากที่ Wikimedia Foundation มูลนิธิหลักที่ดูแล Wikipedia เปิดให้บริการ Wikipedia Zero บริการเข้าถึง Wikipedia สารานุกรมออนไลน์ฟรีโดยไม่คิดค่าอินเทอร์เน็ตผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย (แบบเดียวกับ Free Basics ของ Internet.org ซึ่งประเทศไทยมีเครือข่ายอย่าง DTAC เข้าร่วม) มาตั้งแต่ปี 2012 ล่าสุด มูลนิธิออกมาประกาศเลิกโครงการดังกล่าวแล้ว

เหตุผลสำคัญคือผู้ให้บริการโทรศัพท์หลายเจ้าถอนตัวออกจากโครงการไป และผู้ให้บริการรายอื่นก็ไม่สนใจในโครงการดังกล่าว แถลงการณ์ระบุว่าปัจจัยหนึ่งคือค่าบริการอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือที่ถูกลงเรื่อยๆ ความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม แต่สำคัญที่สุดคือการรับรู้จากสาธารณะที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ทางมูลนิธิเลือกที่จะผลักดันการเข้าถึงผ่านช่องทางอื่นแทน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือสัญญาที่ตกลงกันไว้กับผู้ให้บริการต่างๆ จะหมดอายุลงภายในปีนี้ รวมถึงไม่รับผู้ให้บริการรายใหม่ๆ เข้ามาในโครงการอีก

ที่มา - Wikimedia Foundation ผ่าน Engadget

ภาพจาก Wikimedia Foundation โดย Zack McCune (CC BY-SA 4.0)

Topics: WikipediaWikimedia Foundation
Categories: IT News

เบอร์โทรพิธีกรออสเตรเลียหลุดหลังสมัคร PayID, ผู้ให้บริการแจง ถ้ากังวลความเป็นส่วนตัวให้ใช้เลขบัญชี

Blognone - Mon, 19/02/2018 - 11:24

หมายเลขโทรศัพท์ของ Sarah Wilson ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการ MasterChef Australia ถูกพบโดยวิศวกรซอฟต์แวร์ของบริษัท Streamee หลังไล่สุ่มเลขเบอร์โทรศัพท์ในระบบ PayID ไปเรื่อยๆ

PayID เป็นระบบโอนเงินทันทีที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้หลังจากพัฒนามาหลายปี

บริษัท NPPA ผู้ให้บริการ PayID ออกจดหมายชี้แจง ระบุว่าหมายเลขโทรศัพท์นี้ไม่สามารถใช้ถอนเงินได้, การแสดงชื่อจริงจำเป็นสำหรับการโอนเงินเพื่อลดความผิดพลาด, และการลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์เป็นกับ PayID เป็นการใ้หสิทธิ์ทาง PayID ในการแสดงข้อมูลเพื่อให้บริการ

อย่างไรก็ดีระบบ PayID นั้นรองรับหมายเลขบัญชี และทาง NPPA ก็แนะนำว่าหากใครที่กังวลความเป็นส่วนตัวให้ใช้หมายเลขบัญชีแทนได้ โดยได้รับสิทธิ์ประโยชน์เท่าเทียมกัน

ในบรรดาการอัพเกรดโครงสร้างการจ่ายเงินระดับชาติ มีเพียงพร้อมเพย์ของไทยเพียงชาติเดียวที่ไม่สามารถใช้เลขบัญชีได้

ที่มา - The Register, NPPA

Shoutout to Sarah Wilson who’s mobile number I now know just by entering random characters @npp_aus @PayID_Australia pic.twitter.com/N8QCCGwtn0

— Anthony “

Categories: IT News

AMD ให้ยืมซีพียูฟรี หากเมนบอร์ดบูต Ryzen APU ใหม่ไม่ขึ้น

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 21:08

เอเอ็มดีเปิดตัว AMD Ryzen APU ชุดใหม่ที่เพิ่มส่วนกราฟิก Vega มาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลูกค้าสามารถใส่ซีพียูลงเมนบอร์ด AM4 ได้โดยไม่ต้องซื้อเมนบอร์ดใหม่ ปัญหาคือบอร์ดบางรุ่นต้องอัพเดตเฟิร์มแวร์ก่อนจึงจะบูตด้วย APU เหล่านี้ได้ ตอนนี้ทางเอเอ็มดีก็มีทางออกสำหรับคนที่ซื้อเครื่องใหม่แล้วไม่มีซีพียูมาบูตเพื่ออัพเดตไบออส คือ ให้ยืมซีพียูไปบูตเครื่องก่อนได้

เอเอ็มดีเรียกซีพียูที่ให้ยืมนี้ว่า "boot kit" เป็น A6-9500 โดยผู้ใช้ต้องลงทะเบียนทางหน้าประกันของเอเอ็มดี แล้วแจ้งว่าจำเป็นต้องใช้ boot kit จะได้รับข้อความยืนยันทางอีเมล

ตัวซีพียูต้องส่งคืนหลังใช้งานเสร็จ แต่ทางเอเอ็มดีส่งฮีตซิงก์มาด้วย และไม่ต้องส่งคืนไปพร้อมกันแต่อย่างใด การขอ boot kit นี้เป็นขั้นสุดท้าย ทางเอเอ็มดีระบุไว้ว่าขอความช่วยเหลือจากร้านค้าปลีกได้ก่อน และร้านจำนวนหนึ่งอาจจะไม่คิดค่าบริการแต่อย่างใด

ที่มา - ArsTechnica

Topics: AMDAPU
Categories: IT News

VS Code ออกเวอร์ชัน 1.20 เลือกและจัดการไฟล์ในแถบ Explorer ได้ทีละหลายไฟล์, รองรับ Git submodule

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 15:40

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตให้ Visual Studio Code ตัวแก้ไขโค้ดฉบับโอเพนซอร์สครั้งใหญ่ขยับเลขรุ่นเป็น 1.20

ของใหม่ที่น่าสนใจที่เพิ่มเข้าในอัพเดตนี้อย่างแรกคือ การปรับปรุงแถบ Explorer ให้สามารถเลือกไฟล์ได้ทีละหลายไฟล์ ด้วยการใช้คีย์ Ctrl/Cmd หรือ Shift + การคลิกเมาส์ ช่วยให้สามารถลบ/ลากเพื่อย้ายโฟลเดอร์ทีละหลายไฟล์ หรือจะลากเพื่อนำไฟล์ทั้งชุดไปเปิดบนแถบ editor ใหม่ก็ทำได้

และหากเลือกไฟล์ขึ้นมาเพียงสองไฟล์ก็จะสามารถใช้คำสั่ง Compare Selected บนเมนูคลิกขวาเพื่อช่วยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองไฟล์ที่เลือกได้อย่างรวดเร็ว

และสำหรับนักพัฒนาที่เลือกใช้ Git เป็น Source Control อัพเดตนี้ได้เพิ่มการรองรับ Git submodule หรือการใช้ Git repositories ย่อยซึ่งอยู่ภายใต้ repository หลักอีกที โดย VS Code เวอร์ชันนี้จะเริ่มรองรับการใช้คำสั่งพื้นฐานเช่น stage, unstage หรือ discard change กับตัว submodule เมื่อทำงานอยู่บน repository หลัก

ส่วนการปรับปรุงอื่นๆ ที่ไมโครซอฟท์ยกให้เป็นไฮไลท์ของการอัพเดตครั้งนี้มีดังนี้ (หรือเข้าไปชมวิดีโอไฮไลท์ได้ที่นี่ครับ)

  • ปรับปรุงการค้นหาในหน้า Settings ให้สามารถค้นหาการตั้งค่าต่างๆ ด้วยภาษาธรรมชาติ ต่างจากเดิมที่กรองผลการค้นหามาให้เฉพาะคำที่ตรงกันเท่านั้น
  • ช่วยแสดงผลไฟล์ที่พบ error หรือ warning ในแถบ Explorer ด้วยสี
  • ปรับปรุงให้สามารถบันทึกไฟล์ที่ต้องใช้สิทธิแอดมินโดยจะแสดงตัวเลือก Retry as Admin... ให้อัตโนมัติ, แก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่สามารถบันทึกไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 256 MB ได้
  • เปิดให้ผู้ใช้สร้าง Global snippets ช่วยให้สามารถกำหนด code snippet ที่สามารถใช้งานกับไฟล์โค้ดที่เขียนขึ้นมาคนละภาษาได้ (ตัวอย่างเช่น snippet ที่ช่วยเติมข้อความสงวนลิขสิทธิ์แปะไว้บนเฮดเดอร์ของไฟล์ JavaScript หรือ TypeScript)
  • ปรับปรุงตัวพรีวิวรูปภาพให้สามารถซูมเข้าหรือซูมออกได้
  • ปรับปรุง Terminal ให้รองรับโปรแกรม screen reader เพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาการมองเห็น ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าด้าน accessibility เพิ่มเติมได้ด้วยการกดคีย์ลัด Alt + F1
  • ปรับปรุงการดีบักสำหรับ Multi-root workspaces โดยเปิดให้สามารถรวบรวมการตั้งค่าการดีบักสำหรับโปรเจ็กต์แต่ละโฟลเดอร์ไว้ภายใน workspace ที่กำลังทำงานอยู่ที่เดียว (ตัวอย่างเช่นการตั้งค่าเพื่อสั่ง launch โปรเจ็กต์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์และฝั่งไคลเอนต์ในคราวเดียวกัน)
  • ปรับปรุง Quick Fix ให้ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดแบบเดียวกันที่พบ ณ ตำแหน่งอื่นภายในโค้ด JavaScript และ TypeScript ด้วยการคลิกที่หลอดไฟหน้าโค้ดจากนั้นเลือก Fix all in file
  • เพิ่มเอกสารแนะนำการ deploy Node.js ด้วย Docker และการ deploy ขึ้น Azure App Service

การปรับปรุงข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการอัพเดตครั้งนี้เท่านั้น รายละเอียดทั้งหมดสามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ลิงก์ที่มาท้ายข่าวครับ

ที่มา - Visual Studio Code

Topics: Visual StudioDevelopmentMicrosoft
Categories: IT News

วงการ ICO จีนเติบโตครบวงจร รับจ้างเขียน Whitepaper, รับจ้างปลอมประวัติทีมงาน, บริการจัดระดมทุน

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 14:36

การระดมทุน ICO ได้รับเงินจำนวนมากไปหลายรายการในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา ปรากฎว่าในจีนเองก็มีการระดมทุนอยู่มากเช่นกัน แม้ธนาคารกลางจีนจะสั่งห้ามแต่ก็มีความพยายามใช้ระดมทุนผ่านช่องทางอ้อมๆ อย่างต่อเนื่อง วงการนี้ยังคงเติบโตถึงขั้นมีบริการครบวงจรสำหรับผู้ที่ต้องการจัดระดมทุน

บริการจัดระดมทุน ICO โผล่ขึ้นบน Taobao นับสิบรายการ เช่น ราคาค่าเขียน Whitepaper อยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท เมื่อผู้สื่อข่าว Beijing News เข้าไปสอบถามรายละเอียดกับผู้ให้บริการายหนึ่ง ก็ได้คำชี้แจงว่ามีบริการปลอมประวัติทีมงานให้ด้วย โดยทีมงานจะหารูปที่ไม่สามารถค้นเจอผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และปลอมประวัติว่าเคยจบมหาวิทยาลัยดัง หรือเคยทำงานบริษัทดังมาก่อน

ผู้ให้บริการบางรายรับพัฒนา smart contract เพื่อจัดระดมทุนบน Ethereum ให้ด้วย นับว่าจบในที่เดียว โดยบริการเหล่านี้หลบเลี่ยงการบล็อคของรัฐบาลทด้วยการจดทะเบียนนอกจีน

ที่มา - Coindesk

Topics: Initial Coin OfferingChina
Categories: IT News

กลับสู่พื้นฐาน - Facebook จะใช้ไปรษณียบัตรยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาการหาเสียง เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในอเมริกาจริงๆ

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 14:33

Facebook ยังคงเดินหน้าปรับปรุงระบบโฆษณา หลังจากมีประเด็นบัญชีปลอมทำการซื้อโฆษณาหาเสียงในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยแนวทางล่าสุดนั้นเป็นการกลับไปสู่พื้นฐาน โดยผู้ซื้อโฆษณาที่เป็นการหาเสียงแบบระบุชื่อบุคคล จะต้องทำการยืนยันตัวตนว่าอยู่ในสหรัฐจริง

วิธีการยืนยันก็คือ Facebook จะจัดส่งไปรษณียบัตรซึ่งมีรหัสยืนยันตัวตนระบุอยู่ ผู้ซื้อโฆษณาต้องกรอกรหัสนี้และยืนยันกลับมาจึงจะสามารถเปิดใช้โฆษณาได้ ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวจะมีผลเฉพาะโฆษณาที่ระบุชื่อผู้สมัครหาเสียงเท่านั้น ไม่มีผลกับโฆษณาที่พูดถึงวาระทางการเมืองทั่วไป

Katie Harbath หัวหน้าฝ่าย Policy ของ Facebook บอกว่าวิธีการนี้คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยป้องกันบัญชีปลอมนอกสหรัฐได้ในระดับหนึ่ง

Facebook บอกว่าระบบดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ภายในปีนี้ และจะมีผลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในช่วงปลายปี

ที่มา: Reuters

Topics: FacebookAdvertisingUSA
Categories: IT News

กองทัพอากาศสหรัฐจ่ายเงินรางวัลไปกว่า 1 แสนดอลลาร์ จากงานอีเวนท์ค้นหาช่องโหว่

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 11:25

กองทัพอากาศสหรัฐร่วมกับ HackerOne ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหาบั๊คจัดงาน Hack the Air Force 2.0 เป็นเวลา 20 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์เจาะระบบของกองทัพอากาศและค้นหาช่องโหว่ต่างๆ โดยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันแรกของงาน กองทัพอากาศได้จัดเป็นอีเวนท์ให้แฮกเกอร์ได้แฮกกันสดๆ ในงานเป็นครั้งแรกด้วย

กองทัพอากาศสหรัฐเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการค้นพบช่องโหว่ไปแล้วทั้งหมด 106 ช่องโหว่และกองทัพอากาศจ่ายเงินรางวัลไปแล้วกว่า 103,883 ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันที่ 9 ที่เป็นการจัดงานสด มีการพบช่องโหว่มากถึง 55 ช่องโหว่และแฮกเกอร์ที่พบช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุด ได้เงินรางวัลไปถึง 12,500 ดอลลาร์

ด้าน HackerOne ระบุว่าที่ผ่านมาการแฮกเพื่อหาช่องโหว่มักทำแบบรีโมทมาโดยตลอด และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการจัดงานแฮกให้ดูกันสดๆ ด้วย ขณะที่ HackerOne ร่วมงานกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2016 และจัดงาน Hack the Air Force ครั้งแรกในปีที่แล้ว โดยมีการจ่ายเงินรางวัลไป 133,400 ดอลลาร์

ที่มา - eWeek

Topics: HackerOneHackingUSA
Categories: IT News

Telegram ระดมทุนขายเหรียญนำเงินไปพัฒนาบล็อกเชน ตั้งเป้า 1,200 ล้านดอลลาร์ พรีเซลได้แล้วเกินครึ่ง

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 08:27

Telegram ผู้ให้บริการแชทเตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มบล็อกเชนและสกุลเงินคริปโตของตัวเองในชื่อ Gram เพื่อเอาไว้ใช้กับระบบจ่ายเงินบนแพลตฟอร์ม รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ บางอย่างในอนาคต

เพื่อการหาเงินมาทำแพลตฟอร์มนี้ Telegram ก็จะระดมทุนโดยการขายเหรียญครั้งแรกหรือ ICO ตั้งเป้าไว้ที่ 1,200 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดของประวัติการ ICO ซึ่งจะมีการพรีเซลให้กับ VC หรือนักลงทุนรายใหญ่บางรายก่อน โดยตั้งเป้าหมายการขายเหรียญในช่วงพรีเซลไว้ที่ 600 ล้านดอลลาร์ และการขายเหรียญต่อสาธารณะจะเริ่มต้นในเดือนมีนาคม

การระดมทุนครั้งนี้ Telegram เผยว่ามีโครงการที่ทำมากกว่าเป็นการหาเงินให้บริการแชท เช่น

  • ระบบเก็บไฟล์แบบกระจายตัวเหมือน Dropcoin
  • บริการพร็อกซี่สำหรับการสร้างบริการ VPN แบบไร้ศูนย์กลาง และสภาพแวดล้อมการใช้งานเครือข่ายแบบปลอดภัยลักษณะคล้าย TOR บนบล็อกเชน
  • บริการสำหรับแอพไร้ศูนย์กลาง, smart contracts และการท่องเว็บแบบไร้ศูนย์กลาง
  • ระบบจ่ายเงินสำหรับการจ่ายเงินจำนวนไม่มาก และธุรกรรมทางการเงินระหว่างบุคคล

ระบบบล็อกเชนของ Telegram นี้จะใช้ชื่อว่า Telegram Open Network (TON) ซึ่งจะเป็นระบบเบื้องหลังของการทำงานฟีเจอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ และ Telegram ก็จะเปิดให้เแอพโซเชียบเน็ตเวิร์คหรือแอพส่งข้อความอื่น ๆ เข้ามาร่วมใช้ได้ด้วยเช่นกัน นักพัฒนาคนอื่นสามารถพัฒนาแอพบน TON ได้ โดยตั้งเป้าจะเป็นเกตเวย์ของโครงการที่พัฒนาบนบล็อกเชน

Telegram จะสร้าง Gram ขึ้นมาทั้งหมด 5 พันล้านโทเคน โดยวางแผนจะใช้งานตามนี้

  • 10% จะเก็บเป็นเงินเพื่อเอาไว้กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม
  • 4% เป็นค่าตอบแทนทีมนักพัฒนา
  • 42% เก็บไว้เป็น TON Reserve ในช่วงต้นของโครงการเพื่อปกป้องความไม่แน่นอนจากการเทรดสกุลเงินใหม่นี้ และเพื่อคงความยืดหยุ่นในช่วงเริ่มโครงการ
  • 44% จะสามารถเทรดได้

Pavel Durov ซีอีโอ Telegram ในงาน TechCrunch Disrupt Europe Berlin 2013 ภาพจาก Wikimedia (CC BY 2.0)

การพรีเซลนี้ Telegram กำหนดว่านักลงทุนรายใหญ่จะต้องมีเงินอย่างน้อย 20 ล้านดอลลาร์ในการลงทุน โดยการขายสู่รายย่อยจะอยู่ที่โทเคนละ 0.97 ดอลลาร์ แต่สำหรับนักลงทุนรายใหญ่มีรายงานว่าบางรายซื้อเพียง 0.31 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งก็จะมีเงื่อนไขว่า Telegram จะล็อกไม่ให้ขายโทเคนเป็นเวลาตั้งแต่ 3-18 เดือน (ขึ้นกับว่าลดให้เยอะแค่ไหน และอาจจะล็อกเพียงบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้)

Telegram วางแผนการปล่อยผลิตภัณฑ์จากการระดมทุนไว้ดังนี้

  • Q1 2018: เปิดให้ใช้งาน secure ID
  • Q2 2018: ทดสอบ MVP ของ TON
  • Q3 2018: ทดสอบและตรวจสอบความปลอดภัยของ TON
  • Q4 2018: เริ่มดีพลอย TON เวอร์ชันที่เสถียร, เปิดให้ใช้งาน Telegram wallet
  • Q1 2019: เริ่มเปิดให้ใช้ระบบ economy ของ TON ใน Telegram
  • Q2 2019: บริการ TON, บริการเก็บข้อมูล และพร็อกซี่เปิดให้บริการ

Bloomberg รายงานว่า Telegram ได้เปลี่ยนเป้าหมายภายหลังเนื่องจากมีความสนใจซื้อโทเคนจำนวนมาก โดยคาดว่าการพรีเซลจะขายได้ 850 ล้านดอลลาร์ ส่วนการขายให้รายย่อยเพิ่มเป็น 1,150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้การระดมทุนครั้งนี้มียอดเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ และตอนนี้การพรีเซลก็เสร็จสิ้นแล้ว Telegram สามารถระดมเงินได้ 850 ดอลลาร์ตามเป้า ส่วนการขายให้รายย่อยจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ก็จะต้องรอดูกันต่อไปว่า Telegram จะสามารถระดมทุนได้ตามเป้าหรือไม่

ที่มา - Bloomberg, SEC, TechCrunch ((1), (2), (3))

Topics: TelegramInitial Coin OfferingBlockchainCryptocurrency
Categories: IT News

ใกล้ความจริง Waymo ได้ใบอนุญาตให้บริการ "เรียกรถ" เชิงพาณิชย์ในรัฐแอริโซนา

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 07:45

ใกล้ความจริงเข้ามาเรื่อยๆ กับการเปิดบริการเรียกรถยนต์ไร้คนขับของ Waymo ที่ประกาศไว้ว่า "ภายในปีนี้"

ล่าสุด Waymo ได้รับใบอนุญาตจากรัฐแอริโซนาให้ดำเนินธุรกิจ "เครือข่ายขนส่ง" (transportation network company) แล้ว นั่นแปลว่า Waymo สามารถทำธุรกิจบริการรถยนต์แบบเดียวกับ Uber ได้ เพียงแต่รถยนต์ของ Waymo จะไม่มีคนขับเลย

Waymo ทดสอบบริการของตัวเองในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนามาได้สักระยะแล้ว แต่เป็นบริการฟรีไม่คิดเงิน การได้รับใบอนุญาตจะทำให้ Waymo สามารถให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ เก็บเงินลูกค้าได้ และก่อนหน้านี้ Waymo เพิ่งสั่งซื้อรถมินิแวน Chrysler Pacificas จำนวนเป็นพันคันเพื่อเตรียมเปิดบริการจริง

ที่มา - Quartz

Topics: WaymoSelf-Driving CarTransportation
Categories: IT News

กูเกิลเผย เว็บไซต์ที่ถูก Chrome บล็อคโฆษณา มีเพียงแค่ 1% ของเว็บไซต์ยอดนิยม

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 07:36

หลัง Chrome เริ่มเปิดใช้งานตัวบล็อคโฆษณา เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยรูปแบบการบล็อคโฆษณาคือ "บล็อคทั้งไซต์" ที่ถูกกูเกิล blacklist เอาไว้เท่านั้น (ผู้ใช้ไม่มีสิทธิเลือกบล็อคเอง)

โฆษกของกูเกิลให้ข้อมูลกับ Wired ว่า เว็บไซต์ที่ถูกบล็อคมีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น โดยจาก 100,000 เว็บไซต์ยอดนิยมสูงสุดในอเมริกาเหนือและยุโรป มีเพียง 1% ที่เข้าข่ายถูกบล็อคโฆษณา

อย่างไรก็ตาม กูเกิลเปิดเผยว่าก่อนวันดีเดย์ 15 กุมภาพันธ์ กูเกิลได้แจ้งเตือนเว็บไซต์ที่เข้าข่ายถูก blacklist ล่วงหน้าแล้ว และมีเว็บไซต์ 42% ที่ปรับแก้จนผ่านเกณฑ์ของกูเกิล ทำให้รอดจากการถูก blacklist มาได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเว็บไซต์ข่าวชื่อดังอย่าง Forbes, LA Times, Chicago Tribune ด้วย

กูเกิลเคยประกาศเอาไว้ว่า เป้าหมายของระบบบล็อคโฆษณาของ Chrome คือกระตุ้นให้เว็บไซต์ลดจำนวนโฆษณาลงให้อยู่ในระดับที่ไม่สร้างความรำคาญแก่ผู้ใช้ ไม่ใช่การบล็อคโฆษณาทั้งหมดไม่ให้ถูกแสดงเลย

ที่มา - Wired

Topics: ChromeAd BlockingGoogleBrowser
Categories: IT News

อินเทลขยายโครงการรายงานช่องโหว่ได้รางวัล ช่องโหว่แบบเดียวกับ Meltdown/Spectre รางวัลสูงสุด 250,000 ดอลลาร์

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 03:11

ช่องโหว่ Meltdown/Spectre ถูกพบมาตั้งแต่กลางปี 2017 และกลายเป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้เป็นวงกว้าง สัปดาห์ที่ผ่านมาอินเทลก็ออกมาปรับนโยบายโครงการรายงานช่องโหว่ (bug bounty) เพื่อให้ครอบคลุมช่องโหว่ประเภทนี้แล้ว

Meltdown/Spectre เป็นกลุ่มการโจมตีโดยใช้ข้อมูลข้างเคียง (side-channel attack) คือระยะเวลาการเข้าถึงแคชเพื่อหาข้อมูลจากตำแหน่งอื่น ที่ปกติแล้วซอฟต์แวร์ไม่มีสิทธิ์อ่าน การโจมตีโดยใช้ข้อมูลข้างเคียงนี้ยังมีข้อมูลอื่นๆ ตั้งแต่เสียงพัดลม, ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

การขยายโครงการของอินเทล จะยอมรับการโจมตีโดยใช้ข้อมูลข้างเคียง เฉพาะที่ต้นเหตุอยู่ที่ฮาร์ดแวร์อินเทลเองเท่านั้น และต้องโจมตีด้วยซอฟต์แวร์ได้ ดังนั้นจะครอบคลุม Meltdown/Spectre แต่ไม่ครอบคลุมการสังเกตการไฟฟ้าของเซิร์ฟเวอร์ ความพิเศษของโครงการนี้คือตอนนี้อินเทลจำกัดเวลาไว้เฉพาะในปี 2018 เท่านั้น แต่จำนวนเงินกลับสูงกว่ารางวัลรายงานช่องโหว่อื่นๆ โดยระดับต่ำสุดเริ่มต้นที่ 5,000 ดอลลาร์ เทียบกับรางวัลปกติ 2,000 ดอลลาร์ และขึ้นไปถึง 250,000 ดอลลาร์

นอกจากการเพิ่มหมวดรางวัลใหม่แล้ว โครงการรายงานช่องโหว่ทั้งหมด ยังเปิดกว้างให้นักวิจัยภายนอกรายงานช่องโหว่เพื่อรับรางวัลได้ ไม่ต้องได้คำเชิญล่วงหน้าเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ที่มา - Intel

Topics: IntelBug Bounty
Categories: IT News

อินเทลสร้างชิพควอนตัมที่ทำจาก “ซิลิคอน” ขนาด 2 คิวบิตสำเร็จแล้ว

Blognone - Sun, 18/02/2018 - 02:25

ชิพคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ในงานวิจัย คือชิพแบบ superconducting ที่บริษัทใหญ่ๆ อย่างกูเกิล, IBM, และอินเทลกำลังวิจัยสร้างอยู่ และชิพแบบ trapped ion ที่ใช้เลเซอร์ในการดักจับไอออนและแก้ไขสถานะของคิวบิต

แต่โลกของการวิจัยชิพควอนตัมก็ไม่ได้จบอยู่ที่สองแบบนี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ อินเทลเคยประกาศไว้ว่ากำลังวิจัยชิพที่ทำจากซิลิคอนด้วยเช่นกัน โดยเชื่อว่าชิพซิลิคอนนี้จะมีขนาดเล็กกว่าชิพแบบอื่นเมื่อมีจำนวนคิวบิตเท่ากัน สามารถคงสถานะของคิวบิตได้นานกว่า สามารถทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่าชิพแบบ superconducting ได้ และที่สำคัญคือ อินเทลมี know-how ในการสร้างชิพจากซิลิคอนอยู่แล้วด้วย

ซิลิคอนเวเฟอร์ที่ใช้ในชิพควอนตัมของอินเทล (ภาพโดย Intel)

ล่าสุด อินเทลร่วมกับนักวิจัยจาก Delft University of Technology และ University of Wisconsin-Madison ก็ได้ตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับการทดสอบชิพคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 2 คิวบิตที่ทำจากซิลิคอนแล้ว โดยชิพดังกล่าวจะใช้สมบัติ “สปิน” ของอนุภาคแทนสถานะ superposition ของคิวบิต และยิงคลื่นไมโครเวฟเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะของมัน (ลองดูคลิปสาธิตประกอบท้ายข่าวได้ครับ)

ชิพซิลิคอนที่ว่านี้ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถประมวลผลอัลกอริทึม Deutsch-Josza (อัลกอริทึมควอนตัมที่ใช้ทดสอบฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์) และอัลกอริทึม Grover ได้ (อัลกอริทึมควอนตัมที่ใช้ค้นหาข้อมูลที่ไม่มีการจัดเรียงใดๆ)

หากสนใจจะศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วได้ที่ Nature ครับ

ที่มา - Intel Newsroom, MIT Technology Review, Gizmodo, งานวิจัยตีพิมพ์ใน Nature

ปล. อันที่จริง มีงานวิจัยเกี่ยวกับชิพซิลิคอนอีกชิ้นนึงที่ตีพิมพ์ในวันเดียวกันกับของอินเทลด้วย แต่อันนี้ผมไม่พูดถึงละกันครับ อ่านแล้วงง =_=

Topics: IntelQuantum ComputerChipProcessorResearch
Categories: IT News
Syndicate content