IT News

Elon Musk บอก “ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ระทมทุกข์ที่สุดในชีวิตการทำงานของผม”

Blognone - Sat, 18/08/2018 - 06:37

วันก่อน Elon Musk ได้ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times เกี่ยวกับชีวิตการทำงานของเขา และได้พูดถึงประเด็นที่จะนำ Tesla ออกจากตลาดหุ้นด้วย โดย The New York Times ระบุว่าระหว่างการสัมภาษณ์ Elon พูดไม่ออกหลายครั้งเพราะรู้สึกมีอารมณ์ถาโถมเข้ามา

Elon Musk บอกว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ยากลำบากและเจ็บปวดที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา และมันทำให้เขาระทมทุกข์มาก ("It was excruciating.") เขาเปิดเผยว่าใช้เวลา 24 ชั่วโมงเต็มในวันเกิดปีที่ 47 ของเขาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมาในออฟฟิศ Tesla แบบที่ไม่มีเพื่อนหรือใครเลย อีกทั้งยังเคยอยู่โรงงานติดต่อกัน 3 หรือ 4 วัน ซึ่งทำให้เขาไม่มีโอกาสไปเจอลูกๆ หรือเพื่อนใดๆ

ภาพโดย Maurizio Pesce

นอกจากนี้ยังเคยเกือบพลาดงานแต่งงานของ Kimbal Musk น้องชายแท้ๆ ของเขา โดยเขาบินตรงจากโรงงานไปถึงงานแต่งงานที่แคว้นกาตาลุญญา (Catalonia) ประเทศสเปนก่อนงานเริ่มเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น และหลังงานจบก็บินกลับสำนักงานใหญ่ของ Tesla ทันที

แน่นอนว่าการทำงานหนักขนาดนี้ย่อมมีสิ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงนั่นคือสุขภาพ โดยเมื่อถูกถามเรื่องนี้ Elon ตอบว่าสุขภาพของเขาไม่ค่อยดีนัก ซึ่งก็มีเพื่อนบางคนก็กังวลเรื่องนี้อยู่บ้าง และเขายังเปิดเผยว่าใช้ยานอนหลับ Ambien อยู่ด้วย Elon บอกว่าเขามักต้องเลือกว่าจะไม่นอนหรือกินยาให้หลับ โดย The New York Times ระบุว่ามีแหล่งข่าวให้ข้อมูลว่าสมาชิกบอร์ดบางคนก็กังวลกับเรื่องการใช้ยาเช่นกัน

Elon ยังได้เล่าถึงเหตุการณ์อันโด่งดังล่าสุด ที่เขาทวีตเรื่องการนำ Tesla ออกจากตลาดหุ้น ว่าวันนั้นเขากำลังขับรถ Tesla Model S ไปสนามบิน และได้ตัดสินใจทวีตว่าอยากนำ Tesla ออกจากตลาดหุ้น และมีเงินทุนพร้อมแล้ว ซึ่ง Elon บอกว่าไม่มีใครได้รีวิวหรือเห็นทวีตนั้นก่อนเขาจะกดส่ง จากนั้นเขาก็ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวไปโรงงานที่รัฐเนวาดา ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่าสร้างความแปลกใจให้ทุกคน รวมถึงราคาหุ้น Tesla ก็พุ่งขึ้นถึง 11% และในคืนวันนั้นเขาได้บินกลับมา San Francisco พร้อมเรียกประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้

Am considering taking Tesla private at $420. Funding secured.

— Elon Musk (@elonmusk) August 7, 2018

เขาระบุว่าเขาไม่เสียใจที่ทวีตแบบนั้นออกไป หลังมีข่าวว่า ก.ล.ต. ของสหรัฐอเมริกาสอบสวนว่าเข้าข่ายปั่นหุ้นหรือไม่ อีกทั้งตอนนี้ราคาหุ้น Tesla ลดลงต่ำกว่าก่อนจะทวีตด้วยซ้ำ และเขาจะไม่หยุดเล่นทวิตเตอร์ด้วย แม้จะมีข่าวลือว่าสมาชิกบอร์ดบางคนเสนอให้เขาเลิกเล่นก็ตาม

Tesla ต้องการแบ่งเบางานของ Elon โดยการหาหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ หรือซีโอโอ เพื่อมารับผิดชอบงานบางส่วนที่ Elon ถืออยู่ โดย Elon ระบุว่าสองสามปีที่แล้วบริษัทเคยทาบทาม Sheryl Sandberg ของ Facebook เพื่อมารับตำแหน่งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม Elon ปฏิเสธว่าตอนนี้เขาไม่ทราบว่ากำลังหาคนมารับตำแหน่งนี้อยู่ สวนทางกับแหล่งข่าวของ The New York Times ที่ระบุว่า Tesla กำลังหาคนมารับตำแหน่งนี้อย่างจริงจัง

สุดท้าย Elon Musk บอกว่าเขานึกว่าจุดที่แย่ที่สุดนั้นจบลงแล้วหลังอัตราการผลิต Model 3 ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่จริงๆ แล้วนั่นคือการมองที่ Tesla อย่างเดียว ซึ่งเขาระบุว่าสำหรับชีวิตส่วนตัวของเขา ความเจ็บปวดที่แย่ที่สุดกำลังจะเริ่มต้นเท่านั้น

ที่มา – The New York Times

ภาพโดย Brian Kalayanamitr

Topics: Elon MuskTesla Motors
Categories: IT News

Sony ประกาศมือถือรุ่นที่ได้รับอัพเดต Android 9 Pie เรือธงได้อัพเดตเดือนพฤศจิกายน

Blognone - Sat, 18/08/2018 - 03:43

หลังจากที่ปล่อย Android 9 Pie ได้ไม่นานก็เริ่มมีแบรนด์ต่างๆออกมาประกาศมือถือในแบรนด์ตัวเองที่ได้ไปต่อโดยในตอนนี้มี Essential, HTC และ Motorola ที่ประกาศออกมาเป็นทางการ

ถึงคิวของโซนี่ที่ประกาศรุ่นที่จะได้อัพเดตเป็น Android 9 Pie และเป็นแบรนด์ที่ 4 ที่ประกาศออกมาในตอนนี้

โซนี่ปล่อยชื่อรุ่นที่จะได้ Android 9 Pie ออกมา 9 รุ่น โดย 6 รุ่นแรกจะได้อัพเดตในเดือนพฤศจิกายนของปีนี้ มีรุ่นดังต่อไปนี้

  • Xperia XZ2
  • Xperia XZ2 Premium
  • Xperia XZ2 Compact
  • Xperia XZ1
  • Xperia XZ1 Compact
  • Xperia XZ Premium

ส่วนอีก 3 รุ่นที่จะกล่าวข้างล่างนี้จะได้รับอัพเดตภายในต้นปี 2562 โดยมีรุ่นดังต่อไปนี้

  • Xperia XA2
  • Xperia XA2 Ultra
  • Xperia XA2 Plus

ที่มา - Android Police

ภาพจาก Aaron Yoo บน Flickr

Topics: XperiaSonyAndroid PieAndroidMobile
Categories: IT News

ARM คาดประสิทธิภาพของ Cortex-A76 คำนวณจำนวนเต็มแรงเท่า Core i5-7300U แต่กินพลังงานแค่ 1 ใน 3

Blognone - Sat, 18/08/2018 - 02:26

ARM เปิดตัว Cortex-A76 มาตั้งแต่กลางปีโดยระบุแต่ต้นว่าจะมีประสิทธิภาพระดับแล็ปท็อป ตอนนี้ก็มีการคาดการณ์ (forward-looking) ว่าสินค้าที่ออกมาจริงจะมีประสิทธิระดับเดียวกับซีพียู Intel Core i5-7300U ขณะทำงานในโหมด Turbo เมื่อวัดประสิทธิภาพด้วย SPECint 2006 แต่กินพลังงานเพียง 5 วัตต์ ขณะที่ Core i5 กินพลังงาน 15 วัตต์

แม้ตัวเลขจะน่าประทับใจแต่ควรตระหนักว่า SPECint เป็นแนวทางการวัดที่ค่อนข้างเก่า ตัวอย่างการวัดประสิทธิภาพ เช่น การทำงานของ Perl 5.8.7, การบีบอัดไฟล์ด้วย bzip2, หรือการคอมไพล์โปรแกรมด้วย gcc 3.2 ขณะที่ SPEC เองมีมาตรฐานการวัดความเร็วซีพียูใหม่ๆ เช่น SPEC CPU 2017

ทาง ARM แสดงความมั่นในว่าประสิทธิภาพระดับนี้จะทำให้ ARM สามารถเจาะตลาดโน้ตบุ๊กและโครมบุ๊กได้อย่างมีนัยสำคัญภายในห้าปีข้างหน้า

ที่มา - ARM

Topics: ARMCPU
Categories: IT News

นักลงทุนคริปโตฟ้อง AT&T ออกซิมใหม่ให้คนร้าย สูญโทเค็นคริปโต 800 ล้านบาท

Blognone - Sat, 18/08/2018 - 01:51

Michael Terpin นักลงทุนด้านโทเค็นคริปโต และผู้ก่อตั้ง Transform Group บริษัทประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่ม ICO ต่างๆ ได้ยื่นฟ้อง AT&T ผู้ให้บริการโทรศัพท์ในสหรัฐฯ ที่ออกซิมใหม่ให้คนร้าย จนทำให้คนร้ายสามารถเข้าถึงบัญชีเงินคริปโตของเขาและขโมยโทเค็นออกไปได้มูลค่า 23.8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 800 ล้านบาท

คำฟ้องของ Terpin ระบุว่าเขาถูกขโมยหมายเลขโทรศัพท์ด้วยการออกซิมใหม่ถึงสองครั้งในระยะเวลาเพียง 7 เดือน โดยระบุว่าต้องมีพนักงานภายในรู้เห็นเพราะสามารถออกซิมใหม่ได้โดยไม่ตรวจบัตรประจำตัวหรือให้รหัสผ่านที่ถูกต้อง โดยเรียกค่าเสียหายจากการขโมย 23.8 ล้านดอลลาร์ และอีก 200 ล้านดอลลาร์สำหรับการลงโทษที่ AT&T ละเลยหน้าที่

คำฟ้องระบุถึงการขโมยเลขหมายสองครั้ง ครั้งแรกวันที่ 11 มิถุนายน 2017 คนร้ายสามารถเปลี่ยนรหัสผ่าน AT&T ของ Terpin ได้สำเร็จหลังพยายามเปลี่ยนรหัสผ่านในร้านถึง 11 ครั้ง หลังจากนั้นเขาได้พบกับเจ้าหน้าที่ของ AT&T ที่สัญญาว่าจะเพิ่มระดับความปลอดภัยให้เป็นพิเศษ โดยต้องระบุหมายเลขรหัส 6 หลักให้ถูกต้องเสมอแต่หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา หมายเลขของ Terpin ก็ถูกขโมยอีกครั้งโดยพนักงานไม่ได้ตรวจสอบรหัสก่อนออกซิมใหม่ให้คนร้าย

อย่างไรก็ดี คำฟ้องไม่ได้ระบุว่าเข้าใช้บริการใดในการเก็บเงินคริปโต ที่ทำให้คนร้ายได้เพียงแค่หมายเลขโทรศัพท์ไปก็สามารถล็อกอินเข้าไปขโมยเงินได้ และไม่ระบุว่าเงินคริปโตหรือโทเค็นที่ถูกขโมยไปนั้นเป็นสกุลใดและปริมาณมากน้อยเพียงใด

การขโมย SMS สำหรับการยืนยันตัวตนด้วยการหลอกผู้ให้บริการโทรศัพท์ หรือร่วมมือกับพนักงานของบริษัทโทรศัพท์เองเพื่อออกซิมของเป้าหมายให้ (SIM fraud) เป็นภัยอย่างหนึ่งที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง นอกเหนือไปจากช่องโหว่ SS7 ของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เปิดช่องให้คนร้ายสามารถขโมย SMS จากระยะไกลได้ ประเทศไทยเองกรณี SIM fraud ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งที่ลูกค้าธนาคารกสิกรไทยถูกขโมยเงินเมื่อปี 2016 โดยใช้บัตรประชาชนปลอมไปหลอกศูนย์บริการทรู

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว กูเกิลเริ่มเป็นหัวหอกในการเปิดทางเลือกให้ไม่สามารถกู้คืนบัญชีด้วยหมายเลขโทรศัพท์อีกต่อไป โดย Advanced Protection Program จะให้กู้คืนบัญชีด้วยกุญแจ U2F ที่ต้องลงทะเบียนไว้อย่างน้อยสองตัวเท่านั้น

ที่มา - ThreatPost, US News

Topics: AT&TCryptocurrencySecuritySIM card
Categories: IT News

Google Goggles หยุดให้บริการ แนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้งาน Google Lens แทน

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 23:10

Google Goggles แอพสำหรับค้นหาข้อมูลจากภาพถ่ายได้ประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการแล้ว โดย Google อัพเดตแอพล่าสุดซึ่งปรากฏหน้า Hello, Google Lens ขึ้นมา โดยแนะนำให้ผู้ที่กำลังจะใช้งาน Goggles ไปใช้ Google Lens แทน

ฟีเจอร์ของ Google Goggles ก็คล้ายกับ Lens มาก เช่น ใช้กล้องส่องเพื่อแปลภาษา, สแกนข้อมูลจากบาร์โค้ด, แก้ปัญหาเกม Sudoku, ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ จากรูปภาพ แต่ Google Lens ทำงานได้แม่นยำกว่ามาก จึงแนะนำให้ผู้ใช้ที่ยังมีแอพ Goggles อยู่ไปใช้งาน Lens แทน โดยปัจจุบัน Google Lens สามารถดาวน์โหลดแอพแยก หรือจะใช้งานผ่าน Photos, Assistant ก็ได้

ที่มา - Android Police, Engadget

Topics: Google GogglesGoogle LensGoogle
Categories: IT News

ซีอีโอ Google บอกเอง กำลังคุยกับทางการจีนอยู่จริง แต่เรื่องให้บริการเสิร์ชยังอีกนาน

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 20:57

ตามที่มีข่าวว่ากูเกิลเตรียมกลับไปเปิดให้บริการเสิร์ช และบริการตัวอื่นในจีนอีกครั้ง โดยผลค้นหาจะมีการกรองเว็บตามที่ทางการจีนบล็อค ล่าสุดซีอีโอ Sundar Pichai ได้ชี้แจงเรื่องนี้ในการประชุมพนักงานประจำสัปดาห์แล้ว

Pichai บอกว่ากูเกิลมีแผนเปิดให้บริการในจีนจริง แต่ในเรื่องให้บริการเสิร์ชอีกครั้งนั้นยังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่

ด้าน Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล ก็บอกว่าตลาดจีนนั้นเป็นสิ่งที่กูเกิลให้ความสนใจมาตลอด แต่การเข้าไปทำธุรกิจที่นั่นต้องค่อยเป็นค่อยไป และมีเงื่อนไขที่ซับซ้อน เขายังบอกว่าที่ผ่านมากูเกิลออกผลิตภัณฑ์หลายอย่างสำหรับจีน เช่นแอปจัดการไฟล์, เสิร์ชด้านการศึกษา แต่สำหรับโครงการอื่นนั้นต้องใช้เวลาตัดสินใจอีกพอสมควร เนื่องจากทางการจีนมีข้อแลกเปลี่ยนอยู่หลายอย่าง

ที่มา: 9to5Google

Topics: GoogleChina
Categories: IT News

Lexar เตรียมกลับมาผลิตสินค้าเต็มตัวอีกครั้งภายใต้การนำของบริษัทใหม่

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 19:56

Micron Technology ได้ประกาศยกเลิกธุรกิจขายปลีกอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบรนด์ Lexar และขายให้กับบริษัทอื่น ล่าสุดบริษัท Longsys ซึ่งเป็นผู้เข้ามาซื้อกิจการ Lexar ต่อจาก Micron ได้ประกาศเตรียมกลับมาผลิตสินค้าแบบเต็มตัวอีกครั้งในปลายปีนี้ และถือเป็นประกาศครั้งแรกของ Lexar ภายใต้บริษัท Longsys

นอกจากการประกาศกลับมาเดินเครื่องการผลิตอย่างเต็มตัว Lexar ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดย Lexar มีกำหนดการเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Photokina ที่จะจัดขึ้นปลายเดือนกันยายน คาดว่า Lexar น่าจะเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในงานนี้

ที่มา - dpreview


ภาพจากเว็บไซต์ lexar.com

Topics: LexarStorage
Categories: IT News

แบคอัพของ WhatsApp จะเลิกนับพื้นที่บน Google Drive เริ่ม 12 พฤศจิกายนนี้

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 19:37

WhatsApp มีฟีเจอร์แบคอัพลง Google Drive สำหรับผู้ใช้ Android โดยคิดพื้นที่แบคอัพตามจริงมานาน (ส่วน iOS อัพเดตขึ้น iCloud) ล่าสุด WhatsApp ประกาศว่า Google Drive จะไม่คิดพื้นที่ข้อมูลแบคอัพของ WhatsApp อีกแล้ว มีผลตั้งแต่ 12 พฤศจิกายนนี้

การประกาศครั้งนี้นอกจากเรื่องการนับพื้นที่แล้ว ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ WhatsApp จะลบแบคอัพเก่าทั้งหมดบน Google Drive ที่ไม่เคยอัพเดตเลยนานกว่า 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ดังนั้นเพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญถูกลบ WhatsApp แนะนำให้ผู้ใช้ที่แบคอัพขึ้น Google Drive กดแบคอัพเองก่อนที่จะถึงวันที่กำหนด

ที่มา - The Verge, WhatsApp

Topics: WhatsAppGoogle Drive
Categories: IT News

ทีมเน็ตเวิร์ค dtac ระบุ กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบจัดการทราฟิก มีผู้ถูกลดความเร็วบางพื้นที่ และเป็นส่วนน้อย

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 18:11

จากที่มีการรายงานว่าผู้ใช้ dtac จำนวนหนึ่งถูกปรับความเร็วลดเหลือเพียงไม่เกิน 512 kbps เมื่อใช้งานเกิน 3GB ต่อวัน เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผมได้พูดคุยกับทีมเน็ตเวิร์คของ dtac ทำให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยระบุว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาทาง dtac อยู่ระหว่างการทดสอบหาแนวทางจัดการเครือข่าย เพื่อให้เครือข่ายมีความเสถียร โดยทดสอบในพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีการใช้งานหนาแน่น

การทดสอบที่ผ่านมามีการปรับพารามิเตอร์หลายรูปแบบ เพื่อหาแนวทางการจัดการเครือข่ายในระยะยาวว่าควรรองรับกับกลุ่มผู้ใช้ที่ใช้งานการปกติอย่างไร โดยข้อมูลอื่นๆ ได้แก่

  • การทดสอบน่าจะเพียงพอสำหรับการเก็บข้อมูลได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากนี้ก็น่าจะมีแนวทางในระยะยาวต่อไป
  • การจำกัดความเร็วคนบางกลุ่ม มีปัจจัยหลายอย่างนอกจากปริมาณการใช้งานในวันนั้น โดยคิดถึงพื้นที่ใช้งาน, ความหนาแน่นเครือข่าย, ปริมาณการใช้งานที่ผ่านมา ฯลฯ
  • ผู้ใช้หลายคนจึงอาจจะไม่เคยถูกจำกัดความเร็ว แม้จะใช้งานปริมาณาก เพราะไม่เข้าเงื่อนไขที่เครือข่ายกำลังทดสอบ
  • การทดสอบโดยรวมยังไม่มีตัวเลขแน่ชัด แต่ปริมาณผู้ใช้ที่กระทบนั้นต่ำกว่า 10% ของลูกค้าที่ใช้ Go No Limit
  • เมื่อมีแนวทางในระยะยาวแล้ว จะมีแนวทางแจ้งเตือนและสื่อสารกับผู้ใช้ที่กำลังถูกจำกัดความเร็วต่อไป

Topics: DTACThailand
Categories: IT News

เมืองไทยใครจะถ่ายยังไม่รู้ แต่ชาวอเมริกาใต้จะได้ดูฟุตบอล UEFA Champions League กันทาง Facebook แล้ว

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 17:59

Facebook รุกหนักธุรกิจถ่ายทอดกีฬาจริงๆ เมื่อล่าสุดก็เพิ่งคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล UEFA Champions League ในหลายประเทศของทวีปอเมริกาใต้ไปสดๆ ร้อนๆ เริ่มตั้งแต่ปี 2018 นี้เลย

Facebook ได้สิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรรายการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ฤดูกาลนี้ โดยจะถ่ายทอดการแข่งขันผ่านทางเพจ UEFA Champions League บน Facebook ปีละ 32 นัด ซึ่งรวมถึงนัดชิงชนะเลิศ และนัดแชมป์ชนแชมป์ UEFA Super Cup ด้วย โดยจำกัดสิทธิ์การรับชมเฉพาะผู้ใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาสเปนเท่านั้น (แหล่งข่าวไม่ระบุชื่อประเทศอย่างชัดเจนว่ามีประเทศอะไรบ้าง) ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าสัญญาระหว่าง UEFA และ Facebook

เห็นได้ชัดเลยว่า Facebook นั้นโหมหนักเอาจริงมากกับการถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ อย่างเมื่อต้นเดือนก่อนก็เพิ่งปาดหน้า BeIN Sports และ Fox Sports Asia คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกปี 2019-2022 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาได้สำเร็จ ยังไม่นับรวมสิทธิ์การถ่ายทอดกีฬาเบสบอล MLB, ฟุตบอล MLS และกีฬาบาสเกตบอล NBA ที่ได้มาก่อนหน้านี้

ระหว่างนี้คอบอลชาวไทยผู้หลงใหลเกมลูกหนัง UEFA Champions League ก็คงได้แต่ชะเง้อรอกันไปก่อนว่าปีนี้ในบ้านเราเองจะมีใครถ่ายทอดเกมให้ชมกันบ้างรึเปล่า

ที่มา - Inside UEFA via The Verge

Topics: FacebookUEFAFootballStreaming
Categories: IT News

Artifact เผย 4 เด็คตัวอย่างที่เปิดให้เล่นในงาน PAX West

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 15:45

หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า Artifact การ์ดเกมธีม Dota 2 จาก Valve จะมีเปิดให้ทดลองเล่นในงาน PAX West ช่วงปลายเดือนนี้ ล่าสุด เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Artifact ได้เผยรายละเอียด 4 เด็คตัวอย่างพร้อมรูปการ์ดจากเด็คดังกล่าวที่จะเปิดให้ทดลองเล่นแล้ว

ทั้ง 4 เด็คนั้นประกอบด้วย

Aggro - สีดำ/ฟ้า
เด็คที่เน้นการทำความเสียหาย Tower ของศัตรูอย่างรวดเร็วและรุนแรง

Econ Ramp - สีเขียว/ดำ
เด็คที่เน้นการเร่งทรัพยกรอย่าง Gold และ Mana ในเกมอย่างรวดเร็ว และใช้ทรัพยากรนั้นเรียกสัตว์ประหลาดมาถล่มคู่ต่อสู้

Control - สีฟ้า/แดง
เด็คคอนโทรลที่เน้นการคุมเกมให้อยู่หมัดก่อนจะลงมือจัดการฝั่งตรงข้าม

Amored Cleave - สีแดง/เขียว
เด็คที่เน้นการเอาชนะในเลนด้วยความสามารถ Cleave หรือ การโจมตีเป็นวงกว้าง ก่อนจะถล่มเล่นด้วยกองทัพที่แข็งแกร่ง

ที่มา: Artifact

Topics: ValveArtifact
Categories: IT News

ผู้สร้างเกมยืนยันเอง Halo: Infinite คือ Halo 6 เดินเรื่องต่อจากภาค 5

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 13:56

ไมโครซอฟท์เพิ่งเปิดตัว Halo: Infinite ภาคใหม่ในงาน E3 2018 โดยไม่ชัดเจนนักว่านี่คือภาคหลักที่เนื้อเรื่องต่อกัน หรือเป็นภาคแยกที่อาจมีเนื้อเรื่องเกิดก่อนเหตุการณ์ในภาคอื่น

ล่าสุด Jeff Easterling หัวหน้าทีมเขียนบทของสตูดิโอ 343 Industries ผู้พัฒนาซีรีส์ Halo ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Gamespot ยืนยันแล้วว่า Halo: Infinite คือ Halo 6 นั่นเอง

เขาใช้คำว่า "It is Halo 6" อย่างชัดเจน โดยบอกว่าเป็นเนื้อเรื่องหลักที่ต่อจาก Halo 5 และเกมภาคนี้จะกลับมาโฟกัสที่ Master Chief ตัวเอกของซีรีส์ หลังจากภาค 5 กระจายบทให้ตัวละครหลายตัว

ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการวางขายของ Halo: Infinite และมีแค่เทรลเลอร์ที่โชว์ใน E3 ซึ่งไม่มีเกมเพลย์ แต่เน้นโชว์พลังของเอนจินเกมตัวใหม่ Slipspace มากกว่า

ที่มา - Gamespot

Topics: HaloGamesMicrosoft
Categories: IT News

Canalys รายงานยอดลำโพงอัจฉริยะ Google ครองส่วนแบ่งมากสุด, แอปเปิลไม่ติดท็อป 4

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 12:39

Canalys เผยรายงานยอดส่งมอบและส่วนแบ่งตลาดของลำโพงอัจฉริยะไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งน่าสนใจว่าแตกต่างจากของ Strategy Analytics

จากข้อมูลของ Canalys ระบุว่า Google มียอดส่งมอบมากที่สุดที่ 5.4 ล้านชิ้น ส่วนแบ่งอยู่ที่ 32.3% ยังคงเป็นอันดับ 1 ในตลาดต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ส่วน Amazon อยู่ที่สอง ส่งมอบไป 4.1 ล้านชิ้น ส่วนแบ่ง 24.5% ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วที่อยู่ที่ 82.3%

ที่น่าสนใจคือตลาดจีน ที่ทำส่วนแบ่งในตลาดโลกในไตรมาสที่แล้วถึง 52% เทียบกับสหรัฐที่ 16% เท่านั้น โดย Alibaba (Tmall) ครองส่วนแบ่ง 17.7% ในตลาดโลก แต่ครองส่วนแบ่งในตลาดจีนไปมากกว่า 50% ตามมาด้วย Xiaomi ที่ส่วนแบ่ง 12.2% ในตลาดโลกและเกือบ 40% ในตลาดจีน ทำให้สองแบรนด์นี้ครองตลาดจีนร่วมกันราว 90%

นักวิเคราะห์ของ Canalys มองด้วยว่า ยูสเคสท์ของลำโพงอัจฉริยะกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงและก้าวข้ามแค่เป็นศูนย์กลางของ Smart Home อย่างการนำไปใช้ในโรงแรม, ร้านค้าหรือโรงพยาบาล ขณะเดียวกันผู้ช่วยอัจฉริยะ (Smart Assistant) กำลังอยู่ในช่วงข้ามผ่านและจะไปอยู่ในรูปฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากลำโพง อาทิ ใน Set-top-box ในเกาหลี เป็นต้น

ที่มา - Canalys

Topics: CanalysGoogle HomeAmazon AlexaSmart SpeakerMarket Share
Categories: IT News

Audi จับมือ Ericsson บุกเบิกเทคโนโลยี 5G ในกระบวนการผลิตยานยนต์

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 12:12

Audi ประกาศลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ Ericsson ในประเทศเยอรมนี สำหรับการทดสอบความเป็นไปได้และโอกาสในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในสายการผลิตยานยนต์

ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองบริษัทจะเริ่มการทดสอบใน Audi Technical Center ในเมือง Gaimersheim ประเทศเยอรมนีในเร็วๆ นี้ โดยทาง Audi ตั้งเป้าให้โรงงานผลิตรถยนต์ของตัวเองกลายเป็น Smart Factory จากความร่วมมือนี้ และคาดว่าจะนำมาใช้งานกับโรงงานในเมือง Ingolstadt ทางตอนใต้ของเยอรมนี ก่อนที่มองหาความเป็นไปได้ที่นำไปใช้ในโรงงานอื่นๆ ของ Audi

ที่มา - อีเมลประชาสัมพันธ์

Topics: AudiEricsson5GAutomobile
Categories: IT News

Google กำลังปรับปรุง Android ให้รองรับการใช้เครื่องช่วยฟังได้โดยตรงไม่ต้องพึ่งแอพเสริม

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 11:44

Google กำลังปรับปรุง Android เพื่อให้รองรับการจับคู่ใช้งานเครื่องช่วยฟังเข้ากับอุปกรณ์ที่รัน Android ได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องลงแอพใดๆ เพิ่มเติมสำหรับการใช้งาน

ถึงแม้ว่าหน้าและการใช้งานเครื่องช่วยฟังจะละม้ายคล้ายกับหูฟังบลูทูธที่หลายคนคุ้นเคยใช้งานกันเป็นประจำ และการจับคู่หูฟังบลูทูธกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตจะเป็นเรื่องสะดวดกทำง่าย แต่สำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟังแล้ว เท่าที่ผ่านมายังไม่สามารถเชื่อมต่อเครื่องช่วยฟังเข้ากับระบบ Android ได้โดยตรงและจำเป็นต้องลงแอพที่ผู้ผลิตสร้างมาสำหรับรันบน Android มาช่วยในการใช้งานโดยเฉพาะ แม้ว่าระบบปฏิบัติการ iOS จะรองรับเรื่องนี้มานานแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เครื่องช่วยฟังที่จะสามารถเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์ Android โดยตรงได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด ASHA (Audio Streaming for Hearing Aids) ซึ่ง Google ได้รับความร่วมมือจาก GN Hearing บริษัทผู้ผลิตเครื่องช่วยฟังจากเดนมาร์กมาร่วมร่างข้อกำหนดนี้

สำหรับเครื่องช่วยฟังที่เป็นไปตามข้อกำหนด ASHA จะสามารถจับคู่กับอุปกรณ์ Android และใช้งานได้เหมือนหูฟังบลูทูธทั่วไป ไม่ว่าจะใช้ฟังเพลงหรือเสียงสื่อต่างๆ รวมทั้งใช้สำหรับการโทร

ที่มา - Android Developers Blog

Topics: AndroidGoogleEarphones
Categories: IT News

LINE ประเทศไทยเผย ไม่ต้องทำตามบริษัทแม่ทั้งหมด มีอิสระในการสร้างบริการให้คนไทย

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 11:20

ผ่านไปแล้วสำหรับงานสัมมนาเทคโนโลยีครั้งแรกของเว็บไซต์ Blognone หรืองาน Blognone Tomorrow และหนึ่งในบริษัทที่เข้ามาร่วมบรรยายคือ LINE ผู้มีอิทธิพลทางเทคโนโลยีของไทยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในไทย ด้วยตัวเลขผู้ใช้งานในไทยถึง 45 ล้านราย มีลูกค้าทั่วโลกถึง 200 ล้านราย และมีสำนักงานใหญ่ในหลายประเทศ

แต่ LINE สามารถแข่งกับตลาดโลกได้หรือยัง?

คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย บอกว่า LINE มีลูกค้าทั่วโลก แต่ประเทศที่เป็นผู้ใช้งานหลักหรือ core countries มี ญี่ปุ่น ไทย อินโดนีเซีย ไต้หวัน เวียดนาม อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบขนาดบริษัท LINE กับบริษัทเทคโนโลยีอื่น LINE ยังเล็กมาก ในยุคที่การแข่งขันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ก็มีคำถามว่าเราจะแข่งกับเขาอย่างไร

เป็นตัวของตัวเอง

คุณอริยะ ให้ภาพรวมของ LINE ว่า LINE ในประเทศต่างๆ ไม่ใช่สาขาของ LINE ญี่ปุ่น แต่สามารถคิดเอง ทำเอง ลุยตลาดเองได้ เพราะ LINE แต่ละแห่งมีตัวตนไม่เหมือนกัน

LINE ประเทศไทยสามารถยืนด้วยตัวเองได้ แน่นอนว่ามีบางบริการที่ต้องพึ่งประเทศอื่น แต่การจัดการจะแตกต่างกันสิ้นเชิง นี่คือกลยุทธ์สำคัญ แทนที่จะนำบุคลากร วิศวกร ไปกระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เรากระจายออกไป

การใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญในไทย คนไทยยังใช้บัตรเครดิตไม่มาก ยังใช้จ่ายเงินสดกันเป็นส่วนใหญ่ และอีกข้อมูลสำคัญคือ รายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนใช้มือถือคือ 7 ดอลลาร์ ซึ่งไม่เยอะเลย ถ้าเราไปคาดหวังว่า เราจะทำบริการแล้วให้เขามาจ่ายค่า subscription แพงๆ ย่อมไม่รอด

ควรวิ่งเข้าหาผู้บริโภค ไม่ใช่ไปเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขา

คุณอริยะพูดถึงกลยุทธ์ของ LINE ว่า Hyper Localization เป็นจุดที่จะทำให้ธุรกิจชนะได้ ซึ่งถ้าจะแข่งได้ ธุรกิจต้องคล่องตัวก่อน สำนักงานในแต่ละท้องถิ่น ต้องลุยเอง คิดเอง ทำเอง

ตัวอย่างการเข้าหาคนไทยที่ LINE ทำคือ

  • ลงทุนในบริษัทอื่น เพราะเป็นวิธีหนึ่งช่วยให้ LINE สามารถสร้างฟีเจอร์ใหม่โดยไม่ต้องพึ่งตัวเองอย่างเดียว และเป็นโอกาสให้สตาร์ทอัพมาทำงานกับ LINE ด้วย
  • เข้าหาผู้บริโภคท้องถิ่น เช่น ตู้บุญเติม ที่คนใช้ LINE เติมเงินซื้อสติกเกอร์ได้ คุณอริยะ บอกว่า ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในไทยคือ ตลาด pre-paid ใครทำ payment แล้วไม่เข้าใจจุดนี้ พลาดแน่ ควรวิ่งหาเขา ก่อนจะไปเปลี่ยนพฤติกรรมเขา นอกจากนี้ยังมีการซื้อสติกเกอร์ผ่านช่องทาง USSD ได้ นี่คือการเข้าใจพฤติกรรมคนไทยอย่างแท้จริง เพราะคนไทยในตลาด pre-paid ยังใช้ระบบนี้เติมเงินอยู่ทุกวัน

LINE ในไทยจึงพยายามเข้าหาผู้บริโภค มากกว่าที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขา เพราะตลาดใหญ่ในไทยอยู่ที่ pre-paid

  • LINE MAN บริการส่งของ อาหาร แทกซี่ ซึ่งที่มีแค่ในประเทศไทยที่เดียว และหากไปทำที่ประเทศอื่นอาจไม่เหมาะ แต่มันเหมาะกับประเทศไทย
  • Rabbit LINE Pay มี AIS และ Rabbit เป็นพันธมิตร คุณอริยะบอกเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันไทยมี 16 e-wallet และในระยะเวลา 2-3 ปี ก็จะมี e-wallet ที่หายไป หรือ มีการควบรวมกัน ซึ่งแนวโน้มจะเป็นอย่างหลังมากกว่า อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายผ่าน e-wallet ในไทยยังไม่แพร่หลาย เพราะคนยังไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ที่ไหน ดังนั้น ความท้าทายแรกคือ ทำอย่างไรให้เติมเงินได้ง่ายที่สุด
LINE ในระดับโลก คนอาจจะกลัว AI แต่ไม่กลัว Cony และ Brown

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา LINE จัดงาน LINE CONFERENCE 2018 และเปิดตัวลำโพงอัจฉริยะ
ในคาแรกเตอร์ Minion ก่อนหน้านี้ยังมีลำโพงอัจฉริยะคาแรกเตอร์ที่ทุกคนหลงรักอย่างโดเรม่อน, Cony และ Brown ด้วย

คุณอริยะบอกว่า ตอนนี้คนมีความกังวลหลายอย่างเช่น ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย แต่ลำโพงอัจฉริยะของ LINE จะเข้าบ้านคนง่ายขึ้น เพราะคนอาจกังวลเรื่อง AI แอบดักข้อมูล แต่ไม่กลัว Cony และ Brown

การสร้าง AI หรือ Voice System ต้องเชื่อมต่อกับทุกระบบได้ ซึ่ง LINE มี ecosystem อยู่แล้ว จะสั่งอาหาร ซื้อของ ดูทีวี แต่จุดที่ AI ของ LINE ยังขาดคือ รองรับการสั่งงานภาษาไทย ตอนนี้รองรับแค่ภาษาญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งภาษาในเอเชีย เป็นภาษาที่ยากที่สุด ถ้าเจาะภาษาเอเชียได้ ก็ไปทั่วโลกได้แน่นอน

สรุป

LINE นับเป็นบริการที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่งอย่างยิ่งในประเทศไทย บริการต่างๆ ที่ผ่านมามีหลายบริการที่ได้รับความสำเร็จอย่างสูง ในงานครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า LINE พยายามอย่างยิ่งที่จะปรับตัวให้เข้ากับผู้ใช้งานในท้องถิ่น ทั้งการปรับตัวตามพฤติกรรมการจ่ายเงิน หรือการเน้นรูปลักษณ์ที่เป็นมิตร ต่างกับบริษัทฝั่งตะวันตกที่ปัญญาประดิษฐ์มักไม่มีหน้าตา แนวทางของ LINE น่าจะเป็นบทเรียนให้กับบริษัทเทคโนโลยีอื่นที่ต้องการขยายตลาดในภูมิภาคนี้ในอนาคต

Topics: LINEThailandBlognone Tomorrow
Categories: IT News

dtac จับมือ SIIT เปิดตัว AI Lab พัฒนาทักษะนักศึกษาและมุ่งยกระดับการวิจัย

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 11:06

dtac ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการเปิดตัว AI Lab ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต เพื่อใช้เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านนี้

ทาง dtac ได้สนับสนุนเงินทุน 12 ล้านบาทในการก่อตั้ง AI Lab โดยตั้งเป้าให้เป็นห้องวิจัยสำหรับนักศึกษา โดยอาศัยข้อมูลจริงทางธุรกิจจาก dtac เบื้องต้น AI Lab จะมุ่งเน้นที่การพัฒนา AI ให้ช่วยย่นระยะเวลาการทำงาน อาทิ การพัฒนาระบบยืนยันตัวตน สำหรับการลงทะเบียนซิม ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมระหว่าง dtac และ SIIT

AI Lab แห่งนี้สนับสนุนยุทธศาสตร์ของ dtac ในด้านยปัญญาประดิษฐ์ และความมุ่งมั่นในการฝึกอบรมคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านดิจิทัลสำหรับประเทศไทย โดยรองรับนักศึกษาเพื่อเข้ามาฝึกอบรมได้ราว 200 คนต่อปี

Topics: DTACArtificial Intelligence
Categories: IT News

TrendForce คาดการณ์ราคาแรมปีนี้ลดลงเพียงเล็กน้อย ต้องรอโรงงานใหม่ในจีนปีหน้า ราคาอาจลงถึง 25%

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 03:22

TrendForce บริษัทวิจัยตลาดออกมาคาดการณ์ราคาแรมโดยเชื่อว่าในปีนี้ราคาแรมจะลดลงเล็กน้อยในช่วงปลายปี ระหว่าง 1%-3% เนื่องจากผู้ผลิตหลัก ได้แก่ ซัมซุง, SK Hynix, และ Micron น่าจะเพิ่มกำลังผลิตให้มากขึ้น

แต่การขยายสมาร์ตโฟนในช่วงปลายปีจะทำให้ความต้องการ DRAM สำหรับโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยคาดว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่จะใช้แรมเพิ่มขึ้น 5%-10% โดยรวม

สำหรับผู้ใช้ที่รอราคาแรมตกลง TrendForce ระบุว่าต้องรอโรงงานใหม่ของ SK Hynix ในจีนที่น่าจะเริ่มเดินสายการผลิตในปีหน้า โดยคาดว่าโรงงานนี้จะทำให้ราคาแรมโดยรวมตกลง 15%-25% เลยทีเดียว

ที่มา - Taipei Times

ภาพโดย PublicDomainPictures

Topics: HardwareChina
Categories: IT News

ผู้ให้บริการคลาวด์รายงานผลกระทบช่องโหว่ L1TF: AWS/Google ไม่กระทบ, Azure เปิดการป้องกันแล้ว, คลาวด์รายเล็กแก้ไม่ทัน

Blognone - Fri, 17/08/2018 - 03:09

ช่องโหว่ L1TF ในซีพียูอินเทลไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เดสก์ทอปมากนัก เพราะส่วนที่กระทบสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัพเดต microcode ในซีพียูและการอัพเดตระบบปฎิบัติการ แต่สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์ที่รัน VM จากผู้ใช้คนละรายกันก็อาจจะมีผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ให้บริการคลาวด์ที่แชร์ซีพียูระหว่าง VM ของผู้ใช้คนละรายการ ตอนนี้ผู้ให้บริการคลาวด์รายหลักๆ ก็ออกมารายงานผลกระทบ

AWS ออกมาระบุว่าแนวทางการออกแบบโครงสร้างของ AWS ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้อยู่แล้ว (น่าจะหมายถึงไม่ได้แชร์คอร์ระหว่างผู้ใช้ แต่ทาง AWS ไม่ได้ระบุตรงๆ) และตอนนี้ยังมีการอัพเดตซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันเพิ่มเติม โดยการอัพเดตเสร็จสิ้นแล้ว ในแง่ของอิมเมจระบบปฎิบัติการสำหรับผู้ใช้ ตอนนี้ AMI รุ่นที่ยังซัพพอร์ตก็ได้รับอัพเดตแก้ L1TFแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้บริการอัพเดตระบบปฎิบัติการโดยเร็ว

Google Cloud ก็ออกมาระบุว่าการออกแบบของกูเกิลไม่เคยแชร์คอร์ระหว่าง VM ในเวลาเดียวกันอยู่แล้ว (กูเกิลมีเครื่องประเภท shared core แต่ในกรณีนี้น่าจะหมายถึงในช่วงเวลาที่ VM ครองซีพียูก็จะครองไปทั้งหมด) นอกจากนั้นระหว่างการสลับ VM เข้าไปยังแต่ละคอร์ยังมีการล้างแคช L1 ออกทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยง สุดท้ายคือกูเกิลพัฒนาระบบมอนิเตอร์ว่ามีความพยายามโจมตีด้วย L1TF หรือไม่อีกด้วย

Microsoft Azure ระบุว่ามีฟีเจอร์ HyperClear สำหรับล้างข้อมูลออกจากแคช์ L1 ก่อนสลับ VM โดยการเปิดการป้องกันนี้จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงเล็กน้อย

ผู้ให้บริการคลาวด์รายเล็กยังคงเสียเปรียบ เช่นเดียวกับเมื่อพบช่องโหว่ Meltdown/Spectre โดย DigitalOcean ออกมาระบุว่าแม้การโจมตีจะเป็นไปได้ แต่การโจมตีอย่างเจาะจงเป้าหมายก็ยากมาก โดยรอบนี้ DigitalOcean รู้ข้อมูลเร็วกว่ารอบ Meltdown บ้างแต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการแก้ไขอยู่ดี และการป้องกันจะเริ่มเปิดใช้งานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนทาง Linode ออกมาระบุเพียงว่ากำลังตรวจสอบว่าช่องโหว่นี้มีผลกระทบเพียงใด แต่ก็แนะนำให้ผู้ใช้อัพเดตเคอร์เนลบนเครื่องของตัวเองโดยเร็ว

ภาพโดย TobiasD

Topics: IntelSecurityCloud Computing
Categories: IT News

Salesforce เปิดตัว TransmogrifAI เครื่องมือโอเพ่นซอร์สสำหรับทำ machine learning อัตโนมัติ

Blognone - Thu, 16/08/2018 - 22:40

Salesforce เปิดตัวเครื่องมือโอเพ่นซอร์สใหม่ TransmogrifAI ไลบรารีทำ machine learning อัตโนมัติสำหรับข้อมูลเชิงโครงสร้างหรือ structured data ตัวไลบรารีออกแบบให้มีความยืดหยุ่น สามารถประมวลผลได้ตั้งแต่บนแล็ปท็อปไปจนถึงคลัสเตอร์ เขียนด้วย Scala และพัฒนาบน Apache Spark

Mayukh Bhaowal กรรมการฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของ Salesforce Einstein ให้ข้อมูลกับ VentureBeat ว่า TransmogrifAI เป็นผลการพัฒนาไลบรารีด้าน machine learning ของ Salesforce โดยไลบรารีนี้ทำให้ทีม Einstein สามารถดีพลอยโมเดลสำหรับลูกค้าองค์กรได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

TransmogrifAI มีการทำงานสามขั้นตอนหลัก ๆ ขั้นตอนแรกจะเป็นการเลือกฟีเจอร์ โดยผู้ใช้จะต้องให้ schema ของข้อมูล ไลบรารีจะแยกฟีเจอร์ออกมาให้อัตโนมัติ พร้อมกำจัดฟีเจอร์ที่ทำนายยากหรือมีความลำเอียงสูง รวมถึงสัญญาณที่ไม่จำเป็นออกไป ถัดไปคือขั้นตอนการทำ feature engineering โดยตัวไลบรารีจะแปลงข้อมูลเป็นเวกเตอร์ และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการเทรนโมเดล ซึ่งไลบรารีจะเลือกโมเดลที่เหมาะสมที่สุดมาเทรนให้ และสุ่มตัวอย่างพร้อมกับรีคาลิเบรตเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สมดุลของข้อมูลด้วย

ระบบการเทรนโมเดลของ TransmogrifAI จะให้ความสำคัญกับการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวโมเดลอย่างชัดเจน เพื่อให้มีความโปร่งใสในเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการทำนายของโมเดล ซึ่ง Shubha Nabar กรรมการอาวุโสฝ่ายวิทยาการข้อมูลของ Salesforce Einstein กล่าวว่า "ในแง่ของความเชื่อถือและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เป็นเรื่องสำคัญที่โมเดลที่ถูกสร้างขึ้นมาจะต้องไม่ใช่กล่องดำ"

สำหรับซอร์สโค้ดของ TransmogrifAI สามารถเข้าไปดูได้ที่ GitHub

ที่มา - VentureBeat


ภาพประกอบโดย Salesforce

Topics: SalesforceMachine LearningOpen Source
Categories: IT News
Syndicate content